lasted posts

Popular

ความขัดแย้งชีอะฮ์และซุนนี  มาจากนโยบายตะวันตกที่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งระหว่างซุนนีและชีอะฮ์

salafi_02251701

jamnews  – อธิการบดีมหาลัยอัซฮัร ได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ อัล – ไนล์ กรณีความขัดแย้งชีอะฮ์และซุนนี  ว่า ความขัดแย้งนี้มาจากนโยบายตะวันตกที่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งระหว่างซุนนีและชีอะฮ์

 

ดร. อะห์มัด ฏ็อยยิบ อธิการบดีมหาลัยอัซฮัร ได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ อัล – ไนล์ กรณีความขัดแย้งชีอะฮ์และซุนนี  ว่า ความขัดแย้งนี้มาจากนโยบายตะวันตกที่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งระหว่างซุนนีและชีอะฮ์

 

เนื้อหาการสนทนามีดังนี้

 

นักข่าว :  ในทัศนะของท่าน หลักศรัทธาของชีอะฮ์มีปัญหาหรือไม่ ?

 

เชคคุลอัซฮัร  : ไม่มี…  จะมีปัญหาได้อย่างไร เมื่อ 50  ปี ก่อน  เชคชัลฏูต ได้ออกคำฟัตวา(วินิจฉัย)ว่า ชีอะฮ์คือมัศฮับที่ห้าในอิสลาม ซึ่งเหมือนกับมัศฮับอื่นๆ

 

นักข่าว :  ลูกหลานของเรากำลังเข้ารับแนวทางชีอะฮ์ แล้วเราจะทำอย่างไรดี ?

 

ดร. อะห์มัด ฏ็อยยิบ : ดี … ก็ไม่เป็นไรหากเขาเป็นชีอะฮ์  ซึ่งหากมีคนที่นับถือมัศฮับฮานาฟี และเปลี่ยนเข้ารับมัศฮับมาลีกี เราจะทำการตำหนิเขาหรือ ? และพวกเขาก็แค่เปลี่ยนจากมัศฮับสี่ไปรับมัศฮับที่ห้า

 

นักข่าว :  ชีอะฮ์กำลังสร้างกลุ่มชนและทำการแต่งงานกับลูกหลานของเรา ?

 

ดร. อะห์มัด ฏ็อยยิบ : ไม่แปลกนี่  การแต่งงานระหว่างมัศฮับทั้งห้าเป็นเรื่องอิสระ

 

นักข่าว :  กล่าวกันว่าอัลกุรอานของชีอะฮ์มีความแตกต่างกับอัลกุรอานของเรา ?

 

ดร. อะห์มัด ฏ็อยยิบ : นี่คือสิ่งงมงายที่มาจากหญิงแก่  อัลกุรอานของชีอะฮ์ไม่มีความแตกต่างอันใดเลยกับกุรอานของเรา  แม้แต่อักษรของอัลกุรอานก็ยังเหมือนกับเรา

 

นักข่าว : นักการศาสนาซาอุดิอาระเบีย จำนวน 23  คน ออกคำฟัตวา (คำวินิจฉัย) ว่าชีอะฮ์เป็นกาเฟรและรอฟีเฎาะฮ์

 

ดร. อะห์มัด ฏ็อยยิบ : สำหรับมวลมุสลิมโลก จะมีเพียงอัซฮัรเท่านั้นที่สามารถออกคำฟัตวาได้ และคำฟัตวาของพวกเขาไม่เป็นที่ยอมรับ

 

นักข่าว : แล้วความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างชีอะฮ์และซุนนีมาจากสาเหตุอันใดหรือ ?

 

ดร. อะห์มัด ฏ็อยยิบ : ความขัดแย้งนี้มาจากนโยบายตะวันตกที่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งระหว่างซุนนีและชีอะฮ์

 

นักข่าว : ผมมีคำถามที่สำคัญมาก คือ ชีอะฮ์ไม่ยอมรับอะบูบักร์และอุมัร แล้วเราสามารถกล่าวว่าพวกเขาเป็นมุสลิมได้หรือ ?

 

ดร. อะห์มัด ฏ็อยยิบ  : ใช่พวกเขาไม่ยอมรับ…..  การศรัทธาต่ออะบูบักร์และอุมัรคือส่วนหนึ่งของหลักศรัทธาในอิสลามหรือ ? กรณีของอะบูบักร์และอุมัร์เป็นเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และประวัติศาสตร์ก็ไม่มีส่วนความเกี่ยวข้องกับหลักศรัทธา

 

นักข่าว :  จากคำตอบของท่าน พอจะเข้าใจ   และขอถามต่อว่า  ชีอะฮ์มีปัญหาอีกเรื่องหนึ่ง นั้นคือ พวกเขาเชื่อว่าอิมามซะมานของพวกเขาเกิดมาแล้วและในวันนี้มีอายุ 1,000  กว่าปี

 

ดร. อะห์มัด ฏ็อยยิบ  :  ใช่…เป็นไปได้ ทำไมจะเป็นไปไม่ได้  แต่เราไม่มีเหตุผลและหลักฐานที่จะต้องเชื่อตามความเชื่อของพวกเขา

 

นักข่าว :  เป็นไปได้ไหมที่เด็กอายุ 8  ปี จะสามารถเป็นอิมามได้ ? เพราะชีอะฮ์เชื่อว่าเด็กอายุ 8  ปี เป็นอิมามได้

 

ดร. อะห์มัด ฏ็อยยิบ : เมื่อเด็กทารกที่อยู่ในเปลสามารถเป็นนบีได้  ดังนั้นเด็กอายุ 8  ปีเป็นอิมามจึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด  และเราในฐานะอะฮ์ลิลซุนนะห์ก็ไม่เชื่อในสิ่งนี้ และประเด็นนี้เราไม่สามารถที่จะกล่าวหาในความเป็นมุสลิมของพวกเขา เพราะพวกเขาคือมุสลิม

 

ดร ชะญาอีย์ ฟัรด์ อาจารย์คณะกลศาสตร์มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวหลังจากการรายงานบทสัมภาษณ์ดังกล่าวว่า

 

การสนทนาครั้งนี้เป็นสิ่งที่ประทับใจมากสำหรับตัวผม  และมีความพยายามติดต่อกับ ดร. อะห์มัด ฏ็อยยิบ เพื่อทำการขอบคุณเขา

 

ในการติดต่อทางโทรศัพท์ได้พูดกับเขาว่า  ท่านได้ทำการปกป้องชีอะฮ์ได้ดีมาก  และหากมีนักการศาสนาอยู่ในเวลาดังกล่าว คงไม่สามารถที่จะทำการปกป้องได้ดีเท่ากับท่านเพราะอาจจะมีการอ้อมค้อม แต่สำหรับท่านแล้ว ยังสามารถแยกประเด็นของอะบูบักร์และอุมัรออกจากหลักความเชื่อของอิสลามได้อย่างดี

 

ดร. อะห์มัด ฏ็อยยิบ กล่าวว่า เมื่อท่านอยาตุลอฮ์  คาเมเนอี ผู้นำการปฏิวัติอิสลาม ได้แสดงแบบอย่างในการยืนหยัดต่อสู้กับอเมริกาให้เห็นแล้ว และสามารถให้ฝ่ายอเมริกายอมจำนนต่อประเด็นการเจรจาพลังงานนิวเคลียร์  และอีกด้านหนึ่งซัยยิดฮะซัน นัศรุลเลาะฮ์ เลขาธิการฮิซบุลเลาะฮ์ก็สามารถต่อกรและยืนหยัดกับยิวไซออนิสต์ได้สำเร็จ ทำให้อิสราเอลพ่ายแพ้อย่างอัปยศในสงคราม 33  วัน  ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้ ฉันจึงประจักษ์ว่านี่คือความภาคภูมิใจของอิสลาม  ขณะที่อเมริกาและบริวารของมันพยายามประโคมข่าวว่านี่คือผลงานของชีอะฮ์หัวรุนแรง และกล่าวหาว่าชีอะฮ์ไม่ใช่มุสลิม และเป็นพวกรอฟีเฎาะฮ์  โดยพยายามที่จะให้ความภาคภูมิใจเหล่านี้ไกลห่างจากโลกอิสลาม  ดังนั้นเพื่อให้เยาวชนคนหนุ่มสาวของเรามีความรู้สึกภาคภูมิใจในสิ่งนี้ว่านี่คือเกียรติและศักดิ์ศรีของศาสนาอิสลาม ผมจึงได้ออกรายการทีวี 8  สถานีด้วยกัน เพื่อกล่าวย้ำว่า ชีอะฮ์คือมุสลิม…!  ชีอะฮ์ไม่มีความแตกต่างใดๆกับเรา และเป็นนิกาย(มัศฮับ)หนึ่งของอิสลาม…….!!!