lasted posts

Popular

attacker

คอลิด มาซูด ผู้ก่อเหตุสะเทือนขวัญเมื่อบ่ายวันพุธ ที่ 22 มีนาคม 2560 เคยเข้าๆ ออกๆ จากคุก หลายครั้ง เริ่มจากการถูกจำขังเพียงไม่กี่วัน กลายเป็นติดคุกเป็นปีๆ เขามีชื่อเมื่อแรกเกิดว่า เอเดรียน เอล์มส์ (Adrian Elms) และขึ้นชื่อว่าเป็นคนดื่มหนัก และมีอารมณ์ปรวนแปรง่าย

เขาถูกดำเนินคดีอาชญากรรมฐานก่อความรุนแรงอย่างน้อย 2 ครั้ง ก่อนจะก่อเหตุใหญ่ในครั้งนี้ มาซูดออกจากโรงแรมที่เช่านอนไม่กี่ชั่วโมง ขับรถเช่า SUV ข้ามสะพานเวสต์มินสเตอร์ เข้าใส่กลุ่มคนที่กำลังเดินพลุกพล่าน จนทำให้มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บจำนวนมาก หลังจากนั้นเขาโดดออกจากรถ และควงมีดเข้าแทงเจ้าหน้าที่คีธ พาล์มเมอร์ (Keith Palmer) ที่รักษาการอยู่หน้ารัฐสภา จนเสียชีวิต ก่อนจะถูกตำรวจยิงตาย

 
ความเป็นมาของผู้ก่อเหตุจู่โจมลอนดอน ยังมืดมน!

ด้วยวัย 52 ปี จึงเชื่อได้ว่า เขาเป็นคนสุดโต่งที่อายุมากที่สุด ในบรรดาผู้ก่อเหตุนองเลือดในประเทศตะวันตก เขามีประวัติถูกจับกุมด้วยข้อหาอื่นตั้งแต่ปี 1983 แต่คดีที่เกิดจากความรุนแรงเพิ่งเริ่มในปี 2000 โดยเขาใช้มีดปาดหน้าชายผู้หนึ่งที่ลานจอดรถของผับ เนื่องจากมีการถกเถียงกันในเรื่องเกี่ยวกับชาติพันธุ์ก่อนหน้านี้ และหลังจากที่เขาดื่มไป 4 แก้ว ในปี 2003 เขาก่อคดีอีกครั้งโดยใช้อาวุธมีดเช่นเดิม
ไม่อาจยืนยันได้ว่า เขาเปลี่ยนชื่อมาเป็น คอลิด มะซูด ตั้งแต่เมื่อใด แต่คาดว่าคงเป็นเพราะมาเข้ารับอิสลาม ฮีเธอร์ มอตต์ (Heather Mott) ภรรยาของเขาเล่าว่า เมื่อเขาออกมาจากคุก ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะยิ่งเลวร้ายขึ้น และว่า “เขาเป็นคนเพี้ยนๆ”

ตำรวจกำลังปะติดปะต่อเรื่องราว จากข้อมูลในคอมพิวเตอร์ และติดต่อคนอื่นๆ อีกประมาณ 3,500 คน เพื่อค้นหาถึงสาเหตุว่า ทำไมชายที่เกิดในอังกฤษแท้ๆ จึงก่อเหตุสยดสยองได้ถึงขนาดนี้ การสอบสวนหลักๆ คือ อะไรทำให้เขากลายเป็นคนหัวรุนแรง อาจจะเป็นการได้รับอิทธิพลจากในประเทศ หรือจากนอกประเทศ หรือจากการโฆษณาชวนเชื่อผ่านคอมพิวเตอร์ ทางการอาจได้เบาะแสจากการจับกุมผู้ต้องสงสัย แต่จะช่วยได้มากหากมีผู้ที่เคยเกี่ยวข้องกับเขาออกมาให้ข้อมูลอื่นๆ

จากการสืบสวนยืนยันได้ว่า เขาเคยใช้ชีวิตอยู่ในราชอาณาจักรซาอุฯ ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ในฐานะครูสอนภาษาอังกฤษ

หลังจากเกิดเหตุ ตำรวจบุกค้นที่อยู่อาศัย 21 แห่ง ในลอนดอน ไบรตัน เวลส์ แมนเชสเตอร์ และเบอร์มิงแฮม และจับกุมผู้ต้องสงสัย 8 คน ไว้สอบสวน 

เจ้าของโรงแรม Preston Park ที่เขาไปเช่าอยู่ก่อนวันเกิดเหตุเล่าว่า เขาดูเป็นคนที่เข้ากับคนได้ง่ายเกินปกติ โดยภายในเวลา 5 – 10 นาทีที่ได้คุยกัน เขาเล่าเรื่องครอบครัวอย่างละเอียดรวมทั้งเรื่องที่พ่อเขากำลังป่วย เล่าถึงความเป็นมาของตัวเอง ว่ามาจากที่ไหน และยังเล่าเรื่องตลกๆ เกี่ยวกับสถานที่ที่เขาเคยอยู่ด้วย

มารดาของเขา เจเน็ต อะจาโอ (Janet Ajao) อาศัยอยู่ในชนบทของเวลส์กับพ่อเลี้ยงของมาซูด เธอหาเลี้ยงชีพด้วยการประดิษฐ์เบาะรองนั่ง และกระเป๋าทำด้วยมือ มาซูดเคยใช้นามสกุล Ajao ของพ่อเลี้ยงในช่วงที่เขาเรียนหนังสือ และเขาเป็นนักกีฬาดาวเด่นของโรงเรียนมัธยมปลาย ซึ่งขณะนั้นมีนักเรียนผิวสีเรียนอยู่เพียง 2 คน ในจำนวนนักเรียนทั้งหมด 600 คน  ที่ชุมชนในเบอร์มิงแฮม ซึ่งเขาเคยอาศัยอยู่ในช่วงหนึ่ง เพื่อนบ้านเล่าว่า เขาเป็นคนเงียบขรึม มีภรรยาที่คลุมศีรษะและแต่งกายแบบมุสลิม แต่ละแวกนั้นไม่ได้เป็นชุมชนมุสลิม ซึ่งทำให้รู้สึกว่า เขาไม่ได้มีความผูกพันกับมุสลิมคนอื่นเท่าไหร่นัก

มุอัซซาม เบ็กก์ อดีตนักโทษในคุกกวนตานาโม ซึ่งเกิดและเติบโตในเบอร์มิงแฮม กล่าวว่า รายละเอียดเกี่ยวกับชีวิตของมะซูด สร้างความฉงนให้กับนักวิเคราะห์ว่า เขาถูกบ่มเพาะความรุนแรงจากที่ใดกันแน่

 

 

 

 

สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
ที่มา: www.english.alarabiya.net