lasted posts

Popular

214-1

 

ท่านอิมามอะลี(อ)ได้กล่าวไว้เมื่อ 1400 ปีที่ผ่านมาว่า…..

 

“เมื่อพวกท่านเห็นธงสีดำต่างๆจงประจำอยู่กับที่ อย่าได้เคลื่อนย้ายไปไหน

(กล่าวคือ การเรียกร้องเชิญชวนของพวกเขานั้นคือความหลงผิด

และอย่าได้รีบรุดในการช่วยเหลือพวกเขา)

 

ต่อจากนั้นหมู่ชนผู้อ่อนแอจะปรากฏขึ้น

ซึ่งพวกเขาจะไม่ได้รับความสนใจ

 

หัวใจของพวกเขาเหมือนเหล็ก พวกเขาคือชาวรัฐ(เคาละฮ์)

พวกเขาจะไม่รักษาคำมั่นสัญญาใดๆ

 

พวกเขาจะเรียกร้องเชิญชวนสู่สัจธรรม

ในขณะที่พวกเขาไม่ใช่ชาวสัจธรรม

 

ชื่อของพวกเขา คือ นามแฝง

(กุนยะฮ์หรอมีชื่อเรียกที่นำหน้าด้วย อบู อุมมู อิบนุ บินตุ)

 

การอ้างสัมพันธ์(นิชบะฮ์)ของพวกเขายังเมืองต่างๆ

 

และผมของเขาถูกปล่อย(ยาว)เหมือนกับผมของสตรี

 

จนกระทั่งเกิดความขัดแย้งขึ้นในระหว่างพวกเขากันเอง

 

ต่อจากนั้นอัลลอฮ์จะทรงมอบสัจธรรมให้แก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์”

عَنْ سُوَيْدِ بْنِ غَفَلَةَ، قَالَ قَالَ عَلِيٌّ إِذَا حَدَّثْتُكُمْ عَنْ رَسُولِ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم فَلأَنْ أَخِرَّ مِنَ السَّمَاءِ أَحَبُّ إِلَىَّ مِنْ أَنْ أَقُولَ عَلَيْهِ مَا لَمْ يَقُلْ وَإِذَا حَدَّثْتُكُمْ فِيمَا بَيْنِي وَبَيْنَكُمْ فَإِنَّ الْحَرْبَ خَدْعَةٌ . سَمِعْتُ رَسُولَ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم يَقُولُ ” سَيَخْرُجُ فِي آخِرِ الزَّمَانِ قَوْمٌ أَحْدَاثُ الأَسْنَانِ سُفَهَاءُ الأَحْلاَمِ يَقُولُونَ مِنْ خَيْرِ قَوْلِ الْبَرِيَّةِ يَقْرَءُونَ الْقُرْآنَ لاَ يُجَاوِزُ حَنَاجِرَهُمْ يَمْرُقُونَ مِنَ الدِّينِ كَمَا يَمْرُقُ السَّهْمُ مِنَ الرَّمِيَّةِ ..الحديث

متفق عليه

 

และท่านศาสนทูตกล่าวไว้ว่า

“ในอนาคตจะมีชนกลุ่มหนึ่งปรากฏขึ้น มีฟันที่ใหม่(วัยหนุ่ม) เขลาในความคิด พวกเขาจะกล่าวคำที่สวยหรู และอ่านพระคำภีร์ โดยที่ไม่พ้นคอหอย(ไม่เข้าถึงหัวใจ) จะสุดโต่งรุนแรงในเรื่องศาสนา เหมือนดังธนูที่ถูกยิงจากคันธนู”

 

قَالَ أَبُو هُرَيْرَةَ : فَقُلْتُ لابْنِ عَبَّاسٍ : أَفَلا أُحَدِّثُكَ مَا سَمِعْتُ مِنْ رَسُولِ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ ؟ قَالَ : وَإِنَّكَ لَهَاهُنَا ؟ قُلْتُ : نَعَمْ ، فَقَالَ : حَدِّثْ ، فَقُلْتُ : سَمِعْتُ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ ، يَقُولُ : ” إِذَا خَرَجَتِ الرَّايَاتُ السُّودُ فَإِنَّ أَوَّلَهَا فِتْنَةٌ ، وَأَوْسَطَهَا ضَلالَةٌ ، وَآخِرَهَا كُفْرٌ ” الفتن لنعيم بن حماد

 

“เมื่อ(กลุ่มชนที่ใช้)ธงสีดำ(เป็นสัญลักษณ์)ปรากฎขึ้น แน่แท้เบื้องแรกของมันคือความก่อความโกลาหล ต่อมาในตอนกลางจะมีแต่ความหลงผิด และท้ายสุดของพวกมันคือการปฏิเสธต่อพระเจ้า”

 

คำพูดนี้ซึ่งความหมายของมันมีความสอดคล้องอย่างสมบูรณ์กับกลุ่มผู้ก่อการร้าย “ดาอิช” (ISIS) บรรดาผู้ที่มีธงต่างๆ ที่เป็นสีดำ

ชื่อของพวกเขาเป็นนามแฝง (กุนยะฮ์) อย่างเช่น “อบูมุศอับ” “อบุลบัรรออ์” และอื่นๆ และการอ้างสัมพันธ์ (นิบะฮ์) ของพวกเขาไปยังเมืองต่างๆ อย่างเช่น “อัลบัฆดาดี” “อัลฮัณณอนี” เป็นต้น

 

ข่าวต่างๆ จากอิรักชี้ให้เห็นว่า นับจากช่วงเริ่มต้นของการโจมตีอย่างเต็มรูปแบบของกลุ่มก่อการร้ายตักฟีรีย์ “ดาอิช” (ISIS) ยังพื้นที่ต่างๆ ของอิรัก จนถึงขณะนี้ กองทัพประสบความสำเร็จในการสังหารบรรดาผู้ก่อการร้ายได้จำนวน 3,156 คน

 

ตามคำแถลงการณ์ที่ถูกเผยแพร่โดยกระทรวงกลาโหมของอิรักเกี่ยวกับเรื่องนี้ ชื่อของบรรดาผู้ก่อการร้ายที่โดดเด่นที่สุดที่ถูกสังหารโดยกองทัพของอิรัก ได้แก่ : อบูอัยยูบ อัซซูมาลี, อบูยะมามะฮ์ อัดดูซะรี, อบูซีนะฮ์ อัลลีบี, ฮามิด อิสมาอีล อัซซอบีฮี, อบูฮัฟเซาะฮ์ อัลอันบารี, อบูอะนัส อัชชามี, อบูบักร อัชชัยชานี

 

สิ่งที่ควรกล่าวถึงก็คือ ท่านอิมามอะลี (อ.) ได้กล่าวไว้เมื่อ 1400 ปี ที่ผ่านมาว่า ดูเหมือนว่าคำพูดนี้ ความหมายของมันมีความสอดคล้องอย่างสมบูรณ์กับกลุ่มผู้ก่อการร้าย “ดาอิช” (ISIS) โดยที่พวกเขาคือผู้ที่มีธงต่างๆ ที่เป็นสีดำ

 

ชื่อของพวกเขาเป็นนามแฝง (กุนยะฮ์) อย่างเช่น “อบูมุศอับ” “อบุลบัรรออ์” และอื่นๆ และการอ้างสัมพันธ์ (นิซบะฮ์) ของพวกเขาไปยังเมืองต่างๆ อย่างเช่น “อัลบัฆดาดี” “อัลฮัณณอนี” เป็นต้น

 

ฮะดีษข้างต้นถูกกล่าวไว้ในหนังสือ “เอี๊ยะห์กอกุลฮักก์ วะอิซฮากุ้ลบาฏิล” เล่มที่ 29, หน้าที่ 410