lasted posts

Popular

01

      สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ว่าพล.ท.ไมเคิล ฟลินน์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงประจำทำเนียบขาว แถลงเมื่อวันพุธ ว่า “การกระทำอันเลวร้ายกำลังทำให้อิหร่านรู้สึกจองหอง” ถือเป็นความผิดพลาดของรัฐบาลชุดก่อนหน้าของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่ไม่สามารถตอบโต้พฤติการณ์อันก้าวร้าวของรัฐบาลเตหะรานได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการส่งมอบอาวุธให้แก่กลุ่มก่อการร้าย การสนับสนุนกลุ่มหัวรุนแรง และการละเมิดบรรทัดฐานในระดับสากล

     ขณะเดียวกัน พล.ท.ฟลินน์กล่าวด้วยว่า รัฐบาลวอชิงตัน “ขึ้นบัญชี” อิหร่านเป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่ปฏิเสธลงลึกในรายละเอียด และยังคงสงวนท่าทีว่าสหรัฐจะตอบโต้การทดสอบขีปนาวุธพิสัยกลางของอีกฝ่าย ที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วอย่างไร นอกจากนี้ พล.ท.ฟลินน์ยังตำหนิอิหร่านจากเหตุการณ์ที่กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนโจมตีเรือลาดตระเวนของซาอุดีอาระเบียในทะเลแดงเมื่อต้นสัปดาห์นี้ ซึ่งส่งผลให้ทหารซาอุดีอาระเบียเสียชีวิต 2 นาย
     ด้านอิหร่านรักษาท่าทีต่อการที่สหรัฐโหมประโคมข่าวเรื่องการทดสอบขีปนาวุธมานานหลายวัน จนกระทั่งพล.อ.ฮุสเซ็น  เดห์กาห์น รมว.กระทรวงกลาโหมของอิหร่าน แถลงในวันเดียวกัน ยืนยันการทดสอบขีปนาวุธพิสัยกลางเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาจริง แต่ยอมรับว่าล้มเหลวเพราะเกิดการระเบิดหลังออกเดินทางไปได้ 1,010 กิโลเมตร โดยการทดสอบดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกคำสั่งระบุอิหร่านเป็น 1 ใน 7 ประเทศที่ห้ามเข้าสหรัฐเป็นเวลา 90 วัน ร่วมกับอิรัก ซูดาน ลิเบีย เยเมน ซีเรีย และโซมาเลีย นับตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา 
อย่างไรก็ตาม พล.อ.เดห์กาห์นกล่าวว่าการทดสอบดังกล่าวไม่ได้ละเมิดมติหมายเลข 2231 ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) ตามที่สหรัฐกล่าวอ้าง เนื่องจากเป็นการพัฒนาอาวุธเพื่อป้องกันตัวเองเท่านั้นและไม่ได้ติดหัวรบนิวเคลียร์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สหรัฐเชื่อว่าอิหร่านครอบครองขีปนาวุธที่มีพิสัยยิงไกลถึง 2,000 กิโลเมตร ครอบคลุมถึงอิสราเอลและฐานทัพของสหรัฐในซาอุดีอาระเบีย

 

www.dailynews.co.th