lasted posts

Popular

Sleep-1

การนอนที่จะกีดขวางการได้รับปัจจัยยังชีพ (ริษกี)

การนอนหลับก่อนเที่ยง (ประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนเที่ยง จนถึงเวลาอะซานนมาซซุฮ์รี่) เรียกว่า “ก็อยลูละฮ์” (การนอนพักกลางวัน) ซึ่งมีประโยชน์มากและจะช่วยให้เกิดความกระปี้กระเป่าและเสริมสร้างพละกำลังต่างๆ ของร่างกาย

การนอนในช่วงแรกของกลางคืน

การนอนหลับในช่วงหัวค่ำ หมายถึง หลังจากนมาซอีชาไปจนถึงเที่ยงคืนตามศาสนบัญญัติ ซึ่งแต่ละชั่วโมงของมันเทียบเท่ากับสองชั่งโมงครึ่งถึงสามชั่วโมง และจากเที่ยงคืนตามศาสนบัญญัติจนถึงช่วงเวลาหนึ่งชั่วโมงก่อนการอะซานนมาซซุบฮิ์ ซึ่งแต่ละชั่วโมงของมันเทียบเท่ากับหนึ่งปี กล่าวคือ คุณภาพและคุณค่าของการนอนแต่หัวค่ำนั้นมีมากมายยิ่งนัก มันจะช่วยขจัดความเหนื่อยล้าในการทำงานในช่วงกลางวันให้หมดไป

การนอน “อัยลูละฮ์”

ช่วงเวลาระหว่างการอะซานนมาซซุบฮิ์จนถึงพระอาทิตย์ขึ้น เรียกว่า “บัยนัฏฏุลูอัยน์” และการนอนในช่วงเลานี้เรียกว่า “อัยลูละฮ์”

อัยลูละฮ์ มาจากรากศัพท์ “علل” มีความหมายว่า ความเจ็บป่วย เนื่องจากการนอนหลับในช่วงเวลานี้จะก่อให้เกิดความเจ็บป่วย ท่านอิมามซอดิก (อ.) กล่าวว่า

نَوْمُ الْغَداةِ مَشْؤُمَةٌ تَطْرُدُ الرِّزْقَ وَتَصْفَرُ اللَّوْنَ وَتُقَبِّحُهُ وَتُغَیِّرُهُ… اِنَّ اللَّهَ تَعالى یُقَسِّمُ الْاَرْزاقَ ما بَیْنَ طُلُوعِ الْفَجْرِ اِلى طُلُوعِ الشَّمْسِ فَاِیَّاکمْ وَتِلْك النَّوْمَةَ

“การนอนในตอนเช้าจะก่อให้เกิดเคราะห์ร้าย จะผลักไสปัจจัยยังชีพ (ริษกี) จะทำให้ผิวพรรณเหลืองซีด น่าเกลียดและเกิดการเปลี่ยนแปลง… แท้จริงอัลลอฮ์ผู้ทรงสูงส่ง จะทรงแบ่งสรรปัจจัยยังชีพในระหว่างรุ่งอรุณจนถึงดวงอาทิตย์ขึ้น ดังนั้นพวกท่านจงระวังจากการนอนในช่วงเวลาดังกล่าว” (1)

ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาของการลงมาของทวยเทพ (มะลาอิกะฮ์) ใครก็ตามที่นอนหลับในช่วงเวลานี้เขาจะถูกหักห้ามจากการได้รับปัจจัยยังชีพที่ครบถ้วนสมบูรณ์ของเขา และความจำเริญแห่งจิตวิญญาณของมัน

ในการอรรถาธิบายพระดำรัสของอัลลอฮ์ ผู้ทรงสูงส่งที่ทรงตรัสว่า «فَالْمُقَسِّماتِ أمْرًاً» (ขอสาบานต่อมะลาอิกะฮ์ ผู้จัดสรรการงาน)  ท่านอิมามริฎอ (อ.) กล่าวว่า

اَلْمَلائِكَةُ تُقَسِّـمُ أرْزاقَ بَنى آدَمَ ما بَيْنَ طُلُوعِ الْفَجْرِ إلى طُلُوعِ الشَّمْسِ فَمَنْ نامَ بَيْنَهُما نامَ عَنْ رِزْقِهِ

“มะลาอิกะฮ์ (ทวยเทพ) จะจัดสรรริษกี (ปัจจัยยังชีพ) ให้แก่ลูกหลานของอาดัมระหว่างรุ่งอรุณจนถึงดวงอาทิตย์ขึ้น ดังนั้นผู้ใดที่นอนหลับในระหว่างช่วงเวลาดังกล่าว เขาได้นอนหลับจากริษกีของตน” (2)

การนอน “ฟัยลูละฮ์”

เป็นการนอนที่จะก่อให้เกิดความอ่อนแอและความเกียจคร้าน หมายถึง การนอนหลังจากดวงอาทิตย์ขึ้น ท่านอิมามบากิร (อ.) กล่าวว่า

النَّوْمُ أَوَّلَ النَّهَارِ خُرْقٌ

“การนอนในช่วงแรกของกลางวันคือความโง่เขลา” (3)

เนื่องจากการนอนหลับในช่วงแรกของกลางวันนั้นจะทำให้ร่างกายมีสภาพเย็น (หยิน) ด้วยเหตุนี้จะทำให้ผู้ที่นอนหลับในช่วงดังกล่าวเกิดความเกียจคร้านตลอดทั้งวันและไม่มีความกระปี้กระเป่า และไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะดำเนินการกิจกรรมประจำวันต่างๆ ของตน นั่นก็คือวิกฤตที่เยาวชนคนรุ่นสมัยใหม่กำลังเผชิญกับมัน เนื่องจากไม่ใส่ใจต่อคำแนะนำสั่งสอนทางด้านการแพทย์และจิตวิทยาของอิสลาม

การนอนหลับ “ก็อยลูละฮ์”

การนอนหลับก่อนเที่ยง (ประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนอาซานนมาซซุฮ์รี่ จนถึงเวลาอะซานนมาซซุฮ์รี่) เรียกว่า “ก็อยลูละฮ์” ซึ่งมีประโยชน์มากและจะช่วยให้เกิดความกระปี้กระเป่าและเสริมสร้างพละกำลังต่างๆ ของร่างกาย ในริวายะฮ์ (คำรายงาน) บทหนึ่งจากท่านอิมามซอดิก (อ.) ซึ่งกล่าวว่า

ان اعرابيا اتى النبى فقال يا رسول اللّه : انّى كنتُ رجلاً ذَكورا فَصِرتُ نَسِيّا فقال له النبى: لَعَلّك اعتدت القائله فتركتها. فقال: اَجَلْ. فقال له النبى: فَعُدْ يرجع اليك حِفظُك ان شاءاللّه

“ชาวอาหรับชนบทผู้หนึ่งได้มาพบท่านศาสดา (ซ็อลฯ) โดยกล่าวว่า “โอ้ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์! ข้าพเจ้าเคยเป็นคนที่มีความจำดี แต่มาตอนนี้ข้าพเจ้ากลายเป็นคนขี้ลืม” ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ได้กล่าวกับเขาว่า “บางทีเจ้าอาจจะเคยนอนก่อนเที่ยงเป็นประจำ แล้วเจ้าได้ละทิ้งมัน” เขากล่าวว่า “ใช่ครับ” ท่านศาสดาจึงกล่าวกับเขาว่า “ดังนั้นจงกลับมานอนก่อนเที่ยงเหมือนเดิมเถิด แล้วความจำจะกลับมายังเจ้าอีกครั้ง อินชาอัลลอฮ์ (หากอัลลอฮ์ทรงประสงค์)” (4)

ท่านอิมามบากิร (อ.) กล่าวว่า

القايلة نعمة

“การนอนพักกลางวัน (ก่อนเที่ยง) คือเนี๊ยะอ์มัต (บ่อเกิดของความดีงาม)” (5)

เนื่องจากความร้อนของอากาศในยามกลางวันจะปรับสมดุลภาวะความเย็นในร่างกายของผู้ที่นอนหลับในช่วงเวลาดังกล่าว

การนอนหลับ “ฆ็อยลูละฮ์”

การนอนหลับประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนพระอาทิตย์ตกดิน เรียกว่า “ฆ็อยลูละฮ์” การนอนในช่วงเวลาดังกล่าวนี้จะนำความหายนะมาสู่มนุษย์ ท่านอิมามบากิร (อ.) กล่าวว่า

النَّوْمُ بَعْدَ الْعَصْرِ حُمْقٌ

“การนอนหลับหลังจากช่วงเวลาเวลาอัศรี่ (เวลาเย็นก่อนพบค่ำ) คือความโง่เขลา” (6)

การนอนหลับระหว่างมัฆริบ (หลังตะวันตกดิน) และอีชาอ์ 

การนอนหลับในช่วงเวลาอะซานนมาซมัฆริบ จนถึงช่วงเวลาอีชาอ์ (ประมาณ 2 ชั่วโมง หลังจากอะซานนมาซมัฆริบ) ถือเป็นสิ่งที่ไม่ดี ท่านอิมามบากิร (อ.) กล่าวว่า

النَّوْمُ بَيْنَ الْعِشائيْنِ يُحْرِمُ الرِّزْقَ

“การนอนหลับระหว่างช่วงเวลามัฆริบและอีชาจะยับยั้งจากริษกี (ปัจจัยยังชีพ)” (7)

ท่านอิมามอะลี (อ.) กล่าวว่า

بَيْنَ الْعِشـائيْنِ يُورِثُ الْفـَقْرَ

“การนอนหลับระหว่างช่วงเวลามัฆริบและอีชาจะนำมาซึ่งความยากจน” (8)

เนื่องจากริษกี (ปัจจัยยังชีพ) ส่วนที่เหลือของทุกคนจะถูกจัดสรรให้ในช่วงเวลานี้

เชิงอรรถ :

(1) มะการิมุลอัคลาก, ฏอบัรซี, หน้าที่ 305

(2) มะการิมุลอัคลาก , หน้าที่ 352

(3) บิฮารุ้ลอันวาร, เล่มที่ 73, หน้าที่ 502

(4) มุสนัดอิบนิฮันบัล, เล่มที่ 7, หน้าที่ 296, ฮะดีษที่ 20394 ; อัลมุซ็อนนัฟ, อิบนิอบีชัยบะฮ์, เล่มที่ 5, หน้าที่ 38, ฮะดีษที่ 2 ; อัฏฏอบะกอตุ้ลกุบรอ, เล่มที่ 8 หน้าที่ 29 ; อัลมุสตัดร็อก อะลัซซอฮีฮัยน์, เล่มที่ 3, หน้าที่ 502, ฮะดีษที่ 5874 ; อัสสุนัน อัลกุบรอ, เล่มที่ 10, หน้าที่ 4, ฮะดีษที่ 19664 ; กันซุลอุมมาล, เล่มที่ 9, หน้าที่ 266, ฮะดีษที่ 25969

(5) บิฮารุ้ลอันวาร, เล่มที่ 73, หน้าที่ 502

(6) บิฮารุ้ลอันวาร, เล่มที่ 73, หน้าที่ 502

(7) บิฮารุ้ลอันวาร, เล่มที่ 73, หน้าที่ 502

(8) บิฮารุ้ลอันวาร, เล่มที่ 73, หน้าที่ 184

ที่มา : เว็บไซต์ sahibzaman.com