สืบเนื่องจากความตึงเครียดต่างๆ ที่ทวีความรุนแรงขึ้น สี่ประเทศ ได้แก่ ยูเออี, บาห์เรน, ซาอุดีอาระเบียและอียิปต์ได้ความสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์

ตามรายงานของตัสนีมโดยอ้างที่มาจากรอยเตอร์ว่า : รัฐบาลของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์ และด้วยเหตุผลต่างๆ ทางด้านความมั่นคงได้ขอให้ชาวกาตาร์ทั้งที่อาศัยอยู่และเป็นนักเดินทางท่องเที่ยวในประเทศนี้ ละทิ้งออกจากประเทศนี้ภายใน 14 วัน นอกจากนี้ยูเออียังได้ประกาศห้ามพลเมืองของตนเดินทางไปยังกาตาร์ หรือพำนักอาศัยหรือเดินทางผ่านประเทศนี้

สำนักข่าวตะวันออกกลางของอียิปต์ประกาศเช่นเดียวกันว่า รัฐบาลอียิปต์ได้ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์แล้ว

กระทรวงต่างประเทศอียิปต์ได้กล่าวในแถลงการณ์ของตนว่า : รัฐบาลอียิปต์ได้ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์ เนื่องจากรัฐบาลกาตาร์ยืนกรานที่จะยึดแนวทางของความเป็นปรปักษ์ต่ออียิปต์ และความล้มเหลวของความพยายามต่างๆ ทั้งหมดที่จะทำให้กรุงโดฮาละมือจากการสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายต่างๆ ที่สำคัญที่สุด ก็คือกลุ่มก่อการร้าย “ภารดรภาพมุสลิม” (อิควานุ้ลมุสลิมูน) และการให้ที่พักพิงต่อบรรดาผู้นำของกลุ่มนี้ คำวินิจฉัยชี้ขาดของศาลที่มีต่อพวกเขา เนื่องจากปฏิบัติการก่อการร้ายต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงและความสงบสุขของอียิปต์

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลซาอุดีอาระเบียก็ได้รายงานข่าวเกี่ยวกับการตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์ และประกาศว่า ได้ปิดเส้นทางผ่านทางชายแดน ทางทะเลและทางอากาศทั้งหมดกับกาตาร์แล้ว รัฐบาลซาอุดีอาระเบียยังได้ออกคำสั่งห้ามประชาชนของตนเดินทางไปยังกาตาร์ หรือพำนักอาศัยอยู่หรือเดินทางผ่านประเทศนี้

เช่นเดียวกันนี้ รัฐบาลซาอุดิอาระเบียได้ประกาศห้ามชาวกาตาร์เดินทางเข้าหรือผ่านประเทศซาอุดิอาระเบีย ด้วยเหตุผลต่างๆ ด้านความมั่นคง และขอให้ชาวกาตาร์ที่พำนักอาศัยอยู่หรือเป็นผู้เดินทางที่อยู่ในซาอุดิอาระเบียออกจากประเทศนี้ภายใน 14 วัน

สำนักข่าวของรัฐบาลซาอุดิอาระเบีย ได้เขียนโดยอ้างแหล่งที่มาของเจ้าหน้าที่ว่า : ซาอุดิอาระเบียได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในครั้งนี้ ก็เนื่องมาจากการดำเนินการต่างๆ ทั้งโดยลับและเปิดเผยของกาตาร์ในตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ที่จะสร้างความแตกแยกภายในซาอุดิอาระเบีย และการปลุกปั่นเพื่อให้เกิดการจลาจลต่อต้านรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย และบ่อนทำลายอำนาจอธิปไตยของประเทศนี้ นอกจากนี้การที่โดฮาได้ให้ที่พักพิงแก่กลุ่มก่อการร้ายต่างๆ และกลุ่มแนวคิดจำนวนมาก เพื่อที่จะทำลายความมั่นคงของภูมิภาค อย่างเช่น กลุ่มภราดรภาพมุสลิม กลุ่มไอซิส และอัลกออิดะฮ์

แหล่งข่าวนี้ได้กล่าวว่า : ซาอุดิอาระเบียได้ทำการตัดสินใจครั้งนี้ เพื่อรักษาสิทธิต่างๆ ทางด้านอธิปไตยของตน ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ และการปกป้องความมั่นคงภายในของตนจากอันตรายต่างๆ ของการก่อการร้ายและความสุดโต่ง

บาห์เรนเป็นประเทศอาหรับที่สี่ ที่ได้ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตของตนกับกาตาร์ เป็นการประสานสอดคล้องกันกับยูเออี บาห์เรน อียิปต์และซาอุดีอาระเบีย รัฐบาลบาห์เรนได้ตัดความสัมพันธ์กับกาตาร์และได้กล่าวหาประเทศนี้ว่าให้การสนับสนุนการก่อการร้ายและการแทรกแซงในกิจการภายในประเทศของตน

รัฐบาลบาห์เรนได้กล่าวในแถลงการณ์ของตนว่า : มานามาจะนำคณะทูตของตนออกจากโดฮา และให้โอกาสแก่สมาชิกทุกคนของคณะทูตกาตาร์ 18 ชั่วโมง เพื่อเดินทางออกจากบาห์เรน

ตามเนื้อหาต่างๆ ที่ถูกเผยแพร่ในเว็บไซต์ทางการของสำนักข่าวของรัฐบาลกาตาร์ โดยอ้างจากประมุขของประเทศนี้ ความตึงเครียดและความขัดแย้งครั้งประวัติการณ์ในปัจจุบันระหว่างยูเออี, อียิปต์, บาห์เรน, ซาอุดีอาระเบีย, กาตาร์ได้เริ่มต้นขึ้น พร้อมกับการโจมตีกันและกันของสื่อทั้งสองฝ่าย

รัฐบาลกาตาร์ได้ประกาศว่า เว็บไซต์นี้ตกเป็นเป้าโจมตีทางไซเบอร์ และเนื้อหาต่างๆ ที่ถูกตีพิมพ์ไม่ใช่เป็นของประมุขกาตาร์ แต่ซาอุดิอาระเบียและยูเออีได้ปฏิเสธที่จะยอมรับคำอธิบายนี้

ด้วยผลของความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นซึ่งได้เริ่มต้นขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากการประชุมสุดยอดของบรรดาผู้นำของประเทศอาหรับและอิสลามจำนวนหนึ่งกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยการเป็นเจ้าภาพของซาอุดีอาระเบียในกรุงริยาด รัฐบาลคูเวตพยายามที่จะเป็นสื่อกลางในการไกล่เกลี่ย แต่เมื่อพิจารณาถึงการตัดความสัมพันธ์ดังกล่าวนี้ ดูเหมือนว่าการเป็นสื่อกลางในการไกล่เกลี่ยนี้คงไม่บังเกิดผล

ที่มา : tasnimnews

แปล/เรียบเรียง : ศูนย์สารสนเทศอิสลาม สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม