- Anti Salafi - http://anti-salafi.com -

ดูเตอร์เต” จัดการ “มาอูเต” จน มาราวี กลายสภาพเป็นเมืองร้าง แต่ดีกว่าก่อการร้ายลุกลามจนแก้ไม่ได้

กองทัพฟิลิปปินส์ ได้ออกแถลงการณ์ ในการเสริมกำลังทหารเข้าสู่เมืองมาราวี อีก 400 นาย ในขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิต นับตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม ที่ผ่านมานั้น เพิ่มเป็น 310 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มก่อการร้ายมาอูเต แนวร่วมของกลุ่มไอเอส จำนวน 225 ราย ทหารจำนวน 59 ราย และมีพลเรือนอีกจำนวน 26 ราย ส่วนจำนวนพลเรือนที่จำเป็นต้องอพยพออกจากเมืองมาราวีและพื้นที่ใกล้เคียงอยู่ที่ราว 300,000 คน

[1]

ขณะที่ทางด้านประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต กล่าวว่าการสู้รบครั้งนี้แม้ยืดเยื้อ เพราะเป็นการยากมากที่ทหารต้องสู้รบกับกลุ่มคนที่พร้อมตายตลอดเวลาโดยใช้พระเจ้าเป็นข้ออ้างในการสังหารผู้บริสุทธิ์ แต่เขาเชื่อมั่นว่าสถานการณ์ใกล้ยุติแล้ว พร้อมกันนั้นทางด้านผู้นำฟิลิปปินส์ ได้ตำหนิพรรคฝ่ายค้านและนักสิทธิมนุษยชน ซึ่งวิจารณ์การที่เขาประกาศบังคับใช้กฎอัยการศึกครอบคลุมทั้งเกาะมินดาเนาโดยให้มีผลในเบื้องต้นเป็นเวลา 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคมเป็นต้นมา ว่าพฤติการณ์ของกลุ่มมาอูเตถือเป็นทั้งกบฏ และก่อการร้าย ซึ่งโรดริโก ดูเตอร์เต ย้อนกลับไปยังบรรดาผู้ที่แสดงออกถึงการคัคค้านเหล่านั้นว่า ต้องให้พวกมาอูเตเผาบ้านเมืองให้วอดวายเสียก่อน จึงค่อยบอกว่าเป็นกบฏ ใช่หรือไม่?

 

[2]

[3]

[4]

ฟิลิปปินส์ ประสบปัญหาเรื่องก่อการร้ายครั้งนี้นับว่าใหญ่หลวงนัก ขณะนี้มาราวี กลายเป็นเมืองร้างสภาพไม่ต่างอะไรจากพื้นที่ในซีเรีย บ้านเรือนมีแต่ซากปรักหักพัง แต่สิ่งที่เห็นชัดเจนของผู้นำฟิลิปปินส์คือความเด็ดขาด เมื่อเกิดเหตุ ก็ไม่ต้องรอให้ยืดเยื้อจัดการทันที อาจจะเสียหายหนัก แต่ก็คงจะรักษาผืนแผ่นดินเอาไว้ได้ ดีกว่าทำให้ก่อการร้ายลุกลามบานปลาย ท้ายที่สุดก็ควบคุมไม่ได้

[5]

[6]

[7]

[8]

[9]

[10]

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล : สำนักข่าวทีนิวส์
[11] [12]