lasted posts

Popular

ถาม : “อิสลาม” ศาสนาแห่งสันติ หรือสงคราม?

12049272_781341505345831_4289797710687834629_n

ตอบ : อิสลามคือศาสนาแห่งสันติ มีพระดำรัสของพระองค์อัลลอฮ์ในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานที่พระองค์ทรงตรัสว่า “บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย! จงเข้าไปอยู่ในความสันติเถิด (อัลบะกอเราะฮ์โอการที่ 208)”

และในอีกโองการหนึ่งพระองค์ทรงตรัสว่า “และหากพวกเขาโอนอ่อนมาเพื่อการประนีประนอมแล้ว เจ้าก็จงโอนอ่อนตาม (อัลอัมฟาลโองการที่ 61)”

สองโองการข้างต้นที่เป็นพระบัญชาของพระผู้เป็นเจ้าแก่มวลมุสลิมทั้งผองพอที่จะเป็นสิ่งยืนยันได้ว่า อิสลามคือศาสนาแห่งสันติ ไม่ใช่ศาสนาที่กระหายสงคราม

เมื่อผมตอบแล้วผมอยากจะถามท่านกลับว่า ท่านซึ่งไม่ได้เป็นมุสลิม แต่ท่านก็เป็นผู้หนึ่งที่รักในความสันติไม่แตกต่างอะไรกับพี่น้องมุสลิม ในกรณีที่ท่านต้องใช้ชีวิตเผชิญอยู่ภายใต้การปกครองของผู้ปกครองที่กดขี่ ผู้ปกครองที่เป็นเผด็จการ หรือในกรณีที่ญาติพี่น้องของท่านกำลังถูกผู้อื่นกดขี่รีดนาทาเร้น ฯลฯ ถามว่าท่านจะวางตัวเช่นไร ถามว่าท่านจะนิ่งดูดายไม่สนใจใดๆ ต่อสถานการณ์เช่นนั้น เพราะท่านคือผู้รักสันติอย่างนั้นหรือ?

แต่ในอิสลาม เมื่อมุสลิมต้องเผชิญหน้ากับบรรดาผู้กดขี่ ผู้ลิดรอนสิทธิ มุสลิมจะไม่มีวันโอนอ่อนตาม และไม่มีวันทำเป็นทองไม่รู้ร้อน หรือยอมให้เขากดขี่ และลิดรอนสิทธิ แม้กระทั่งพี่น้องมุสลิมด้วยกันเมื่อรู้ว่าพวกเขากำลังถูกรุกราน ถูกรังแก ถูกดกขี่ เป็นภารกิจทางศาสนาที่มวลมุสลิมจะต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน พระองค์อัลลอฮ์ทรงตรัสไว้ในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานว่า “ดังนั้นผู้ใดละเมิดต่อพวกเจ้าก็จงละเมิดต่อเขาเยี่ยงที่เขาละเมิดต่อพวกเจ้า (อัลบะกอเราะฮ์โองการที่ 194)”

และในอีกโองการหนึ่งพระองค์ทรงมีพระดำรัสว่า “สำหรับบรรดาผู้ที่ถูกโจมตีนั้น ได้รับอนุญาตให้ต่อสู้ได้ เพราะพวกเขากำลังถูกกดขี่ข่มเหงและแท้จริงอัลลอฮ์ทรงสามารถที่จะช่วยเหลือพวกเขาได้อย่างแน่นอน (อัลฮัจญ์โองการที่ 39)”

และอีกโองการหนึ่งพระองค์ทรงมีพระดำรัสว่า “และหากพวกเจ้าจะลงโทษ (ฝ่ายปรปักษ์) ก็จงลงโทษเยี่ยงที่พวกเจ้าได้รับโทษเท่านั้น (อัลนะฮ์ลฺโอการที่ 126)”

สรุปแล้ว ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาแห่งสันติ ไม่ใช่ศาสนาแห่งสงคราม แต่ในขณะเดียวกันเมื่อมุสลิมคนใดก็ตามถูกกดขี่ ถูกลิดรอนสิทธิ ถูกรุกราน ถูกรังแก มุสลิมจะต้องลุกขึ้นต่อสู้กับผู้กดขี่ ผู้รุกรานเหล่านั้น รวมถึงช่วยเหลือพี่น้องมุสลิมที่กำลังถูกกดขี่ ถูกรุกรานอีกด้วย อิสลามไม่อนุญาตให้กดขี่ผู้ใด ในขณะเดียวกันก็ไม่อนุญาตให้นิ่งเฉยต่อการถูกกดขี่

ท่านอาจจะถามต่อไปอีกว่า ในประวัติศาสตร์อิสลามท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ทำสงครามอย่างมากมายกับผู้ปฏิเสธพระผู้เป็นเจ้า การทำสงครามเหล่านั้นมุสลิมจะอธิบายว่าอยางไร?

ผมขอตอบว่า การทำสงครามของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ในประวัติศาสตร์ที่ถูกบันทึกไว้ ล้วนเป็นการปกป้อง พิทักษ์ ศาสนา ต่อต้านการรุกราน การกดขี่ และขจัดความชั่วร้ายบนหน้าแผ่นดินเท่านั้น ไม่มีสงครามใดของศาสดามุฮัมมัด (ศ) และสงครามของมุสลิมกลุ่มใด ที่จะเป็นการก่อสงครามเพื่อแย่งชิงอำนาจ แย่งชิงผืนแผ่นดินของผู้ใด สงครามของมวลมุสลิมจึงเป็นเรื่องของการต่อสู้เพื่อพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งศาสนาของพระผู้เป็นเจ้า ต่อต้านการรุกราน การกดขี่ การลิดรอนสิทธิ และการขจัดความชั่วร้ายเท่านั้น ซึ่งเป็นภารกิจที่สำคัญยิ่งของศาสนาอิสลามเหนือมวลมุสลิมทั้งปวง

เขียนโดย มัรฮูม เชคมาลีกี ภักดี

  • Gallery
  • 20 กันยายน , 2015