lasted posts

Popular

170039_581

ทำใมฉันต้องเป็นชีอะห์

 

ทำใมเราจึงเลือกที่จะยึดปฏิบัติตามลูกหลานนบี ปฏิบัติตามท่านอิมามอาลี(อ)ภายหลังการเสียชีวิตของท่านนบีมุฮัมมัด(ศ็อลฯ) พูดสั้นๆ ก็คือทำใมเราจึง “เป็นชีอะห์”   บทความนี้อาจให้คำตอบแค่คุณได้ครับ

 

ท่านนบีมุฮัมมัด(ศ็อลฯ)กล่าวไว้ว่า

 

ستفرق أمتي ثلاث و سبعون فرقة و كلهم في النار إلا فرقة واحدة

 

“ประชาชาติของฉันจะแตกเป็น 73 จำพวก ทั้งหมดคือชาวนรก ยกเว้นเพียงกลุ่มเดียวที่เข้าสวรรค์”

 

พวกเดียวที่เข้าสวรรค์ คือพวกไหน ?

 

มีฮะดิษศ่อเอี้ยะบทหนึ่งที่บันทึกไว้ทั้งซุนนี่และชีอะห์ นั่นคือ ฮะดิษษะก่อลัยน์ ซึ่งรายงานจากเซด อิบนุอัรกอมว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ็อลฯ) กล่าวว่า

 

اِنِّي تَارِكٌ فِيْكُمْ الثقلين مَا اِنْ تَمَسَّكْتُمْ بِهِ لَنْ تَضِلُّوا بَعْدِي أَحَدُهُمَا أعْظَمُ مِنَ الآخَرَ كتَابَ اللهِ حَبْلٌ مَمْدُوْدٌ مِنَ السِمَاءِ اِلىَ الأرْضِ وَعِتْرَتِي أَهْلُ بَيْتِي وَلَنْ يَتَفَرَّقَا حَتَّى يَرِدَا عَلَيَّ الحَوْضَ فَانْظُرُوا كَيْفَ تَخْلُفُوْنِي فِيْهِمَا

 

“แท้จริงฉันทิ้งไว้ให้พวกท่านสองสิ่งที่หนักยิ่ง ถ้าหากพวกท่านยึดมั่นต่อสิ่งนั้น จะไม่มีวันหลงทางเด็ดขาดหลังจากฉัน อย่างหนึ่งใหญ่กว่าอีกอย่างหนึ่ง คือคัมภีร์ของอัลลอฮ์ที่โยงลงมาจากฟากฟ้าสู่แผ่นดิน และวงศ์วานที่เป็นญาติใกล้ชิดของฉัน ทั้งสองจะไม่แยกจากกันจนกว่าจะกลับไปหาฉันที่บ่อน้ำ ฉะนั้นจงดูเถิดว่าพวกเจ้าจะแย้งฉันในเรื่องทั้งสองอย่างไร” สุนันอัตติรมีซีย์ ฮะดีษเลขที่ 3720

 

ความหมายของฮะดิษบทนี้ก็คือ

ท่านนบี(ศ็อลฯ)ได้ละทิ้งสิ่งสองสิ่งนี้ไว้ในหมู่ประชาชาติอิสลาม และหากมุสลิมคนใดยึดถือและปฏิบัติตาม (คำว่ายึดถือและปฏิบัตตามหมายถึง ให้ดูว่าการนมาซ ถือศิลอด การทำฮัจญ์ และการกระทำทุกอย่างของเขาสอดคล้องกับอัลกุรอานและลูกหลานของท่านหรือไม่ หากสอดคล้องนบีบอกว่า) “จะไม่มีวันผิดเด็ดขาดตราบถึงวันกิยามัต” (لن تضلوا)

 

อัลกุรอานและลูกหลานนบีคือ หลักค้ำประกันความปลอดภัยแก่อุมมะฺฮ์ประชาชาติมุสลิม

ลูกหลานนบีที่เป็นหลักค้ำประกันภายหลังนบีมีทั้งหมดกี่ท่านด้วยกัน ? คำตอบ มีด้วยกัน 12 ท่านดั่งคำประกาศของท่านนบีมุฮัมมัด(ศ็อลฯ)เอง

 

ชีอะฮ์และซุนนีได้บันทึกไว้ว่า เมื่อท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ได้แต่งตั้งท่านอิมามอาลี (อ.) เพื่อเป็นอิมามต่อจากท่านในเหตุการณ์ฆอดีรคุม และหลังจากที่อายะฮ์อิกมาลได้ประทานลงมา

 

اليَوْمَ أَكْمَلْتُ لَكُمْ دِينَكُم‌ وَأَتْمَمْتُ عَلَيْكُمْ نِعْمَتِي‌ وَ رَضِيتُ لَكُمُ ال‌ءِسْلَـٰمَ دِينًا

 

ท่านอบูบักร และท่านอุมัรได้ลุกขึ้นและถามจากท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ว่า “วิลายะฮ์และการเป็นตัวแทนหลังจากท่านในครั้งนี้เป็นของอาลี (อ) เพียงผู้เดียวใช่ไหม?” ท่านได้กล่าวว่า “จำเพาะสำหรับอาลี (อ) และบรรดาตัวแทนของฉัน จนถึงวันกิยามัต” พวกเขาได้ถามว่า “บรรดาตัวแทนของท่านมีใครบ้าง?” ท่านได้กล่าวว่า “อาลี (อ) ผู้เป็นน้องชาย, ตัวแทน, ผู้สืบทอด และคอลีฟะฮ์หลังจากฉันสำหรับประชาชาติของฉัน และเขาจะเป็นผู้มีสิทธิเหนือมุอ์มินทุกคนหลังจากฉัน, หลังจากนั้นฮาซัน (อ)และฮุเซน(อ)ผู้เปรียบเสมือนบุตรของฉันเป็นอันดับถัดมา และลูกหลานจากฮุเซน (อ.) อีกจำนวน 9 คน ซึ่งพวกเขาจะสืบทอดอำนาจ

 

ตัวบทฮะดิษที่มีความหมายคล้ายกันเช่น

 

خبرني عن وصيّك مَن هُوَ ؟ فما مِن نبيٍّ إلا و له وصيٌّ ، و إنّ نبيّنا موسي بن عمران أوصي الي يوشع بن نون فقال رسول الله : إن وصيي علي بن أبي طالب ، وبعده سبطاي الحسن والحسين ، تتلوه تسعة أئمة من صلب الحسين

 

มีคนเอ่ยถามท่านนบีมุฮัมมัดว่า จงแจ้งแก่ฉันถึงผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากท่านว่า เขาผู้นั้นเป็นใครกัน ? เพราะไม่มีนบีคนใดที่จากไปโดยไม่มีผู้สืบทอด เช่น ยูชะฮ์ บิน นูน คือผู้สืบทอด(วะศีย์)ของนบีมูซา บิตรแห่งอิมรอน

ท่านนบีมุฮัมมัดจึงตอบแก่ชายผู้นั้นว่า ตัวเเทนผู้สืบต่อจากฉัน คือ อาลี บินอบิฏอลิบ หลังจากนั้นฮาซัน (อ)และฮุเซน(อ)ผู้เปรียบเสมือนบุตรของฉันเป็นอันดับถัดมา และลูกหลานจากฮุเซน (อ) อีกจำนวน 9 คน ซึ่งพวกเขาจะสืบทอดอำนาจ

 

ศ่อเอี้ยะมุสลิมได้บันทึกและเอ่ยถึงจำนวมผู้นำทั้ง 12 ท่านไว้เช่นกันว่า

 

จากญาบีร อิบนิ ซะมาเราะฮ์

 

عَنْ جَابِرِ بْنِ سَمُرَةَ قَالَ دَخَلْتُ مَعَ أَبِی عَلَى النَّبِیِّ صَلَّى اللَّهُ عَلَیْهِ وَسَلَّمَ فَسَمِعْتُهُ یَقُولُ إِنَّ هَذَا الْأَمْرَ لَا یَنْقَضِی حَتَّى یَمْضِیَ فِیهِمْ اثْنَا عَشَرَ خَلِیفَةً قَالَ ثُمَّ تَکَلَّمَ بِکَلَامٍ خَفِیَ عَلَیَّ قَالَ فَقُلْتُ لِأَبِی مَا قَالَ قَالَ کُلُّهُمْ مِنْ قُرَیْشٍ

 

วันหนึ่งฉันได้เข้าไปหาท่านนบีพร้อมกับบิดาของฉัน และฉันก็ได้ยินท่านนบีกล่าวว่า

“ศาสนาอิสลามนี้จะยังคงธำรงอยู่จนกว่าจะถึงวันกิยามัต และจนกว่าจะมีสิบสองคอลีฟะห์ สิบสองอะมีร สิบสองอิมาม มายังพวกเจ้าครบเสียก่อน” และบางฮะดิษก็ได้เล่าต่ออีกว่า “จากนั้นท่านศาสดา(ศ็อลฯ)กล่าวสิ่งหนึ่งซึ่งฉันไม่ได้ยิน จากนั้นพ่อของฉันจึงบอกแก่ฉันว่า ท่านศาสดากล่าวว่าพวกเขาทั้งหมดเป็นชาวกุเรช”

(เศาะฮี้ห์มุสลิม, เล่มที่ 9, หน้าที่ 335,333, 337)

 

นี้คือเหตุผลที่ว่า ทำใมเราต้องเชื่อฟังและปฏิบัติอะลุลบัยต์นบี(ลูกหลานนบี)

 

นี้คือเหตุผลที่เราเชื่อว่า “ผู้นำภายหลังจากท่านนบีจะต้องมีเพียง 12 คนเท่านั้น”

 

และนี้คือเหตุผลที่เราเป็น “ชีอะห์ 12 อิมาม”

 

และต่อไปคือเหตุผลที่เราเชื่อว่า อิมามอาลีประเสริฐกว่าผู้ใดภายหลังนบี และเลือกที่จะปฏิบัติและเชื่อฟังท่านและหันหลังให้กับกลุ่มบุคคลที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับท่าน(อ) เพราะด้วยเหตุผลที่ว่า

 

ท่านนบีกล่าวว่า

 

سيکون بعدي فتن، فإذا کان ذلک فالزموا علي بن أبي طالب، فإنّه فاروق بين الحق و الباطل؛

 

เวลาหนึ่งอันใกล้จะมาถึงหลังฉันจากไป คือ “การเกิดฟิตนะฮ์มากมาย” ฉะนั้น(โอ้ประชาชาติทั้งหลาย)เมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น จงยึดถือปฏิบัติตามอาลีเถิด เพราะเขา(อาลี)คือผู้แยกแยะระหว่างสัจธรรมกับความอธรรม

 

ท่านนบี(ศ็อลฯ)กล่าวจับที่ไหล่ของท่านอิมามอาลี(อ)แล้วกล่าวว่า

 

تکون بين اُمّتي فرقة و اختلاف، فيکون هذا و أصحابه علي الحق

 

การแบ่งกลุ่มพวก และความแตกแยก จะเกิดขึ้นในหมู่ประชาชาติของฉัน ฉะนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น(พึงรู้ไว้ว่า)ความถูกถูกจะอยู่กับชายผู้นี้(อาลี)และสาวกของเขา

 

ฉะนั้นหากเกิดคำถามและ..

 

หากพวกเจ้าสงสัยว่า ทำใมเราจึงตามลูกหลานนบี คำตอบก็อยู่ในฮะดิษ ษะก่อลัยข้างต้น

 

หากพวกเจ้าสงสัยว่า ทำใมเราจึงเชื่อและเฉพาะแจะจงว่า อิมามต้องมีเพียง 12 ท่านเท่านนั้น คำตอบก็อยู่ในฮะดิษที่มุสลิมบันทึกไว้

 

หากพวกเจ้าสงสัยว่า ทำใมเราเลือกอยู่ข้างท่านอิมามอาลี(อ)ในสงครามญะมัล(สงครามระหว่างอาอิชะกับอิมามอาลี) ในสงครามศิฟฟีน(สงครามระหว่างมุอาวียะฮ์กับอิมามอาลี) และหากสงสัยว่าทำใมเราจึงเลือกที่จะอยู่ท่านอิมามอาลีในเรื่อง “ตำแหน่งคอลีฟะฮ์ภายหลังนบี” คำตอบของเรื่องนี้ อยู่ในฮะดิษข้างบน

 

นี้คือคำตอบที่ว่า “ทำใมข้าจึงต้องเป็นชีอะห์”

 

เอกภาพ ชัยศิริ

  • Gallery
  • 21 มกราคม , 2017