lasted posts

Popular

11393128_859478387472335_7120048812957058916_n1

ปรัชญาเดือนรอมฏอนอันทรงเกียรติ ตอนที่ 2

 

 

โดย ฮุจญตุลอิสลาม ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี

ณ ฮูซัยนียะฮ์ อิมามบากิร (อ)ต.บ้านคู อ.จะนะ จ.สงขลา

16 มิถุนายน 2558 = 29 ชะอฺบาน 1436

♔♔♔♔♔♔♔♔♔♔♔♔♔♔♔♔

 

 

หัวข้อ เงื่อนไขในการทำความเข้าใจอัลกุรอ่าน

♔•●✺ اللهم صل علی محمد وآل محمد وعجل فرجهم ✺●•♔

กุรอ่าน คือ คัมภีร์ แห่งความรู้ คือ คัมภีร์แห่งวิชาการ อัลกุรอ่านไม่ใช่คัมภีร์ทั่วไป แต่เป็นคัมภีร์สำหรับทั้งโลกนี้และโลกหน้า หรือ โลกแห่งจิตวิญญาณ ไม่ใช่เป็นบทหนังสือเรียนทั่วๆไปที่สามารถอ่านได้โดยไม่มีเงื่อนไข แต่มีเงื่อนไขต่างๆมากมาย คนที่จะสามารถทำความเข้าใจอัลกุรอ่านได้อย่างถ่องแท้นั้น มีเงื่อนไขของมัน ไม่ใช่ใครมาอ่านกุรอ่าน แล้วจะเข้าใจ กล่าวง่ายๆสั้นๆว่า เขาจะต้องมีความฉลาดทางจิตวิญญาณ จะต้องมีความสะอาดทางจิตวิญญาณ

ซึ่งอัลกุรอ่านก็ได้บอกแล้วว่า เป็นคัมภีร์ คัมภีร์เดียว ที่บอกถึงเงื่อนไข ซึ่งไม่มีในหนังสืออื่นๆ ซึ่งถ้าเทียบกับตำราต่าง จะไม่เหมือนกับตำราอื่นๆ จุดหนึ่งในความไม่เหมือนของตำราเล่มนี้ ถ้าจะเรียกว่าตำรา คือ อัลกุรอ่านเป็นตำราที่มีความบริสุทธิ์ ผู้บริสุทธิ์เท่านั้นที่จะได้ประโยชน์จากตำราเล่มนี้ ในซูเราะฮวากิอะฮฺ คนที่อ่านเป็นประจำก็จะได้ประโยชน์จากตำราเล่มนี้

 

 

ความหมายคุณลักษณะ กะรีม ของอัลกุรอ่าน

إِنَّهُ لَقُرْآنٌ كَرِيمٌ

คือ คัมภีรอัลกุรอ่านที่ทรงเกียรติ เป็นตำราที่มีเกียรติ

ทำไม ถึงมีเกียรติ เพราะถูกส่งมาจากฟากฟ้า ตำราจากที่สูง ไม่ใช่ตำราจากมนุษย์ และการที่จะส่งอัลกุรอ่านลงมา ก็มีเรื่องวันเรื่องเวลาต่างๆ มีเงื่อนไขต่างๆมากมาย จะต้องเลือกศาสดาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ศาสดาที่มีความประเสริฐที่สุด

หัวข้อ นายของคัมภีร์ นายของศาสดา

อัลกุรอ่านมีมาแต่เดิม แต่มันยังไม่สามารถที่จะลงมาหามนุษย์ เพราะ ยังไม่มีที่ลง เหตุผลหนึ่งที่ คัมภีร์อัลกุรอ่าน ถูกประทานลงมาในยุคของท่านนบีมูฮัมมัด(ศ) เพราะไม่มีใครที่จะรับคัมภีร์อัลกุรอ่านได้ นอกจาก ท่านนบีมูฮัมมัด (ศ) เพราะตัวของอัลกุรอ่าน คือ ต้นแบบของคัมภีร์อื่นๆ

คัมภีร์อัลกุรอ่าน เป็นคัมภีร์ที่ลงมาเป็นนายของทุกๆคัมภีร์ และคนที่จะรับคัมภีร์จากอัลลอฮ(ซบ) ต้องเป็นศาสดา และเมื่อจะส่งคัมภีร์ซึ่งเป็นนายของทุกๆคัมภีร์ คนที่รับก็จะต้องเป็นนายของทุกๆศาสดา คือ จะต้องรอ ซัยยิดุลอัมบียาอิวัลมุรซาลีน ปรากฎตัวลงมา

นี่คือ ความสูงส่ง ความยิ่งใหญ่ ไม่ใช่ตำราหรือ คัมภีร์ทั่วไป จึงมีเงื่อนไข หรือ กฎเกณฑ์ต่างๆอย่างมากมาย ซึ่งในซูเราะฮวากีอะฮฺ

إِنَّهُ لَقُرْآنٌ كَرِيمٌ

มันคือคัมภีร์ที่ทรงเกียรติ ที่กะรีม

فِي كِتَابٍ مَكْنُونٍ

ก่อนหน้านี้ถูกเก็บรักษาไว้ในสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งในอัลกุรอ่านบอกว่า ถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี ก่อนที่จะถูกประทานลงมา

 

 

หัวข้อ ความหมายของ มุเฏาะฮารูน

لَا يَمَسُّهُ إِلَّا الْمُطَهَّرُون

ไม่มีใครสัมผัส แตะต้องได้ เว้นแต่ผู้ที่สะอาดบริสุทธิ์ ซึ่งอาเล็มอุลามาอฺ ก็ให้ทัศนะที่แตกต่างกันในเแต่ละเนื้อหา และระดับขั้นตอน ซึ่งทัศนะที่แตกต่างในที่นี่ ไม่ได้หมายถึง ความขัดแย้ง แต่ให้ทัศนะที่ค่อยๆลึกซึ้งลงไป โดยในเบื้องต้น ทัศนะที่เกือบจะตรงกันทั้งหมด คือ ผู้ที่จะสัมผัสกับอัลกุรอ่านได้ จะต้องเป็นผู้ที่มีความบริสุทธิ์ทางภายนอก ทางร่างกาย

บางมัซฮับ ถือว่า วาญิบต้องมีน้ำวุฎุอ์ เพราะวุฎุอ คือ สิ่งที่ทำให้มนุษย์บริสุทธิ์ จึงต้องมีวุฎุอ์ จึงจะสัมผัสอัลกุรอ่านได้ คือสัมผัสด้านนอก คือ สัมผัสกระดาษ ถ้าเป็นกระดาษธรรมดาเราจะจับแบบไหนก็ได้ แต่เมื่อเราพิมพ์อักษรที่มีเกียรติลงไป ทำให้มันกลายเป็นสิ่งที่มีเกียรติ ไม่มีน้ำวุฎุอฺห้ามจับมัน ซึ่งเป็นอะฮกามของในบางมัซฮับ และในบางมัซฮับ อาจจะไม่ถือว่า การทำวุฎุอก่อนสัมผัสอัลกุรอ่านเป็นวาญิบ แต่ก็ได้ส่งเสริมว่า ดีที่สุด ถ้าจะสัมผัสอัลกุรอ่านนั้น เราต้องมีน้ำวุฎุอฺ ซึ่งทุกกลุ่มมีความเห็นตรงกันทั้งหมด

ซึ่งจริงๆแล้ว การทำวุฎุอฺที่ชำระล้างภายนอก เป้าหมายของมัน คือ การชำระล้างจิตวิญญาณ

 

ปรัชญาของการทำวุฎุอฺ

ดังนั้นทุกคนที่ทำวุฎุอฺจะต้องรู้ว่า เมื่อทำน้ำนมาซ เรากำลังทำความสะอาดจิตวิญญาณของเรา ซึ่งก็มีปรัชญาของมัน ซึ่งหากจะอธิบายให้ได้หมด ก็อาจจะต้องใช้เวลา 15 ชม.

ถ้าเราอาบน้ำอย่างดีฟอกสบู่แล้ว แต่ถ้าพี่น้องจะทำการนมาซ ก็จะต้องทำน้ำวุฎุอฺก่อน ซึ่งนี่คือ ข้อพิสูจน์ ที่จะต้องทำน้ำนมาซ เพื่อชำระล้างจิตวิญญาณของมนุษย์ ซึ่งการล้างใบหน้า ฝ่ามือ เท้า ก็จะมีคำอธิบายโดยเฉพาะของมัน ในแต่ละเรื่อง เช่น
– การเช็ดน้ำที่ศรีษะ ก็เพื่อการล้างสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในสมองของเราในวันนั้น เช่น สิ่งโกหกมดเท็จ ที่ไร้ประโยชน์ – การล้างหน้า เพื่อชำระล้างความสะอาด ที่ในวันนี้เราไม่ได้ผินหน้าหาพระองค์ จึงล้างการผินหน้าต่างๆออกไปทั้งหมด จึงต้องล้างใบหน้าเพื่อผินหน้าหาพระองค์
ดังนั้น ทุกๆสิ่งทุกอย่างในศาสนามีปรัชญาเฉพาะของมัน และเมื่อการอาบน้ำนมาซ เป็นเงื่อนไขทางจิตวิญญาณของมนุษย์ และเรามีฮาดิษ ว่า ถ้าจะอ่านอัลกุรอ่าน จะต้องมีน้ำนมาซ การมีน้ำนมาซ บางมัซฮับ อาจจะบอกว่า เป็นมุสตาฮับ เป็นซุนนะฮ บางมัซฮับ อาจจะถือว่าเป็นวาญิบ นี่เป็นการแสดงให้เห็นว่า หากมนุษย์ต้องการใช้ประโยชน์จากอัลกุรอ่านแล้ว เขาจะต้องมีจิตวิญญาณที่ดี จิตวิญญาณที่สะอาดบริสุทธิ์ ดังที่ปรากฎในซูเราะฮวากีอะฮฺว่า

لَا يَمَسُّهُ إِلَّا الْمُطَهَّرُون

คัมภีร์ที่สะอาดบริสุทธิ์อันนี้ ผู้ที่จะใช้ประโยชน์จากมันได้นั้น ต้องสะอาดบริสุทธิ์เท่านั้น อุลามาอฺบางท่านได้ทำการอธิบายว่า จะเข้าใจอัลกุรอ่านได้อย่างถูกต้อง ต้องขึ้นกับความบริสุทธิ์ทางจิตวิญญาณของผู้อ่าน

ถ้าผู้อ่านมีความบริสุทธิ์ทางจิตวิญญาณ 10 คะแนน ก็จะได้ประโยชน์จากอัลกุรอ่านแค่ 10
ถ้ามีความบริสุทธิ์ทางจิตวิญญาณ 20 ก็จะได้ประโยชน์อย่างถูกต้อง และสมบูรณ์ นี้เพียงแค่ 20 แต่ถ้ามีความบริสุทธิ์ทางจิตวิญญาณ 100 เต็ม ก็จะได้ประโยชน์จากอัลกุรอ่าน 100 เต็ม เงื่อนไขของมันคือ ความสะอาดทางจิตวิญญาณ

ดังนั้น อะไรที่ทำให้มนุษย์แปดเปื้อนทางจิตวิญญาณ จะต้องถูกขจัดออกไปจากหัวใจของมนุษย์ และเมื่อเอกองค์อัลลอฮ มีพระประสงค์ต้องการให้มนุษย์ เข้าใจอัลกุรอ่านมากที่สุดในเดือนรอมฎอน พระองค์จึงจัดการกับปัจจัยด้านลบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอัลกุรอ่าน

♔•●✺ اللهم صل علی محمد وآل محمد وعجل فرجهم ✺●•♔