lasted posts

Popular

บทบาทและการเคลื่อนไหวของซาอุดิอาระเบีย อยู่ในความสนใจของผู้ติดตามข่าวสารและสถานการณ์โลกอยู่เสมอ ด้วยเหตุผลหลายประการ

ซาอุดิอาระเบียเป็นประเทศมุสลิมที่มีการผลิตและส่งออกน้ำมันดิบมากที่สุดในโลก และยังมีปริมาณน้ำมันสำรองอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลกอีกด้วย

ซาอุดิอาระเบียเป็นสถานที่ตั้งของสถานที่สำคัญที่สุดของอิสลามคือ นครมักกะฮ์และนครมะดีนะฮ์ ผู้ปกครองซาอุดิอาระเบียประกาศตัวว่าเป็น ผู้รับใช้สถานที่ศักดิ์สิทธ์ทั้งสองแห่งดังกล่าว

เป็นที่ทราบกันดีว่าซาอุดิอาระเบียถูกตั้งขึ้นมา ด้วยความช่วยเหลือและวางแผนของจักรวรรดิอังกฤษใน ค.ศ. 1925 หลังจากนั้นสหรัฐอเมริกาเข้ามารับช่วงต่อ พรัอมกับเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์จากทรัพยากรน้ำมันของซาอุดิอาระเบียโดยตรง อย่างมหาศาล ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา

การปกครองของซาอุดิอาระเบีย เป็นระบบที่แปลกที่สุดในโลกกล่าวคือ เป็นระบบกษัตริย์แบบสมบูรณาญาสิทธิราชที่ปกครองจากพ่อไปสู่ลูกในครั้งแรก จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นจากพี่ไปสู่น้อง กำลังจะเปลี่ยนแนจากอาไปสู่หลาน และในอนาคตจะเปลี่ยนเป็นระบบจากพ่อไปสู่ลูก อำนาจการปกครองสูงสุดตกอยู่ภายใต้ระบบกษัตริย์จากตระกูลเดียว ซึ่งกษัตริย์ดำรงตำแหน่งทั้งประมุขสูงสุดและหัวหน้ารัฐบาลในคราวเดียวกัน แบบปล่อยยาวจนถึงสิ้นชีวิต โดยมี “นักวิชาการประจำราชสำนัก” คอยค้ำบัลลังก์ไว้อีกทีหนึ่ง ผ่านการตัดสิน (ฟัตวา) เรื่องศาสนาแบบแปลกๆ

ในฐานะผู้รับใช้สถานที่สำคัญที่สุดของอิสลามทั้งสองแห่ง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความศรัทธา เอกภาพ ภารดรภาพและความเป็นพี่น้องมุสลิมทั้งมวล ซาอุดิอาระเบียกลับเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ของไอซิสที่เข้าไปเข่นฆ่าพี่น้องมุสลิมในซีเรียและอิรัก ส่งเครื่องบินรบเข้าไปโจมตีเยเมเน ทำให้ผู้บริสุทธิ์ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง เด็กและคนชราเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก บ้านเมืองและสาธารณูปโภคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน สถานที่ราชการ แม้แต่โรงพยบาล โรงไฟฟ้า ฯลฯ ถูกทำลายจนพินาศ ที่สำคัญคือจนกระทั่งปัจจุบันการโจมตีประเทศเยเมเนยังคงดำเนินอยู่

ประทศซาอุดิอาระเบียที่มีประชากรเพียงประมาณ 30 ล้านคน แต่กลับเป็นผู้สั่งซื้ออาวุธรายใหญติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก ความจริงนี้อาจมีผู้โต้แย้งว่า เป็นหน้าที่ของทุกประเทศอยู่แล้วที่จะต้องมีการป้องกันประเทศ แต่ความจริงที่น่าเจ็บปวดก็คือยังมีประชากรซาอุดิอาระเบียมากกว่าครึ่งหนึ่งอยู่ในสภาพยากจน ไม่มีที่อยู่อาศัยและสภาพความเป็นอยู่ต่ำกว่ามาตรฐานทั่วไป

ภาพความขัดแย้งอีกประการหนึ่งคือในขณะที่ซาอุดิอาระเบียเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญที่สุดของอิสลาม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความศรัทธา ความสงบสุขและสันติภาพของโลก แต่ซาอุดิอาระเบียก่อสงครามและเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณในการสร้างความแตกแยกขัดแย้งของมุสลิมทั้งโลก ทั้งทางด้านการเมือง ศาสนาและวัฒนธรรม

คำว่า “ผู้รับใช้สถานที่สำคัญของอิสลาม” นอกจากจะหมายถึงการรับใช้ดูแลสถานที่ดังกล่าวให้อยู่ในสภาพดี มีความสวยงามโอ่โถง เพียงพอที่จะรองรับบรรดาผู้ศรัทธาที่จะมาเยือน ทั่วโลกปีละหลายสิบล้านคน ซึ่งซาอุดิอาระเบียทำได้ดีในหลายมิติ แม้ว่าการบริการจัดการจะยังมีปัญหาจนทำให้เกิดโศกนาฏกรรม ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคนเมื่อสองปีก่อนก็ตาม

แต่สิ่งสำคัญก็คือในขณะที่ซาอุดิอาระเบียประกาศว่าตนเองเป็น “ผู้รับใช้สถานที่สำคัญของอิสลาม” หรือรับใช้พระเจ้าแล้ว ซาอุดิอาระเบียก็ทำตัวเป็น “ผู้รับใช้ศัตรูของพระเจ้า” ด้วย ไม่เพียงแต่รับใช้เท่านั้น ยังสมคบกับบรรดาประเทศที่เป็นศัตรูของพระเจ้าและเป็นฆาตกรระดับโลก เข่นฆ่าพี่น้องผู้รว่มศรัทธาของตนอีกด้วย

พฤติกรรมดังกล่าวของซาอุดิอาระเบียที่ยกมาเพียงสังเขป ทำให้ซาอุดิอาระเบียตกอยู่ในสภาพผู้ที่กำลังว่ายน้ำในมหาสมุทรอันเวิ้งว้างที่ไม่มีฝั่ง อีกไม่นานก็จะหมดแรง จมลงสู้ก้นมาหาสมุทรที่ลึกสุดหยั่ง เพราะเป็นมหาสมุทรแห่งกิเลสตัณหา ราคะ ความมักใหญ่ไฝ่สู่ง ความทะเยอทะยานอยากที่ไม่มีสิ้นสุด เนื่องจากเสพติดอำนาจ ความมั่งคั่ง รวมทั้งหลงระเริงอยู่กับความเพริดแพร้วของโลกนี้

หวังแต่เพียงว่าอย่าให้เงินจำนวนมหาศาลที่ซาอุดิอาระเบียจ่ายให้มุสลิมทั่วโลก เพื่อสร้างภาพลักษณ์ “ความเคร่งครัดในศาสนา” ปิดบังสายตาผู้รักสัจธรรมทั้งหลายเลย

อิมามอะลี (อ.) กล่าวไว้มีบันทึกในธรรมเทศนาบทที่ 64 ของนะฮ์ญุลบะลาเฆาะฮ์ว่า

“โอ้ ปวงบ่าวของพระเจ้า จงยำเกรงพระผู้อภิบาลของพวกท่าน จงตักเตือนตนเอง จงมุ่งสู่การขอลุแก่โทษ จงเอาชนะอำนาจใฝ่ต่ำของตน เนื่องจากความตายเป็นสิ่งถูกปิดบังสำหรับเขา ความหวังทั้งหลายต่างหลอกลวงเขา

มารร้ายคอยคุ้มครองเขาอยู่ และทำให้เขาเห็นว่าการทรยศเป็นความเพริดแพร้ว เพื่อจะมีอิทธิพลเหนือเขา และทำให้เขาเชือนแชต่อการขออภัยโทษและล่าช้าออกไป และหลงลืมสิ่งนั้นจนกระทั่งความตายกล้ำกรายมาสู่ ความหายนะพึงประสบแด่มนุษย์ผู้ลืมเลือน เพราะอายุขัยของเขาจะยืนยันต่อต้านเขา ความหายนะพึงประสบแด่มนุษย์ ที่เมื่อกาลเวลาผ่านพ้นไป นำเขาไปสู่ความยากลำบาก

ข้าฯ ขอวิงวอนต่ออัลลอฮ์ (ซบ.) ว่า โปรดอย่าบันดาลให้เราและพวกท่านเป็นผู้ทรยศต่อความโปรดปรานของพระองค์ โปรดอย่าให้เราเป็นผู้ถูกลิดรอนที่มิได้ปฏิบัติตามพระผู้อภิบาลของตน และโปรดอย่าให้เราเป็นผู้รองรับแต่ความโศกาอาดูรและการสำนึกภายหลังจากตาย”

ความร่ำรวยประทศซาอุดิอาระเบีย ช่วยปกปิดปัญหาความยากจนของประชากรในประเทศมากกว่าครึ่ง

บทความ  :Fareed Denyingyoch