lasted posts

Popular

ลัทธิวะฮาบี, อาลิซาอูด และไอซิส ตรีเอกานุภาพที่ชั่วร้าย ตอนที่ 3

wahhab_02

การกระทำป่าเถื่อนชั่วช้าของไอซิสเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความรุนแรงซึ่งเป็นสันดานและเป็นศูนย์กลางของลัทธิวะฮาบีและซาลาฟี และถึงแม้ว่าตอนนี้โลกจะรู้จักแหล่งกำเนิดของการก่อการร้ายทั้งหมดแล้ว แต่ก็ไม่มีอำนาจใดกล้าพอที่จะต่อต้านมัน โลกกลับเลือกที่จะเกลียดชังเหยื่อที่ถูกระบุตัวของมัน นั่นก็คือ อิสลาม

 

เมื่อเดือนกรกฎาคม 2013 สภายุโรประบุว่าลัทธิวะฮาบีเป็นต้นตอสำคัญของการก่อการร้ายทั่วโลก และแม้กระทั่งมุฟตีใหญ่แห่งซาอุดิอารเบียที่ประณามไอซิซด้วยคำพูดรุนแรงก็ได้ยืนยันว่า “แนวคิดที่รุนแรง สุดโต่ง และก่อการร้ายไม่ได้เป็นแนวคิดของอิสลามแต่อย่างใด” แต่ก็อีกนั่นแหละ มุฟตีใหญ่ผู้นี้อาจจะหลงลืมประวัติศาสตร์ของลัทธิวะฮาบีหรือสิ่งที่ลัทธิวะฮาบีสารภาพออกมาไปเสียแล้ว

 

ลัทธิวะฮาบี

 

ระหว่างศตวรรษที่ 18 ขบวนการฟื้นฟูได้ผุดขึ้นในหลายพื้นที่ของโลกอิสลามขณะเดียวกันกับที่มหาอำนาจแห่งจักรวรรดิ์มุสลิมก็เริ่มเสียการควบคุมอำนาจในดินแดนรอบนอกไป ในตะวันตกสมัยนั้น รัฐบาลเริ่มที่จะแยกโบสถ์ออกจากรัฐ แต่อุดมคติแบบฆราวาสนี้เป็นนวัตกรรมที่รุนแรง เป็นการปฏิวัติเช่นเดียวกับเศรษฐกิจการค้าที่ยุโรปกำลังพัฒนาอยู่ในขณะนั้น ไม่มีวัฒนธรรมอื่นใดที่จะถือว่าศาสนาเป็นการปฏิบัติส่วนตัวล้วนๆ ที่แยกออกไปจากการแสวงหาทางโลกอย่างเช่นการเมือง ดังนั้น สำหรับชาวมุสลิมแล้วการแบ่งฝ่ายทางการเมืองในสังคมถือว่าเป็นปัญหาทางศาสนาด้วยเช่นกัน เพราะคัมภีร์กุรอานได้มอบภารกิจศักดิ์สิทธิ์อย่างหนึ่งแก่มุสลิม คือการสร้างเศรษฐกิจที่ยุติธรรมที่ทุกคนจะปฏิบัติต่อกันด้วยความเท่าเทียมและความเคารพ ความเป็นอยู่ที่ดีทางการเมืองของอุมมะฮ์เป็นเรื่องของผลพวงอันศักดิ์สิทธิ์เสมอ ถ้าคนจนถูกกดขี่ ตกอยู่ในความเสี่ยง หรือมีการทุจริตในสถาบันต่างๆ ของรัฐ มุสลิมมีหน้าที่ที่จะต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้สังคมกลับสู่สภาพเดิม