lasted posts

Popular

ลัทธิวะฮาบี, อาลิซาอูด และไอซิส ตรีเอกานุภาพที่ชั่วร้าย ตอนที่ 6

isis_01

ในอิควาน เราเห็นรากเหง้าของไอซิส เพื่อการโจมตีเผ่าต่างๆ และแยกพวกเขาออกจากวิถีชีวิตร่อนเร่ที่ถือว่าไม่เข้ากันกับอิสลาม นักการศาสนาวะฮาบีได้จัดการให้เบดูอินกลุ่มนี้ตั้งถิ่นฐานอยู่ในโอเอซิซ พวกเขาเรียนรู้วิธีการทำไร่และงานฝีมือสำหรับวิถีชีวิตแบบประจำที่ และถูกปลูกฝังด้วยแนวคิดแบบวะฮาบี เมื่อถึงเวลาออกปล้น ซึ่งเป็นการปล้นเอาสัตว์เลี้ยงในรูปแบบการญิฮาดของวะฮาบี นักรบเบดูอีนเหล่านี้จะเป็นนักรบที่ดุดันและรุนแรง พวกเขาปิดบังใบหน้าเมื่อเผชิญหน้ากับชาวยุโรปและชาวอาหรับที่ไม่ใช่ซาอุดี้ฯ และต่อสู้ด้วยหอกและดาบเพราะรังเกียจอาวุธที่ท่านศาสดาไม่เคยใช้ ในการปล้นแบบเก่า ชาวเบดูอีนจะพยายามให้มีการบาดเจ็บล้มตายน้อยที่สุด และจะไม่ทำร้ายคนที่ไม่ใช่นักรบ ปัจจุบันกลุ่มอิควานทำการสังหารหมู่ชาวบ้าน “ผู้ทิ้งศาสนา” ที่ไม่มีอาวุธไปเป็นพันๆ คน โดยไม่คำนึงถึงสิ่งใดเมื่อฆ่าผู้หญิงและเด็กๆ และจะเชือดคอเชลยผู้ชายทุกคนเสมอ

 

ในปี 1915 อับดุลอาซิซวางแผนที่จะพิชิตดินแดนฮิญาซ (พื้นที่ทางตะวันตกของซาอุดิอารเบียปัจจุบัน ที่ประกอบด้วยเมืองมักกะฮ์และมะดีนะฮ์) อ่าวเปอร์เซียไปจนถึงตะวันออกของนัจด์ และดินแดนที่ปัจจุบันคือซีเรียและจอร์แดนทางตอนเหนือ แต่ในช่วง 1920s เขาระงับความทะเยอทะยานของเขาไว้เพื่อให้ได้รับสถานะทางการทูตเป็นรัฐชาติ(nation state) กับอังกฤษและสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม กลุ่มอิควานยังคงทำการปล้นในดินแดนอิรักที่อยู่ในความอารักขาของอังกฤษ ทรานส์จอร์แดน และคูเวต โดยอ้างว่าไม่มีขอบเขตจำกัดในการทำญิฮาด กลุ่มอิควานถือว่าความทันสมัยทั้งหมดเป็นบิดอะฮ์ พวกเขาจึงได้โจมตีอับดุลอาซิซด้วยเช่นกัน ที่อนุญาตให้ใช้โทรศัพท์ รถยนต์ โทรเลข ดนตรี และการสูบบุหรี่ หรือสิ่งใดก็ตามที่ไม่เคยรู้จักในสมัยของมุฮัมมัด จนกระทั่งในที่สุด อับดุอาซิซได้ทำการปราบปรามการก่อกบฏของพวกเขาในปี 1930

 

หลังจากการปราบกลุ่มอิควาน ลัทธิวะฮาบีอย่างเป็นทางการของราชอาณาจักรซาอุดี้ฯ ได้เลิกการญิฮาดทางทหาร และเปลี่ยนมาเป็นขบวนการอนุรักษ์นิยมที่เคร่งศาสนา

 

แต่จิตวิญญาณแห่งอิควานและความฝันที่จะขยายดินแดนของมันยังไม่ตาย และฟื้นขึ้นมาใหม่ในยุค 1970s เมื่อราชอาณาจักรนี้กลายเป็นศูนย์กลางนโยบายต่างประเทศของตะวันตกในภูมิภาคนี้ วอชิงตันยินดีกับการที่ซาอุดี้ฯ ต่อต้านแนวคิดแบบนัสเซอร์ (อุดมการณ์สังคมนิยมรวมอาหรับ หรือ pan-Arab ของประธานาธิบดีคนที่สองของอียิปต์ กามาล อับดุล นัสเซอร์) และต่อต้านอิทธิพลของรัสเซีย ภายหลังการปฏิวัติอิหร่าน ในปี 1979 มันได้ห้การสนับสนุนแก่โครงการของซาอุดี้ฯ ในการต่อต้านอิสลามชีอะฮ์โดยการขยายแนวคิดแบบวะฮาบีครอบคลุมทั่วโลกมุสลิม

 

เช่นเดียวกับที่แนวคิดแบบนัสเซอร์เป็นภัยคุกคามต่อทั้งซาอุดี้ฯ และสหรัฐฯ ในด้านที่มันนำมาซึ่งความเป็นเอกราชและความรู้สึกร่วมเป็นประชาคมและมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ซึ่งตรงข้ามกับลัทธิล่าอาณานิคมและระบบศักดินา ขบวนการประชาธิปไตยชีอะฮ์ในอิหร่านแสดงตัวเป็นแรงผลักดันมากเกินไปทำให้หลายประเทศในภูมิภาคนี้ปฏิบัติตามเพื่อจะได้โดดเด่นขึ้นมา

 

และแล้วกรงล้อแห่งการโฆษณาชวนเชื่อก็เริ่มหมุนไป ทำให้อิหร่านกลายมาเป็นศัตรูที่ถูกหมายหัวของมหาอำนาจตะวันตกและเหล่าพันธมิตรของมัน อิหร่านกลายเป็นแหล่งกำเนิดของความชั่วร้ายที่อยู่เคียงข้างกันกับโซเวียตรัสเซีย ตลอดเวลานั้น ซาอุดิอารเบียถูกปล่อยให้สร้างอุตสาหกรรมลัทธินิยมความรุนแรงขึ้นในระดับมวลชน

 

ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากการห้ามส่งสินค้าในปี 1973 เมื่อผู้ผลิตน้ำมันปิโตเลียมในอาหรับตัดการจัดส่งน้ำมันให้กับสหรัฐฯ เพื่อประท้วงการสนับสนุนทางทหารแก่อิสราเอลของอเมริกา ทำให้ราชอาณาจักรนี้ได้รับเงินปีโตรดอลล่าร์ทั้งหมดที่มันต้องการเพื่อส่งออกอิสลามในรูปแบบเฉพาะตัวของมัน