lasted posts

Popular

ลัทธิวะฮาบี, อาลิซาอูด และไอซิส ตรีเอกานุภาพที่ชั่วร้าย ตอนที่ 8

isis_02

ไอซิส – สิ่งประดิษฐ์ของลัทธิวะฮาบี

 

เหมือนกับกลุ่มอิควานก่อนหน้านี้ ไอซิสเป็นตัวแทนของกลุ่มกบฏต่อลัทธิวะฮาบีที่เป็นทางการของซาอุดิอารเบียสมัยใหม่ ดาบของมัน การปกปิดใบหน้า และการประหารด้วยการเชือดคอล้วนทำให้นึกถึงกลุ่มภราดรภาพมุสลิมดั้งเดิม แต่คนของไอซิสไม่น่าจะประกอบไปด้วยนักรบญิฮาดหัวแข็งไปเสียทั้งหมด พวกเขาจำนวนมากอาจจะเป็นพวกฆราวาสนิยมที่ไม่พอใจกับสภาพความเป็นอยู่ในอิรัก เป็นพวกบาธจากสมัยปกครองของซัดดัม ฮุซเซน และอดีตทหารจากองทัพของเขาที่ถูกปลดไป

 

นี่อาจจะเป็นคำอธิบายสำหรับความแข็งแกร่งของไอซิสในการต่อสู้กับกองกำลังทหารมืออาชีพ ในความเป็นไปได้ทั้งหมด ทหารเกณฑ์วัยหนุ่มบางส่วนได้รับแรงกระตุ้นจากลัทธิวะฮาบีหรือไม่ก็โดยอุดมการณ์มุสลิมที่เก่าแก่กว่า ในปี 2008 หน่วยวิเคราะห์พฤติกรรมของหน่วยงานลับ MI5 ระบะว่า “ไม่ใกล้เคียงกับการเป็นผู้ฝักใฝ่ทางศาสนา สมาชิกจำนวนมากของพวกที่เกี่ยวข้องกับลัทธิก่อการร้ายไม่ได้ปฏิบัติศาสนกิจของพวกเขาอย่างสม่ำเสมอ หลายคนขาดความรู้ซึงทางศาสนาและอาจถือได้ว่าอ่อนหัดด้านศาสนา”

 

สัดส่วนที่มีนัยสำคัญของผู้ที่ถูกตัดสินว่ากระทำความผิดฐานก่อการร้ายตั้งแต่เหตุการณ์ 9/11 เป็นเรื่องที่ไม่มีการสำรวจ หรือเป็นเรื่องที่คิดกันเอาเอง นักรบไอซิซที่หลงผิดหรือแฝงตัวมาย่อมไม่ได้มีเป้าหมายที่จะเข้าถึงแก่นแท้ของศาสนา แต่พวกเขาถูกขายให้กับความรุนแรงที่เป็นความเจ็บปวดและการขาดทุนของพวกเขาเอง

 

ว่าที่นักรบญิฮาดสองคนที่ออกเดินทางจากเบอร์มิงแฮมเพื่อไปซีเรียเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วได้สั่งอิสลามจำลองมาจาก Amazon นักรบไอซิสไม่ใช่มุสลิมที่ศรัทธา เป็นเพียงต้นกำเนิดของพฤติกรรมต่อต้านสังคมเท่านั้น

 

มันอาจจะเป็นความผิดพลาดถ้าจะมองไอซิสว่าเป็นพวกย้อนยุค มันเป็นขบวนการสมัยใหม่อย่างแท้จริง ซึ่งดึงเอาแรงบันดาลใจมาจากนักรบครูเสดอิควาน มันได้กลายเป็นธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ สนับสนุนการเงินด้วยตัวเองกับสินทรัพย์ประมาณ 2 พันล้านดอลล่าร์ มันปล้น ขโมยทองแท่งจากธนาคาร ลักพาตัว สูบน้ำมันในดินแดนที่มันพิชิตได้ ทำให้มันเป็นกลุ่มนักรบญิฮาดที่ร่ำรวจที่สุดในโลก ไม่มีอะไรที่เป็นความบังเอิญหรือไร้เหตุผลเกี่ยวกับความรุนแรงของไอซิซ วิดีโอการประหารชีวิตถูกเตรียมการเป็นอย่างดีและมียุทธศาสตร์เพื่อสร้างความหวาดกลัว ไม่ให้เกิดการโต้แย้ง และเห็นความวุ่นวายในกลุ่มประชากรที่มากขึ้น

 

ไอซิสไม่ได้เป็นเพียงแค่กองทัพก่อการร้าย มันเป็นขบวนก่อการร้ายที่มีความทะเยอทะยานจะสร้างจักรวรรดิ์ และถ้าวิธีการของมันจะน่าสะพรึงกลัวและบ้าเลือด แต่นั่นก็แทบจะไม่ใช่นวัตกรรมใหม่ นั่นคือสิ่งที่ไอซิซได้มาจากตัวอย่างในอดีต การฆ่าคนจำนวนมากเป็นบรรยากาศของยุคใหม่อย่างแท้จริง ซึ่งมหาอำนาจตะวันตกได้ให้ตัวอย่างไว้หลายต่อหลายครั้ง

 

ระหว่างการปฏิวัติฝรั่งเศส ซึ่งนำไปสู่การเกิดรัฐฆราวาสขึ้นแห่งแรกในยุโรป ฝ่ายชาโคแบง (Jacobins) ได้ตัดศีรษะผู้ชาย ผู้หญิง และเด็กๆ ประมาณ 17,000 ต่อหน้าสาธารณชน

 

บอลเชวิคของโซเวียต, เขมรแดง และยุวชนแดง (Red Guard) ล้วนแล้วแต่ได้ใช้ลัทธิก่อการร้ายอย่างเป็นระบบเพื่อกวาดล้างมนุษย์ที่ทุจริต

 

ในยุค 1990s อาร์เมเนียได้เข่นฆ่าชาวอาเซอร์ไปนับร้อยๆ คน ในปฏิบัติการกวาดล้างชาติพันธุ์ขนานใหญ่ที่ดำเนินการอย่างรวดเร็ว

 

เช่นเดียวกันนั้น ไอซิสใช้ความรุนแรงเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายหนึ่งเดียวที่จำกัดและถูกกำหนดไว้ชัดเจน ซึ่งอาจจะเป็นไปไม่ได้โดยไม่ใช้วิธีการฆ่า เมื่อเป็นเช่นนั้น มันจึงเป็นการแสดงออกถึงด้านมืดของความทันสมัยอีกวิธีหนึ่ง การฆ่าที่กลายเป็นอุตสาหกรรมเพื่อบรรลุเป้าหมายทางยุทธศาสตร์และการเมือง

 

เหนือสิ่งอื่นใด ไอซิสต้องการจะสร้างระบอบการปกครองแบบคอลิฟะฮ์ของมุสตอฟา เคมาล อาตาเติร์ก ในตุรกี ที่ถูกประกาศให้เป็นโมฆะในปี 1925

 

ระบอบคอลิฟะฮ์เป็นจดหมายที่ส่งไม่ถึงผู้รับทางการเมือง แต่เนื่องจากมันเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นเอกภาพแห่งอุมมะฮ์ และเชื่อมโยงกับท่านศาสดา มุสลิมซุนนีจึงคร่ำครวญกับการสูญเสียมันไปราวกับเป็นบาดแผลทางจิตวิญญาณและวัฒนธรรม แต่ทว่าโครงการคอลีฟะฮ์ของไอซิซไม่ได้รับการสนับสนุนจากอุลามาในระดับสากล และถูกหัวเราะเยาะไปทั่วโลกมุสลิม

 

ที่เขากล่าวว่า ขอบเขตจำกัดของรัฐชาติเริ่มจะปรากฏชัดเจนขึ้นในโลกของเรา มันเป็นเรื่องจริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตะวันออกกลาง ซึ่งไม่มีธรรมเนียมของลัทธิชาตินิยม และเขตแดนที่ขีดขึ้นโดยผู้รุกรานเป็นสิ่งที่บีบคั้นจนเป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างจิตวิญญาณแห่งความเป็นชาติที่แท้จริง นี่ก็เช่นกัน ไอซิซไม่ใช่เพียงส่งเสียงกลับไปยังยุคที่ผ่านพ้นมาแล้วเท่านั้น แต่มันกำลังประกาศชัดว่าเป็นเรื่องของปัจจุบันอย่างแท้จริง

 

รัฐชาติแบบประชาธิปไตยเสรีที่เกิดขึ้นในยุคเพื่อช่วยส่งเสริมการปฏิวัติอุตสาหกรรม ซึ่งทำให้เกิดอุดมการณ์แห่งความรุ่งเรืองด้านสิ่งจำเป็นในทางปฏิบัติ ไม่ใช่จิตวิญญาณอันบริสุทธิ์อีกต่อไป มันไม่ใช่อุดมคติ จุดอ่อนของมันคือการไร้ความสามารถที่จะเปิดใจกว้างต่อชนกลุ่มน้อยต่างชาติพันธุ์ เป็นความรับผิดชอบที่ล้มเหลวของความชั่วร้ายที่เลวร้ายที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 ในส่วนอื่นๆ ของโลกที่มีความทันสมัยแตกต่างไปยากนี้ ระบอบการเมืองอื่นๆ อาจเป็นที่ชื่นชอบมากกว่าก็ได้ ดังนั้น รัฐเสรีจึงไม่ใช่ผลที่ตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ของความทันสมัย ความพยายามในการสร้างประชาธิปไตยในอิรักใช้วิธีการรุกรานแบบล่าอาณานิคม การปราบปรามและยึดครองอาจจะส่งผลให้มีการกำเนิดอย่างผิดธรรมชาติ และไอซิซก็ผุดขึ้นมาจากผลของความโกลาหลนั้น

 

ไอซิสประกาศสงครามกับทุกฝ่าย ทั้งซุนนี, ชีอะฮ์, คริสเตียน, ยิว, พุทธ, ยาซิตี้ ไม่มีใครรอดพ้นไปจากอาชญากรและฆาตรกรที่ไร้พระเจ้ากลุ่มนี้ได้

 

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ขณะนี้ซาอุดิอารเบียได้กลายมาเป็นเป้าหมายของนักรบไอซิส ราวกับการแสดงโศกนาฏกรรมกรีก ไอซิสพยายามที่จะโจมตีผู้ที่สร้างมันขึ้นมา หมายมั่นกับการผลักดันขอบเขตแห่งการยอมรับเพื่อสร้างตัวขึ้นมาใหม่ไม่ใช่ในฐานะศาสนา แต่เป็นขบวนการอเทวนิยมสุดโต่งที่ปฏิเสธพระผู้เป็นเจ้า ในทุกรูปแบบและทุกการแสดงออกของมัน

 

ถ้าลัทธิวะฮาบีไม่ทำให้คุณหวาดกลัว ไอซิซน่าจะทำได้

 

มันอาจจะ แค่อาจจะ เป็นความคิดที่ดีที่จะเลือกพันธมิตรเหล่านั้นที่มีความตั้งใจจะกำจัดและทำลายไอซิซ แล้วปฏิเสธมหาอำนาจหนึ่งที่ได้ทำให้ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น นั่นก็คือ  ราชอาณาจักร หรือซาอุดิอารเบียนั่นเอง

 

 

 

 

 

แปลจากบทความเรื่อง Wahhabism, Al Saud and ISIS – the unholy trinity which should have you terrified

เขียนโดย Catherine Shakdam

 

ที่มา immjournal