lasted posts

Popular

      นักวิจัยชาวตะวันตกต่างยอมรับและได้เน้นย้ำในหนังสือของเขา เกี่ยวกับการสนับสนุนของตะวันตกต่อกลุ่มก่อการร้ายต่างๆ ในซีเรีย พร้อมกับกล่าวว่า “ตะวันตกพร้อมที่จะกระทำทุกอย่างเพื่อให้บรรลุเป้าหมายต่างๆ ของตน”

       ญอมนิวส์รายงาน : สงครามกลางเมืองของซีเรียได้ถูกอธิบายบนพื้นฐานของข่าวกรองต่างๆ ที่ผิดพลาด ซึ่งระดับของการรายงานข่าวต่างๆ ที่ไม่ถูกต้องดังกล่าวนี้จะไม่พบเห็นในที่ใดเลยของประวัติศาสตร์ร่วมสมัย

       การที่บรรดาประเทศมหาอำนาจผู้เป็นนักล่าอาณานิคมได้ใช้ประโยชน์จากแหล่งข่าวต่างๆ ที่ไม่น่าเชื่อถือ และการใช้อิทธิพลทางด้านสื่อของตนเพื่อให้บรรลุผลประโยชน์ต่างๆ นั้น เป็นเหตุทำให้นักวิจัยที่แสวงหาความจริงชาวตะวันตกจำนวนหนึ่งได้ลงมือปฏิบัติงานและตอบโต้กระแสคลื่นของข่าวต่างๆ ที่เป็นเท็จ

       ทิม แอนเดอร์สัน (Tim Anderson) อาจารย์จากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ เป็นหนึ่งจากบุคคลจำนวนนี้ที่ได้พูดถึงอิทธิพลของมหาอำนาจตะวันตกและมือที่ซ่อนเร้นของพวกเขาในการสร้างความวุ่นวายในซีเรียไว้ในหนังสือของตนภายใต้หัวข้อ “สงครามสกปรกในซีเรีย”

       แอนเดอร์สันได้อธิบายไว้ในหนังสือของเขาว่า : มหาอำนาจบางประเทศซึ่งมีความฝันที่จะทำการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในซีเรีย และไม่ต้องการที่จะยื่นมือของตนไปในสงคราม ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองพวกเขาจึงใช้ประโยชน์จากสงครามตัวแทน (พร็อกซี่) ซึ่งดูภาพลักษณ์ภายนอกเป็นผู้นิยมอิสลาม ที่ได้สร้างความเสียหายต่อรัฐบาลซีเรียอย่างรุนแรง และตลอดเวลาจะกล่าวหาว่ารัฐบาลนี้เป็นอาชญากร

       เขาเสริมว่า : คำโกหกโดยทั่วไปที่ถูกหยิบยกเกี่ยวกับสงครามนี้ คือการปฏิวัติของประชาชนและความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ และเป้าหมายของการแพร่กระจายคำโกหกเหล่านี้ไม่ใช่อื่นใด นอกจากการอำพรางและการซ่อนเร้นมือของบรรดาอาชญากรในภูมิภาค (เช่น บรรดารัฐบาลอนุรักษ์นิยมในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย)

        แอนเดอร์สัน ได้กล่าวย้ำในอีกที่หนึ่งของหนังสือของตนว่า : สงครามในซีเรียนั้นเป็นผลพวงมาจากความกระสันต่ออำนาจในภูมิภาค (ตะวันออกกลาง) ของสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้เนื่องจากในปี 2006 เจ้าหน้าที่รัฐบาลของประเทศนี้ได้อธิบายอย่างเปิดเผยว่า เป้าหมายของพวกเขาคือการสร้างตะวันออกกลางใหม่หลังจากการทำลายล้างอิรักและอัฟกานิสถานโดยสหรัฐฯ แน่นอนยิ่งว่าได้มาถึงคิวของซีเรียแล้ว นอกจากนี้ห้าปีหลังจากการเริ่มต้นของสงครามกลางเมืองในซีเรีย เอกสารหลักฐานต่างๆ ที่แสดงให้เห็นถึงการแทรกแซงของอเมริกาได้ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนและสมบูรณ์ และควรที่จะทำการตรวจสอบกันอย่างละเอียด

        ในเนื้อหาส่วนต่อไปในหนังสือเล่มนี้จะกล่าวว่า : การสังหารหมู่อย่างกว้างขวางและน่ากลัวได้เกิดขึ้นในซีเรียโดยฝีมือของกลุ่มต่างๆ ที่เรียกตนเองว่า “นักต่อสู้ในทางของพระเจ้า” (jihadists) ที่ได้รับการสนับสนุนโดยตะวันตก รวมทั้งกลุ่มกบฏ “กองทัพปลดปล่อยซีเรีย” (เอฟเอสเอ) นอกจากนี้ในสงครามกลางเมืองนี้สื่อตะวันตกจำนวนมากและบรรดาองค์กรพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) ของตะวันตกก็โพนทะนาสนองรับท่าทีอย่างเป็นทางการของรัฐบาลประเทศของตนเหมือนนกแก้วนกขุนทองไม่มีผิด และเพื่อที่จะรายงานข่าวและการดำเนินการต่างๆ ของตน พวกเขาจะใช้ประโยชน์จากแหล่งข่าวต่างๆ ของกลุ่มก่อการร้ายเหล่านี้ที่เรียกตนเองว่า “นักต่อสู้ในทางของพระเจ้า” (jihadists)

        แม้จะมีคำกล่าวอ้างต่างๆ ที่ไร้แก่นสารจากบรรดามหาอำนาจ อย่างเช่นอเมริกา ที่ว่าตนเองกำลังต่อสู้กับการก่อการร้ายก็ตาม แต่มหาอำนาจเหล่านี้นั่นเองที่ได้ให้การสนับสนุนทุกกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาลในซีเรีย และไม่ได้ใส่ใจใดๆ ทั้งสิ้นต่อความเป็นผู้ก่อการร้ายของกลุ่มเหล่านี้ และจากการกระทำดังกล่าวของตนที่พวกเขาได้ดึงดูดบรรดาผู้ก่อการร้ายที่เรียกว่า “นักต่อสู้ในทางของพระเจ้า” (jihadists) จำนวนนับพันคนเข้ามายังประเทศซีเรีย

        ในสภาพเช่นนี้เองที่บรรดากลุ่มอาชญากรที่ได้รับการสนับสนุนจากตะวันตกได้เผชิญหน้ากับกองทัพแห่งชาติที่เป็นระบบ (ของรัฐบาลซีเรีย) ที่ไม่ได้ตกอยู่ใต้อิทธิพลของเชื้อชาติและศาสนา และแม้จะมีความเสียหายและบาดเจ็บล้มตายที่หนักหน่วงก็ตาม จนถึงขณะนี้ซีเรียก็ยังไม่ล่มสลาย ท่ามกลางสิ่งเหล่านี้ที่รัฐบาลซีเรียได้เสริมสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคงแข็งแกร่งกับรัสเซีย อิหร่าน และฮิซบุลลอฮ์แห่งเลบานอน รวมทั้งกลุ่มเซคคิวล่าร์ต่างๆ และบรรดาผู้เรียกร้องการปลดปล่อยปาเลสไตน์ และล่าสุดก็กระชับความสัมพันธ์กับอิรัก ความสัมพันธ์ที่ดีและแข็งแกร่งเหล่านี้เองที่ได้นำไปสู่การยืนหยัดเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ และอิทธิพลต่างๆ ของมันก้าวไกลไปกว่าที่จะจำกัดอยู่ในซีเรีย

        ผู้เขียนได้ย้ำว่า : อาชญากรรมที่เป็นประวัติการณ์ของกลุ่มก่อการร้ายในซีเรียนั้น มีรากที่มาจากแนวความคิดและความเชื่อของวะฮ์ฮาบีและซะละฟี ซึ่งเป็นเพียงรัฐบาลเดียวที่มีมัซฮับ (นิกาย) ดังกล่าวนี้อยู่อย่างเป็นทาง นั้นคือซาอุดีอาระเบีย

        ในตอนท้ายผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ได้ยอมรับเกี่ยวกับจารีตและวิธีการต่างๆ ที่ผิดพลาดของตะวันตก พร้อมกับกล่าวอย่างชัดเจนว่า : เราในฐานะพลเมืองตะวันตกได้ถูกหลอกเกี่ยวกับสงครามสกปรกนี้ และโดยอาศัยการคิดใคร่ครวญเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของตะวันตก เรากำลังย้อนกลับไปสู่จารีตที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ของตน เช่น การแทรกแซงและความอคติ (ดันทุรัง)

        และหนังสือเล่มนี้ยังได้อธิบายถึงข้อเท็จจริงต่างๆ ของสงครามในซีเรีย และพยายามย้ำเตือนให้กลุ่มเป้าหมายชาวตะวันตกได้ใช้เหตุผลและตรรกะและหลักคุณธรรมในการรับรู้ข้อเท็จจริงต่างๆ

ที่มา : jamnews