lasted posts

Popular

Ahmad_Mahmud_Ashas-1

เชคอะห์มัด กะรีมะฮ์ : หนังสือ “เมาซูอะฮ์ อัลอะฮาดีษ อัลฟิกฮียะฮ์ อินดัลมะซาฮิบ” (สารานุกรมฮะดีษเกี่ยวกับนิติศาสตร์อิสลาม ณ มัซฮับต่างๆ) คือสัญลักษณ์ของความพยายามของอิหร่านในการประสานความใกล้ชิดระหว่างบรรดาสำนักคิดของอิสลาม

เชคอะห์มัด มะห์มูด กะรีมะฮ์ อาจารย์มหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร ในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์อียิปต์ ได้กล่าวว่า : หนังสือ “เมาซูอะฮ์ อัลอะฮาดีษ อัลฟิกฮียะฮ์ อินดัลมะซาฮิบ” (สารานุกรมฮะดีษเกี่ยวกับนิติศาสตร์อิสลาม ณ มัซฮับต่างๆ) คือสัญลักษณ์ที่แสดงถึงเจตนาที่ดีและความพยายามอย่างจริงจังของอิหร่านในการประสานความใกล้ชิดทางด้านวิชาการระหว่างบรรดาสำนักคิด (มัซฮับ) ของอิสลาม

สำนักข่าวฟาร์ส รายงาน : เชคอะห์มัด กะรีมะฮ์ ในการสัมภาษณ์พิเศษกับหนังสือพิมพ์ “เราะยุ้ลเยาม์” ได้ชี้ถึงหนังสือ “เมาซูอะฮ์ อัลอะฮาดีษ อัลฟิกฮียะฮ์ อินดัลมะซาฮิบ” (สารานุกรมฮะดีษเกี่ยวกับนิติศาสตร์อิสลาม ณ มัซฮับต่างๆ) ซึ่งเป็นผลงานด้านวิชาการจากการของ “สถาบันวิชาการและวัฒนธรรม ดารุ้ลฮะดีษ” โดยความร่วมมือของ “สภานโยบายของโรงเรียน (ศาสนา) ต่างๆ ของชาวอะฮ์ลิซซุนนะฮ์” โดยกล่าวว่า : ในผลงานอันทรงคุณค่าที่ได้มาถึงมือผมนี้ เป็นที่ประจักษ์ชัดถึงความมุ่งมั่นและความพยายามทางด้านวิชาการที่เกิดจากชาวชีอะฮ์ของอิหร่านที่จะประสานความร่วมมือและความใกล้ชิดเกี่ยวกับแนวคิดทางด้านฟิกฮ์ (นิติศาสตร์อิสลาม) ในหมู่ชาวมุสลิม ประเด็นสำคัญนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นเป็นอย่างดีถึงเจตนาที่ดีงามของมัซฮับอิมามิยะฮ์ในปฏิสัมพันธ์ทางด้านความคิดและวิชาการที่มีต่อพี่น้องชาวอะฮ์ลิซซุนนะฮ์

เขาได้บอกให้รู้ถึงความพยายามของบรรดานักวิชาการของอัลอัซฮัร ในเส้นทางการสร้างความสมานฉันท์และกล่าวว่า : ความมุ่งมั่นและความพยายามในการเสริมสร้างเอกภาพ (วะห์ดะฮ์) ระหว่างชีอะฮ์และอะฮ์ลิซซุนนะฮ์นั้นเป็นส่วนหนึ่งจาก “วาญิบาต” (หน้าที่จำเป็น) ที่เขาและนักวิชาการ (อุละมาอ์) คนอื่นๆ ของอัลอัซฮัรให้ความสำคัญต่อมัน

อาจารย์มหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร ได้ชี้ถึงการปลุกปั่นของอเมริกาและไซออนิสต์ที่จะสร้างความแตกแยกระหว่างชาวมุสลิมและการแพร่ขยายความขัดแย้งทางด้านมัซฮับ (นิกาย) โดยย้ำว่า : ผมพร้อมกับบรรดาเพื่อนร่วมงานของผมได้เริ่มต้นความพยายามอย่างบริสุทธิ์ใจในการที่จะเผชิญหน้าและจัดการกับแผนสมคบคิดของมหาอำนาจที่จะทำลายชาวมุสลิม และการแก้ไขปรับปรุงระหว่างชาวมุสลิม

เขาอธิบายถึงความจำเป็นที่จะต้องแยกแยะปัญหาและความขัดแย้งต่างๆ ทางการเมืองออกจากปัญหาต่างๆ ทางด้านวิชาการ และกล่าวว่า : ทัศนะที่เป็นเอกฉันท์และตรงกันทางด้านฟิกฮ์ (นิติศาสตร์อิสลาม) ระหว่างซุนนีและชีอะฮ์นั้นในปัญหาต่างๆ นั้น มีถึง 95 เปอร์เซ็นและไม่มีข้อพิพาทใดๆ ในเนื้อหาทางวิชาการ

หนังสือ “เมาซูอะฮ์ อัลอะฮาดีษ อัลฟิกฮียะฮ์ อินดัลมะซาฮิบ” (สารานุกรมฮะดีษเกี่ยวกับนิติศาสตร์อิสลาม ณ มัซฮับต่างๆ) นั้นได้ทำการรวบรวม เรียบเรียงและทำการวิจัยฮะดีษต่างๆ ทางด้านฟิกฮ์ (นิติศาสตร์อิสลาม) ของมัซฮับ (สำนักคิด) ต่างๆ ของอิสลาม โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะรวบรวมคำรายงานทั้งหมดเกี่ยวกับซุนนะฮ์ (แบบฉบับของท่านศาสดา) เพื่อจัดการกับข้อเคลือบแคลงสงสัยของบรรดานักบูรพาคดี (Orientalists) และบรรดาผู้ปฏิเสธฮะดีษ (วจนะ) แห่งอิสลาม

ที่มา : islamicstudiesth.com