lasted posts

Popular

การลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญตุรกี เพื่อเพิ่มอำนาจให้ประธานาธิบดี ซึ่งจะทำให้บทบาทของนายกรัฐมนตรีลดลงจนไม่เหลือความสำคัญใดๆ

ฝ่ายที่สนับสนุนการลงประชามติครั้งนี้กล่าวว่า ประธาธิบดีอุรดุฆอนกำลังนำประเทศตุรกีไปสู่การเป็นรัฐอิสลาม หรือรัฐที่นำเอาบทบัญญัติศาสนามาปกครองประเทศ ซึ่งถ้าเป็นความจริงก็เป็นเรื่องน่ายินดี

เพียงแต่เส้นทางไปสู่การเป็นรัฐอิสลามที่สมบูรณ์คงไม่ง่ายนัก เพราะตรุกีต้องผ่านด่านสำคัญ ซึ่งจะขอนำมากล่าวเพียง 3 ประการหลักๆ ต่อไปนี้ให้ได้เสียก่อน

  1. ตุรกีต้องก้าวให้พ้นจากระบอบเคมาลอย่างสิ้นเชิง ระบอบเคมาลไม่ใช่เป็นระบอบที่แยกศาสนาออกจากการเมืองเท่านั้น แต่แนวความคิดของเคมาลยังเป็นพวกปฏิเสธศาสนาและปฏิเสธพระเจ้าด้วย คำพูดที่มีชื่อเสียงของมุสตอฟา เคมาล คือ :

“ข้าพเจ้าไม่มีศาสนา และ ณ เวลานี้ ข้าพเจ้าปรารถนาให้ทุกศาสนาอยู่ที่ก้นทะเล ผู้ปกครองที่อ่อนแอเท่านั้นที่ต้องการศาสนาเพื่อคำจุนรัฐบาลของตน เสมือนเขาสามารถจับประชาชนของเขาเองไว้ในกับดัก ประชาชนของข้าพเจ้าจะเรียนรู้หลักการประชาธิปไตย ควบคุมความจริงตามคำสอนทางวิทยาสาสตร์ ความเชื่อโชคลางต้องหมดไป ปล่อยพวกเขาให้เคารพภักดีตามที่ปรารถนา มนุษย์ทุกคนสามารถดำเนินตามจิตสำนึกของตนเองได้ โดยไม่แทรกแซงเหตุผลที่มั่นคง หรือทำให้เขาต่อต้านเสรีภาพของเพื่อนมนุษย์”

นอกจากต้องก้าวให้พ้นแล้ว ตุรกีต้องขจัดอิทธิพล แนวความคิดและการกระทำต่างๆ ที่มาจากแนวความคิดแบบเคมาลให้หมดไปจากสังคมตุรกีอย่างสิ้นเชิงด้วย

  1. ตุรกีจะต้องนำเอาระบอบของอิสลามเข้ามาแทนที่ระบอบเคมาลที่ถูกถอดถอนออกไปในทุกองคาพยพ ทั้งทางด้านการปกครอง เศรษฐกิจ การศึกษา สังคมและวัฒนธรรม ตั้งแต่ระดับรากฐานจนถึงระดับสูงสุดของสังคมตุรกี

ในการกระทำดังกล่าว ตุรกีจะต้องปฏิรูปและเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมจนถึงมหาวิทยาลัย ทั้งหลักสูตร ระบบการบริหารการศึกษา ตำรับตำรา บุคลากร ครูบาอาจารย์ โดยต้องบูรณาการสิ่งเหล่านี้ให้กลมกลืนและสมดุลกันระหว่างอิสลามกับวิทยากรในโลกปัจจุบัน

  1. ตุรกีต้องปรับเปลี่ยนระบบสังคมของตนเองให้มาอยู่ในครรลองของอิสลามอย่างแท้จริง จากปัจจุบันที่โครงสร้างของสังคมตุรกีถูกแนวคิดของเคมาลเปลี่ยนแปลง และฝังรากวัฒนธรรมแบบแยกศาสนาออกจากอาณาจักรและสังคมแบบปฏิเสธศาสนาจนลึกซึ้งแล้ว เราจึงเห็นมัสยิดและโบสถ์วิหารตั้งอยู่และดำเนินกิจกรรมร่วมไปกับบาร์ไนท์คลับและสถานประกอบการที่มีการบริการเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และการใช้ผู้หญิงมาเป็นเครื่องมือในการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจ

กระนั้นประธานาธิบดีเรเซบ ตอยยิบ อุรดุฆอน ก็ยังมีตัวช่วยที่ทรงประสิทธิภาพ นั่นคือประชาชนตุรกีจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนหนุ่มสาว ที่กำลังหันกลับมาสู่อิสลามอีกครั้งนึ่ง สิ่งนี้จะเป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญให้ตุรกีดำเนินเข้าสู่การเป็นรัฐอิสลามได้ ตามที่คนจำนวนหนึ่งตั้งความหวังไว้

แม้คนจำนวนหนึ่งในจำนวนดังกล่าว จะเชียร์ตุรกีให้เป็นรัฐอิสลาม เพราะทำใจยอมรับรัฐอิสลามแห่งอิหร่านไม่ได้ … ก็ไม่ว่ากัน!!

บทวิเคราะห์โดย : Fareed Denyingyoch