lasted posts

Popular

tnews_1491948357_185

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานข่าว กรณี ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย เตรียมจะยื่นรายงานร้องเรียนต่อสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) เพื่อขอให้มีการสืบสวนกรณีการใช้อาวุธเคมีต่อประชาชนในจังหวัดอิดลิบ ทางตอนเหนือของซีเรีย เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 87 คน โดยผู้นำรัสเซีย ชี้ให้เห็นว่าเหตุการณ์ที่จังหวัดอิดลิบเป็นความพยายามของบุคคลบางกลุ่มต้องการที่จะกระทำการยั่วยุ และก็ป้ายความผิดให้กับทางด้านประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด ว่าเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสั่งการให้กองทัพซีเรีย ดำเนินการดังกล่าว ในขณะที่ ข้อมูลด้านข่าวกรองของรัฐบาลรัสเซียพบว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีกในซีเรีย รวมถึงเขตชานเมืองทางตอนใต้ของกรุงดามัสกัส

 

 
 

 

การออกมาแสดงความคิดเห็นเรื่องดังกล่าวของผู้นำรัสเซียถือเป็นการแสดงทรรศนะอย่างเปิดเผยเป็นครั้งแรก ต่อเหตุการณ์ที่จังหวัดอิดลิบ ที่เป็นชนวนเหตุให้สหรัฐฯ ยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์ก 59 ลูก ถล่มฐานทัพอากาศในภาคตะวันตกของซีเรีย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เดินทางเยือนกรุงมอสโกระหว่างวันที่ 11-12 เมษายนนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในซีเรียโดยเฉพาะ ซึ่งทางด้านประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ได้ปฏิเสธที่ จะให้รัฐมนตรีสหรัฐฯ คนนี้เข้าพบ

 

 

 

 

 

ในขณะที่ คณะกรรมการแห่งสหประชาชาติ ได้ได้ทำการสืบสวนและให้สัมภาษณ์รายการทีวีของสวิตเซอร์แลนด์ ว่าพวกเขาเชื่อว่ากลุ่มกบฏซีเรียได้ใช้อาวุธเคมีในการสู้รบกับกองกำลังรัฐบาลซีเรีย ภายใต้การนำของ ประธานาธิบดีบาซาร์ อัลอัสซาด

 

“ผู้ตรวจสอบของเราอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านได้สัมภาษณ์ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ รวมถึงหมอและโรงพยาบาลสนามและตามรายงานของสัปดาห์ที่แล้ว และมีหลักฐานชัดเจนที่เป็นรูปธรรม แต่ก็ยังไม่ยืนยันว่า แก๊สโซรินมาจากที่ใด แต่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อได้ยืนยันต่อคณะกรรมาธิการ การสอบสวนครั้งนี้ว่า การกระทำดังกล่าวเป็นของฝ่ายกบฏ ไม่ใช่หน่วยงาน หรือกองกำลังของรัฐบาลอย่างแน่นอน”

 

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล : สำนักข่าวทีนิวส์