lasted posts

Popular

อัล-กออิดะฮ์และไอซิสเป็นผลผลิตของอเมริกาและราชวงศ์อาลิซาอุด (2)

471702-isis

เทจู โคล ได้เขียนไว้ใน New Yorker ด้วยเช่นกันว่า “ความรุนแรงจากฝ่าย ‘ของเรา’ ยังคงไม่มีการลดละ ในเวลานี้ของเดือนหน้า ด้วยความน่าจะเป็นทั้งหลายแหล่ จะมี ‘ชายหนุ่มในวัยทหาร’ อีกเป็นจำนวนมาก และคนอื่นๆ อีกมากมาย ที่ไม่ใช่ทั้งคนหนุ่มสาวหรือผู้ชาย จะถูกฆ่าด้วยการโจมตีจากเครื่องบินโดรนของสหรัฐฯ ในปากีสถานและที่อื่นๆ ถ้าการโจมตีที่ผ่านๆ มาเป็นอะไรบางอย่างที่ต้องเกิดขึ้นต่อไป คนเหล่านี้จำนวนมากจะเป็นผู้บริสุทธิ์จากการกระทำความผิด”

นั่นนับว่าเป็นความก้าวหน้า เช่นเดียวกับการตัดสินใจของ CNN ที่จะถ่ายทอดผลงานชิ้นหนึ่งของนอม ชอมสกี้ ที่เรียกการฆ่าด้วยเครื่องบินโดรนของประธานาธิบดีโอบาม่าว่าเป็น “ปฏิบัติการก่อการร้ายที่รุนแรงมากที่สุดในยุคปัจจุบัน” และดังที่ซีมัส มิลเน่ ได้เขียนไว้ใน the Guardian  โดยระบุว่า ความรุนแรงเหมือนเช่นการโจมตีปารีสนั้นเป็นการขยายสงครามของตะวันตก

 

ทว่ารายงานเหล่านี้ก็ยังคงค่อนข้างอ่อนโยนกับสหรัฐฯ และพันธมิตรอยู่ มันกล่าวถึงบทบาทของตะวันตกในการสร้างความรุนแรงที่ “ผู้นำที่รอบคอบ” ของตนทำนั้นเป็นความผิดของอิสลาม ความจริงไม่ใช่เพียงแค่ทีมสร้างความรุนแรงของสหรัฐอเมริกามีความรุนแรงกว่าของศัตรูของมัน หรือว่าฝ่ายแรกเป็นผู้กระตุ้นการกระทำของฝ่ายหลังเท่านั้น แต่รัฐบาลชาติตะวันตกและรัฐบริวาลของพวกมันยังเสริมอำนาจให้กับกลุ่มนักรบญีฮาดขวาจัดอย่างกระตือรือร้นอีกด้วย

เหล่าจักรวรรดินิยมตะวันตกวาดภาพให้ “แนวคิดก่อการร้ายอิสลาม” เป็นไวรัสลึกลับประจำชนชาติ ในแบบที่กลุ่มอนุรักษ์นิยมใหม่และพันธมิตรเสรีนิยมของพวกเขากล่าวโทษ “วัฒนธรรมสีดำ” สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเหยียดเชื้อชาติและการกดขี่อย่างยาวนาน ไม่มีคำสอนใดในอิสลามที่ก่อให้เกิด “แนวคิดก่อการร้าย”

 

อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ มีความพยายามมานานแล้วที่จะใช้แง่มุมเฉพาะของศาสนาอิสลามมาเป็นอาวุธ นี่เป็นส่วนหนึ่งของบริบทที่ใหญ่กว่านี้ที่รวมถึงการล่าอาณานิคมของยุโรป และการยึดอำนาจและทำสงครามของอเมริกาที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายและการแบ่งแยกทางนิกายและบ่อนทำความการตัดสินใจด้วยตัวเองของประชาชนในภูมิภาคนั้น

 

มิลเน่ให้มุมมองที่คุ้นเคยกันดีว่า ตะวันตกใช้ความรุนแรงอย่างมากกับประชาชนในตะวันออกกลาง และเหมือนที่วาร์ด เชอร์ชิลเคยพูดไว้ครั้งหนึ่งว่า “ประชาชนบางส่วนจึงเอาคืน” นี่เป็นเรื่องจริง หลายคนที่โจมตีเมืองหลวงของชาติตะวันตกในนามของอิสลาม ตั้งแต่ โซคาร์ ซาร์แนฟโต จนถึงฟัยซาล ชาห์ซาด ที่เกือบจะเป็นมือระเบิดตึงไทมส์สแควร์ ก็บอกว่าความรุนแรงของตะวันตกเป็นเหตุจูงใจของพวกเขา คำอธิบายของพวกเขาไม่เพียงแต่สอดคล้องกันกับสามัญสำนึกเท่านั้น แต่ตรงกันกับการวิจัยของโรเบิร์ต เพจ นักวิทยาศาสตร์การเมืองจากมหาวิทยาลัยชิคาโก ที่ค้นพบว่า จนถึงขณะนี้ สาเหตุสำคัญที่สุดของการระเบิดพลีชีพทั่วโลกนั้นก็คือการยึดครองของต่างชาติ

 

ยิ่งไปกว่านั้น มีมุสลิมเพียงกลุ่มเล็กๆ เท่านั้นที่เข้าร่วมกับกลุ่มนักรบญีฮาดขวาจัด บิลล์ มาเฮอร์ พยายามที่จะตอกย้ำการกล่าวอ้างของเขาว่าอิสลามมีความรุนแรงอยู่ในธรรมชาติ เขาจึงหยิบยกสถิติที่แสดงให้เห็นว่ามุสลิมจำนวนมากมีทัศนคติที่ล้าหลังเกี่ยวกับผู้หญิงและเกย์ แต่นี่เป็นคำพูดที่ไร้เหตุผล ทัศนคติเช่นนี้แทบจะไม่เคยมีอยู่ในสมาชิกของอัล-กออิดะฮ์หรือไอซิซเลย