lasted posts

Popular

อัล-กออิดะฮ์และไอซิสเป็นผลผลิตของอเมริกาและราชวงศ์อาลิซาอุด (5)

471702-isis

ความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นเหมือนๆ กันก็คือ รัฐบาลอาหรับประสบความสำเร็จในการรับมือกับการก่อการร้ายด้วยการปราบปราม แท้ที่จริงแล้วพวกเขาทำได้แค่ขับไล่และทำให้มันฝังตัวลึกลงไป วิทยานิพนธ์ต่อไปนี้ที่นำเสนอโดยลอว์เรนซ์ ไรท์ เป็นการกล่าวเกินจริงแต่ก็มีความจริงอยู่พอสมควร :

 

แนวคิดหนึ่งนำเสนอว่า โศกนาฏกรรมเมื่อ 11 กันยายนของอเมริกาถือกำเนิดขึ้นในคุกของอียิปต์ ผู้สนับสนุนสิทธิมนุษยชนให้เหตุผลโต้แย้งว่า การทรมานก่อให้เกิดความอยากที่จะแก้แค้น ครั้งแรกในกรณีของซัยยิดคุตบ์ และต่อมาในสาวกของเขา ซึ่งรวมถึงอัยมัน อัล-ซาวาฮิรี

 

ในยุค 1960s ความเป็นชาตินิยมของชาวอาหรับ อันนำมาซึ่งการพัฒนาและการกระจายรายได้, การต่อต้านจักรวรรดินิยม และมีความมุ่งมั่นในการต่อต้านไซออนิสต์ ได้รับแรงดึงไม่เพียงเฉพาะในอียิปต์เท่านั้น แต่ทั่วทั้งภูมิภาค จากอัลจีเรียไปถึงปาเลสไตน์ ตลอดไปจนถึงอิรัก เพื่อเป็นการตอบโต้ สหรัฐฯ ได้หันไปหามิตรเผด็จการของมัน

“สหรัฐฯ ได้ปลอมแปลงความสัมพันธ์ในการทำงานในซาอุดิอารเบีย โดยมีเจตนาที่จะใช้ปีกนโยบายต่างประเทศของมัน นั่นก็คือวะฮาบีเคร่งจารีต” เดรย์ฟัสเขียน “สหรัฐฯ ร่วมกับกษัตริย์ซาอูดและเจ้าชายไฟซาล(ต่อมาเป็นกษัตริย์ไฟซาล) เพื่อแสวงหากลุ่มอิสลามสักกลุ่มจากแอฟริกาเหนือไปจนถึงอัฟกานิสถานและปากีสถาน” ในที่สด ซาอุดิอารเบียได้เป็นเจ้าภาพของสถาบันต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งสันนิบาตรมุสลิมโลกของวะฮาบี และสร้างมัสยิดและมัดรอซะฮ์หลายพันแห่ง

 

ข้ามต่อมาถึงยุค 1980s เมื่อครั้งที่สหรัฐฯ รวมมือกับซาอุดิอารเบียเพื่อให้ทุนสนับสนุนกลุ่มมุจาฮิดีนชาวอัฟกัน ในตำนานของชาวอเมริกัน การรุกรานของโซเวียตทำให้สหรัฐฯ ต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง ที่จริงแล้ว สหรัฐฯ ให้การหนุนหลังกลุ่มภราดรภาพมุสลิมชาวอัฟกัน และตัวแทนขวาจัดอื่นๆ มาเป็นเวลาหลายปีแล้ว Zbigniew Brzezinski ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของคาร์เตอร์น่าจะยอมรับในเวลาต่อมาว่ามันเป็นความตั้งใจของพวกเขาที่จะกระตุ้นให้มีการรุกรานของโซเวียต

 

อย่างน้อยตั้งแต่ปี 1972 CIA ได้เริ่มให้เงินทุนแก่นักรบอัฟกัน ที่รวมถึงรอบบานี ซัยยัฟ และกัลบุดดีน ฮิกมัตยาร์ ผู้นำมุญาฮิดีนในอนาคต ผู้ซึ่งกลายเป็นคนสนิทกับทั้งอุษาม่า บินลาดิน และหน่วยข่าวกรองของปากีสถาน (ISI) ซัยยัฟน่าจะคนเชิญบินลาดินเข้ามาลี้ภัยในอัฟกานิสถานในปี 1996 ในยุค 1980s ความช่วยเหลือส่วนใหญ่ของสหรัฐฯ และซาอุดี้ฯ ให้แก่กลุ่มมุญาฮิดีนที่นำโดยฮิคมัตยาร์ ผู้นำที่โหดเหี้ยมที่เดรย์ฟัสรายงานว่า “มีความเชี่ยวชาญ” ในการถลกหนังนักโทษทั้งเป็น