lasted posts

Popular

1447

สงครามในอาเลปโปและโมซุลกับการเปลี่ยนดุลอำนาจทำให้ข้อเท็จจริงทั้งหลายชัดเจนขึ้นกว่าเดิม

1. ในขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และไซออนิสต์รวมถึงสื่อต่างๆ ที่อยู่ในการครอบครองของฝ่ายเผด็จการพยายามสร้างสถานการณ์ให้ดูเหมือนกับว่าสงครามในอิรักและซีเรียคือสงครามนิกายและชนเผ่าอยู่นั้น ประชาชนทุกชนชั้นของทั้งสองประเทศนี้ จากทุกศาสนา นิกาย เผ่าพันธุ์ และอดีตทางการเมืองได้รวมตัวการเป็นหนึ่งเดียวเพื่อต่อสู้กับการก่อการร้ายและได้ทำให้สมรภูมิในอาเลปโปและโมซุลกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งเอกภาพของการต่อต้านการก่อการร้ายของชาวซีเรีย อิรักและประชาชนทั้งหมดในภูมิภาค ทำให้การสร้างภาพเท็จต่างๆ ของสื่อตะวันตก อารบี และฮิบรูต้องพบกับความล้มเหลว โดยเฉพาะเมื่อประธานคณะอุลละมาซุนนีแห่งอิรักได้ออกมายืนยันว่า ” ในอิรักมีกองกำลัง ” อัลฮะชะดุลชะอ์บี ” ที่เป็นพลเรือนชาวซุนนีมากกว่า 20,000 คนที่หมกมุ่นอยู่กับการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายเคียงบ่าเคียงไหล่พี่น้องชีอะฮ์และชาวเคิร์ดของตน ” .

2. สมรภูมิแห่งอาเลปโปและโมซุลกำลังดำเนินตามแผนการณ์ที่วางโดยชาวซีเรียและอิรักโดยการชี้นำของรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฏหมายที่ได้มาจากคะแนนเสียงประชาชนของประเทศเหล่านี้ และการรวมตัวกันของกองกำลังที่เข้าร่วมในปฏิบัติการณ์ดังกล่าวนั้นก็ได้ถูกจัดวางโดยดามัสกัสและแบกแดดไม่ใช่สหรัฐฯ ฉะนั้นสมรภูมิแห่งอาเลปโปและโมซุลบ่งชี้ว่า ” กองกำลังของซีเรียและอิรักมีความสามารถในการปลดปล่อยพื้นที่ทั้งหลายของประเทศตนจากเงื้อมมือของผู้ก่อการร้ายด้วยกับการสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันของชาติ และทัศนะคติที่ครอบคลุมโดยไม่จำเป็นต่อการปรากฏตัวของต่างชาติ และการแทรกแซงของพวกเขาในภารกิจของประเทศตน “.

3. ในแผนการสร้างตะวันออกกลางใหม่สหรัฐฯ ได้ผลิตไอเอสและกลุ่มก่อการร้ายต่างๆ ขึ้นมาเพื่อแบ่งซอยประเทศทั้งหลายของภูมิภาค แต่ด้วยกับการปลดปล่อยอาเลปโปและโมซุลการก่อการร้ายจะถูกลบออกจากภูมิภาคโดยปราศจากการบรรลุตามเป้าหมายที่พวกเขาได้วางไว้ แผนการณ์ทั้งหมดของศัตรูจะพบกับความล้มเหลว ดังนั้นการปลดปล่อยโมซุลและอาเลปโปคือความปราชัยของแผนการแทนที่อิสลามอันบริสุทธิ์ด้วยกับอิสลามอเมริกาในภูมิภาค.

4. การสนับสนุนของสหรัฐฯ จากกลุ่มก่อการร้าย และประเทศทั้งหลายในภูมิภาคที่อุปถัมภ์พวกก่อการร้ายเหล่านี้ อาทิเช่น ซาอุดิอารเบีย เช่นเดียวกันการถกเถียงเกี่ยวกับการเลือกตั้งภายในสหรัฐฯ การเปิดเผยอีเมลของ ” คลินตัน ” ที่เปิดโปงนโยบายทั้งหลายของโอบามาในการหนุนหลังกลุ่มก่อการร้าย ทำให้เกิดคำถามขึ้นเกี่ยวกับการกล่าวอ้างของสหรัฐฯ ในการต่อสู้กับการก่อการร้าย และทำให้พฤติกรรมที่ขัดแย้งกันของพวกเขาเด่นชัดขึ้น สิ่งนี้บ่งชี้ว่าสหรัฐฯ ต้องการเพียงแค่ใช้ประโยชน์จากชัยชนะต่างๆ ของแกนต้านทาน และพยายามใช้ข้ออ้างของการมีส่วนร่วมในชัยชนะเหล่านี้ทำให้สังคมโลกมองว่าตนคือผู้นำทัพต่อสู้กับการก่อการร้าย และใช้สร้างภาพเพื่อเรียกเครดิตตัวเองในการเลือกตั้งเมื่อเผชิญหน้ากับพรรครีพับลิกัน แต่คำพูดและจุดยืนของเจ้าหน้าที่บางคนของสหรัฐฯ ทำให้ข้ออ้างเหล่านี้ของโอบามาตกเป็นที่สงสัย กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ได้เปรยว่า” บทบาทของทหารสหรัฐฯ ในสมรภูมิโมซุลนั้นมีความสำคัญน้อยมาก ” โฆษกของแพนตากอนและแนวร่วมต้านไอเอสในอิรักก็เผยเช่นกันว่า ” กองทัพสหรัฐฯ ไม่ได้อยู่ในแนวหน้าของสมรภูมิเลย ” โทนี่ เชฟเฟอร์ เจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับซีไอเอได้ยืนยันเช่นเดียวกันว่า ” ไม่มีกองกำลังของสหรัฐฯ ปรากฏตัวอยู่ในปฏิบัติการณ์ปลดปล่อยโมซุลเลย ” อีกด้านหนึ่งสหรัฐฯ ได้สูญเสียสมรภูมิอาเลปโปให้แก่ซีเรียและพันธมิตรของเขา ดังนั้นจึงต้องการทดแทนความพ่ายแพ้ในอาเลปโปด้วยกับการทำเหมือนว่าได้เข้าร่วมรบในสมรภูมิโมซุล คำถามคือ ข้อกล่าวอ้างในการเข้าร่วมปลดปล่อยโมซุลของสหรัฐฯ และพันธมิตรของเขาจะเป็นความจริงได้อย่างไรในเมื่อพวกเขาคัดค้านการเข้าร่วมของเยาวชน ” ฮะชะดุลชะอ์บี ” ของอิรักและซีเรียในการต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายภายในประเทศของตัวเอง ?

5. ปฏิบัติการณ์ของโมซุลและอาเลปโปบ่งบอกว่าถ้าหากแนวร่วมหกสิบประเทศที่มีทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกทางการทหาร ข้อมูล สื่อและการเมืองไม่สามารถทำให้การก่อการร้ายในอิรักและซีเรียพ่ายแพ้ได้นั้น ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่สามารถ แต่พวกเขาไม่ต้องการต่างหาก ดังที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯจอห์นเคอร์รี ได้พูดข่มขู่อย่างเปิดเผยว่า ” สงครามจะไม่สิ้นสุดลงด้วยกับการปลดปล่อยอาเลปโป ” คำพูดดังกล่าวในความเป็นจริงคือการเตือนว่าสหรัฐฯ จะยังคงหนุนหลังกลุ่มก่อการร้ายต่อไป แม้การกล่าวอ้างดังกล่าวสามารถมีนัยยะทางการเผยแพร่และทางการทูตได้เช่นเดียวกัน.

6. ความวิตกกังวลที่สำคัญที่สุดของเหล่าผู้อุปถัมภ์กลุ่มก่อการร้ายเกี่ยวกับชะตากรรมของอาเลปโปและโมซุลคืออะไร ? สิ่งแรกเลยคือบทบาทที่สำคัญและความสามารถของกองกำลังอาสาประชาชนในการต่อสู้กับพวกก่อการร้ายตักฟีรีย์หัวรุนแรง. สอง หากเมือง Bashika ของอิรักถูกใช้เพื่อไปถึงยังซีเรีย จะทำให้สถานการณ์สงครามในซีเรียเกิดการพลิกผัน. สาม ชัยชนะของกองกำลังซีเรียและอิรักในสงครามอาเลปโปและโมซุลจะทำให้ฐานรองรับทางการเมืองของเหล่าผู้หนุนหลังกลุ่มก่อการร้ายที่จะเข้าร่วมต่อรองทางการเมืองในอนาคตของประเทศเหล่านี้ตกอยู่ในอันตราย และภัยคุกคามนี้ถือเป็นตัวแปรที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ฝ่ายต่างๆ ของตะวันตกรีบเร่งเพื่อบรรลุข้อตกลงสงบศึกชั่วคราว. สี่ อาจเป็นไปได้ว่าปฏิบัติการณ์ในโมซุลจะบรรลุเป้าหมายเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดคิด และสิ่งนี้ทำให้ความกังวลของสหรัฐฯ เพิ่มมากขึ้น.

7. จากเหตุผลของความวิตกกังวลและความพ่ายแพ้ทั้งหมด อาจเป็นไปได้ว่า สำหรับสหรัฐฯ และพันธมิตรของเขาการสร้างความเสียหายให้กับแกนต้านทานนั้นสำคัญกว่ากลุ่มก่อการร้าย ด้วยเหตุนี้เองจึงพยายามที่จะเพิ่มความกดดันแก่แกนต้านทานให้เกิดการชิงดีชิงเด่น โดยการเคลื่อนย้ายกลุ่มก่อการร้ายของอิรักไปยังฝั่งตะวันออกของซีเรียโดยเฉพาะราเกาะฮ์และดีรุลซูร ดังที่ซัยยิดฮะซัน นัศรุลลอฮ์ เลขาธิการฮิซบุลลอฮ์แห่งเลบานอนได้เตือนให้เฝ้าระมัดระวังแผนการนี้ของสหรัฐฯ จนทำให้แบกแดดและดามัสกัสประสานงานร่วมกันเพื่อทำลายแผนสหรัฐอเมริกา.

8. อีกหนึ่งความล้มเหลวของสหรัฐฯ และซาอุฯ ในภูมิภาคหลังจากซีเรียและอิรัก คือสงครามเยเมน ที่พวกเขาไม่สามารถไปถึงเป้าหมายของตนแม้จะระเบิดถล่มประเทศนี้มานานหลายเดือนแล้วก็ตาม จนทำให้ต้องยอมสงบศึกชั่วคราวอย่างไม่มีทางเลือกเพื่อดึงซาอุฯ ออกมาจากทางตัน และอาจเป็นไปได้ว่าจะสามารถใช้ความสามารถทั้งหมดของตนเพื่อขัดขวางการปลดปล่อยอาเลปโป ” จอร์น เคอร์บี้ ” ออกมาตอกย้ำว่า ” เราต้องทำการทบทวนสิ่งนี้ใหม่อย่างไม่มีทางเลือก “.

9. ดูเหมือนกับว่าสหรัฐฯ ต้องการเปลี่ยนบทบาทของกลุ่มก่อการร้ายในซีเรียและอิรักให้เป็นเหมือนกับกลุ่มอัลเคด้าในอัฟกานิสถาน เปลี่ยนการคุกคามทางการทหารให้กลายเป็นการคุกคามทางความมั่นคงในประเทศเหล่านี้.

10. ชัยชนะทั้งหลายของสมรภูมิการต้านทานในอิรักและซีเรียสามารถดึงดูดการสนับสนุนสมรภูมิดังกล่าวที่มากกว่าเดิมจากประชาชาติอิสลาม – อาหรับ ขณะนี้หลายประเทศมีความพยามยามที่จะได้รับความดีความชอบในสมรภูมินี้ การประสานงานกันระหว่างซีเรียกับอียิปต์เพื่อต่อสู้กับการก่อการร้ายบ่งชี้ว่า กรุงไคโรไม่ต้องการอยู่ภายใต้ร่มเงาของซาอุฯ อีกต่อไป เพราะถือเป็นครั้งแรกที่เกิดเดินทางไปยังอียิปต์ของประธานสภาความมั่นคงของซีเรียได้ถูกประกาศออกมาอย่างเปิดเผย ซึ่งถือเป็นสาส์นทางการเมืองและแฝงไปด้วยนัยยะที่สำคัญ เสียงสนับสนุนของอียิปต์ต่อมติรัสเซียเกี่ยวกับซีเรีย เงื่อนไขการปรากฏตัวของอิหร่านในการประชุมโลซานน์คือการปรากฏตัวของอียิปต์ การทดสอบศักยภาพทางการทหารร่วมกันของรัสเซียในอียิปต์ รวมถึงการประกาศความพร้อมของจีนและอินเดียต่อการช่วยเหลือกองกำลังซีเรียก็ถือเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ทำให้สหรัฐฯ และซาอุฯ ต้องกุมขมับมากกว่าเดิม เหมือนดังที่โฆษกกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้เผยกับผู้สื่อข่าวที่ถามเขาว่า ” อียิปต์เป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ หรือเปล่า ? ” เขาตอบว่า ” ผมไม่ทราบว่า เราจำเป็นต้องเป็นพันธมิตรกับอียิปต์ ” !

11. ด้วยกับการลบกลุ่มก่อการร้ายออกไปหลังการปลดปล่อยอาเลปโปและโมซุล สหรัฐฯ และพันธมิตรของเขาคงไม่มีทางเลือกใดนอกจากยอมรับความพ่ายแพ้ของตนในการเปลี่ยนแปลงของอนาคตซีเรียและอิรัก และจุดสำคัญเกี่ยวกับประเด็นนี้คือการสารภาพอย่างเปิดเผยของรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ถึงความพ่ายแพ้ในสมรภูมิดังกล่าว ดังที่เขากล่าวหลังการประชุมในโลซานน์และลอนดอนว่า ” ผมไม่คิดว่ารัฐสภาของประเทศทั้งหลายของยุโรปพร้อมที่จะประกาศสงคราม เพราะมันจะเป็นการเผชิญหน้าระหว่างมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ และตามมาด้วยผลลัพท์แห่งโศกนาฏกรรม “

12. อาจเป็นไปได้ว่าเราสามารถรวบรวมความวิตกกังวลและความพ่ายแพ้ทั้งหลายของสหรัฐฯ ในภูมิภาคไว้ในประโยคเพียงประโยคเดียวของ ” ฟรีดแมน ” นักวิเคราะห์เว็บไซต์ yedioth harvnvt ชื่อดังของอิสราเอลที่กล่าวว่า : ทั้งฮิซบุลลอฮ์ ทั้งอันศอรุลลอฮ์ และทั้งอัลฮะชะดุลชะอ์บี เป้าหมายและอุดมการณ์ของพวกเขาล้วนได้รับการดลใจจากการปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่านทั้งสิ้น.

 

 

 

ที่มา : http://kayhan.ir/fa/mobile/news/88452/845

Cr.alwilayat.org