lasted posts

Popular

art_42078596

ข้อสังเกตเชิงวิเคราะห์

 

 

ทำไมหนังสืออัลมุวัฏเฏาะของอิมามมาลิกจึงใช้ถ้อยคำที่ละเมิดต่อท่านหญิงอาอิชะฮ์มารดาแห่งศรัทธาชนถึงเพียงนั้น และที่น่าฉงนก็คือ พวกวาฮาบีย์ไม่เคยออกมากล่าวหาเจ้าของหนังสืออัลมุวัฏเฏาะว่า ประณามท่านหญิงอาอิชะฮ์ ทั้งๆที่ในตำราเล่มนี้ มีถ้อยคำที่กล่าวถึงมารดาแห่งศรัทธาชนอย่างน่าเกลียด

 

 

فيمن كانت تحب أن يدخل عليها من الرجال

 

 

“ต่อผู้ที่นางชอบจะให้เขาเข้าหานาง จากบรรดาผู้ชาย”

 

 

อิมามมาลิกบันทึกประโยคนี้กับผู้เป็นมารดาแห่งศรัทธาชนได้อย่างไร ? เป็นไปได้หรือ ที่อิมามในมัซฮับหนึ่งของอะฮ์ลิซซุนนะฮ์ จะมีทัศนะต่อท่านหญิงอาอิชะฮ์ มารดาแห่งศรัทธาชนว่า เป็นคนแบบนี้ (มีผู้ชายที่ท่านชอบให้เข้าหา) อิมามมาลิกแน่ใจแล้วหรือว่า ในบรรดาผู้ชายที่มาหานั้น มีบางคนที่มารดาแห่งศรัทธาชนอาอิชะฮ์รักหรือชอบให้เข้าหาท่านเป็นพิเศษ ถึงแม้ว่าผู้รายงานเรื่องนี้(อุรวะฮ์ บิน ซุเบร)จะเป็นหลานชายแท้ๆของท่านหญิง เองก็ตาม

 

 

เพราะคำว่า ฮุบ ซึ่งแปลว่า ชอบ หรือ รัก นั้นเป็นคำที่มีความหมายกว้าง(มุฏลัก)ไกลเหลือเกิน ฉะนั้นเจ้าของอัลมุวัฏเฏาะควรจะบันทึกให้ชัดเจนว่า “ผู้ที่นางชอบจะให้เขาเข้าหานาง จากบรรดาผู้ชาย” เขาเหล่านั้นเป็นที่รัก ชอบของมารดาแห่งศรัทธาชนในฐานะอะไร ? เมื่อดูดนมนางอุมมุลกุลซูมเสร็จแล้ว ท่านหญิงให้เข้าไปหาท่านทำไม ? ทำไมเจ้าของอัลมุวัฏเฏาะไม่เขียนในรายงานเสียให้กระจ่าง ?

อาจเป็นไปได้ว่า คนที่เข้ามาหานางนั้น มาเพื่อศึกษารายงานฮะดีษที่ศอฮาบะฮ์คนอื่นๆไม่สามารถให้คำตอบได้ และที่ว่าท่านชอบหรือรัก ก็คงหมายถึง ชอบหรือรักในความศรัทธา ชอบหรือรักในความขยัน หมั่นเพียร ในการศึกษารายงานฮะดีษเท่านั้น ไม่ใช่ชอบหรือรักในความหมายอื่น

 

 

แต่จะมีข้อโต้แย้งว่า สำหรับผู้ที่มาหาท่านเพื่อศึกษารายงานฮะดีษนั้น ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นคนที่ท่านชอบหรือรักพวกเขาทุกคนไป และท่านก็ไม่จำเป็นจะต้องให้ผู้ที่มาหาท่านเพื่อการนี้ ดูดนมน้องสาวของท่านก่อน เพราะว่า ผู้ที่ศึกษารายงานฮะดีษ ย่อมมาหาท่านในสถานที่ที่เปิดเผย และท่านก็ต้องอยู่ในสภาพที่พร้อมรับแขกอยู่แล้ว และการที่มีเด็กหนุ่มมาหาท่านในลักษณะเช่นนี้ คงไม่ทำให้ท่านหญิงอุมมุสะละมะฮ์ตำหนิอย่างแน่นอน

 

 

ถ้าเช่นนั้น ก็ให้หมายความเพียงว่า ชายหนุ่มที่มารดาแห่งศรัทธาชนชอบหรือรักในที่นี้ หมายถึง ชอบหรือรักในฐานะป้าที่ชอบหรือรักหลานชายเท่านั้นเอง ถ้าผู้เขียนรายงานในอัลมุวัฏเฏาะมีเจตนาดีต่อท่านหญิงอาอิชะฮ์ ก็น่าจะใช้ถ้อยคำอย่างนี้เสียจะดีกว่า

 

 

แต่อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจจากรายงานในตำราอัลมุวัฏเฏาะก็คือว่า คงมีชายหนุ่มเพียงบางคนเท่านั้น ที่ท่านหญิงชอบหรือรักจะให้เข้าหาท่าน ซึ่งชายหนุ่มเหล่านี้เท่านั้น ที่ต้องดูดนมของนางอุมมุลกุลซูมก่อนจะเข้าหาท่านหญิงอาอิชะฮ์มารดาแห่งศรัทธาชน ในฐานะหลานชายตามหลักศาสนา

 

 

ฉะนั้น ย่อมเป็นไปได้ว่า เมื่อเด็กหนุ่มเหล่านั้นมีสถานะเป็นหลานของท่านแล้ว พวกเขาก็สามารถเข้ามาหาท่านหญิงได้ตามอัธยาศัยระหว่างหลานชายกับป้าของตัวเอง ซึ่งจะแตกต่างไปจากคนธรรดาทั่วไปที่อาจมาเยี่ยมคารวะหรือมาเพื่อศึกษาวิชาฮะดีษเป็นครั้งคราว

 

 

นี่ คือเหตุผลที่ทำให้ท่านหญิงอุมมุสะละมะฮ์ไม่พอใจ เพราะท่านหญิงทั้งสองต่างก็เป็นมารดาแห่งศรัทธาชน เป็นบุคคลชั้นสูงในสังคม ต่างก็เป็นภรรยาของท่านนบี ศ และต่างก็เป็นม่ายในวัยสาวด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งไม่เป็นการบังควรเลยจริงๆ ที่จะมีบุคคลพิเศษเข้าไปหาเป็นการส่วนตัว นอกจากบุคคลต้องห้ามซึ่งการสมรสตามหลักศาสนาอย่างแท้จริงเท่านั้น

 

 

แต่ สำหรับมารดาแห่งศรัทธาชนท่านหญิงอุมมุสะละมะฮ์ ถึงแม้จะเป็นเด็กหนุ่มที่อยู่ในกฎแห่งการให้นมที่ศาสนายอมรับแล้วก็ตาม ท่านไม่พอใจให้เขาเข้าหาเป็นการส่วนตัว ดังที่ท่านได้กล่าวกับท่านหญิงอาอิชะฮ์ว่า

 

 

وَاللَّهِ مَا تَطِيبُ نَفْسِي أَنْ يَرَانِي الْغُلاَمُ قَدِ اسْتَغْنَى عَنِ الرَّضَاعَةِ

ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ ฉันไม่พอใจที่จะให้เด็กหนุ่มมาเห็นฉันเลย ทั้งๆที่เพียงพอกับการให้นมแล้วก็ตาม