lasted posts

Popular

บรรดาเจ้าหน้าที่กู้ภัย ทหาร และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในเมืองมาราวี ร่วมร้องเพลงชาติและฟังคำปราศรัยเนื่องในวันประกาศเอกราชของฟิลิปปินส์เมื่อวันจันทร์ที่ 12 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งบรรยากาศของเมืองมาราวี นั้นยังคงมีเสียงระเบิดและเสียงปืนดังอยู่ตลอดเวลา

 

 

ในขณะที่ทางทหารของกองทัพฟิลิปปินส์หลายพันคน กำลังต่อสู้กับกลุ่มมาอูเต และกลุ่มอาบูไซยาฟ ซึ่งเป็นแนวร่วมกับกลุ่มก่อการร้ายไอเอสได้เข้ายึดเมืองมาราวี รวมทั้งใช้พลเรือนราว 2,000 คนที่ยังตกค้างอยู่เป็นโล่มนุษย์มาตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยมีการเปิดเผยตัวเลขว่าขณะนี้ มีนายทหารและตำรวจเสียชีวิตแล้วไม่ต่ำกว่า 58 ราย พลเรือนอีก 20 ราย ขณะที่กลุ่มมาอูเต ถูกฆ่าตายแล้วกว่า 200 คน แต่ถึงเวลานี้กองทัพฟิลิปปินส์ ก็ยังไม่สามารถที่จะยึดพื้นที่คืนได้ แม้จะใช้ยุทธการปูพรมทิ้งระเบิด และใช้ทหารเข้ากดดันในพื้นที่ต่าง ๆ ก็ตาม เนื่องจากกลุ่มก่อการร้ายได้ใช้ตัวประกันและอุโมงค์ป้องกันระเบิดในการปกป้องที่มั่นของฝ่ายตนเอง

ประชากรราว 200,000 คนของมาราวี ได้พากันหลบหนีออกมาเกือบทั้งหมดแล้ว ตั้งแต่ที่กองทัพเข้าขัดขวางแผนยึดเมืองนี้ของกลุ่มกบฏ และมีการสู้รบที่แสดงให้เห็นว่า กลุ่มก่อการร้ายไอเอสแทรกซึมเข้าสู่ฟิลิปปินส์แล้ว

 

 

ทางด้านประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ระบุก่อนหน้านี้ว่า การโจมตีของกลุ่มติดอาวุธเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการขนาดใหญ่ของไอเอสที่ต้องการเข้าไปตั้งฐานที่มั่นทางใต้ของมินดาเนา และประกาศเอกราช ด้วยเหตุนี้ ผู้นำฟิลิปปินส์จึงประกาศกฎอัยการศึกบนเกาะดังกล่าวทันทีที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ขณะนี้มีรายงานว่า อาบู บัคร์ อัล บัคดาดี ผู้นำไอเอส สั่งการโดยตรงให้กลุ่มก่อการร้ายเข้าไปก่อความวุ่นวายในฟิลิปปินส์

สิ่งที่เห็นได้ชัดอย่างหนึ่งในการสู้รบครั้งนี้พบว่านักรบเหล่านี้บางส่วนมาจากตะวันออกกลาง ทำให้ประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พากันกังวลว่า กลุ่มก่อการร้ายไอเอสในอิรักและซีเรีย ที่กำลังโดนยึดพื้นที่คืนนั้น ได้พยายามแทรกเข้าไปหาที่มั่นในมินดาเนา ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อภูมิภาคนี้

 

 

ทางด้าน อลัน ปีเตอร์ คาเยทาโน รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ ได้เปิดเผยว่าการปลดปล่อยมาราวี เป็นเรื่องค่อนข้างซับซ้อนเมื่อพิจารณาจากปัญหาและสถานการณ์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น โดยกลุ่มก่อการร้ายมีแผนเข้ายึดเมืองในมินดาเนาอย่างน้อย 2-3 เมือง แต่แผนการดังกล่าวถูกขัดขวางโดยกองทัพรัฐบาลที่เปิดฉากลงมือก่อนด้วยการบุกมาราวีเพื่อจับกุมอิสนิลอน ฮาปิลอน ผู้นำกลุ่มอาบูไซยาฟและหัวหน้าขบวนการไอเอสในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อปลายเดือนที่แล้ว แม้ปฏิบัติการดังกล่าวจะไม่สำเร็จก็ตาม นอกจากนั้นแล้วฟิลิปปินส์ต้องการร่วมมือกับอินโดนีเซียและมาเลเซียเพื่อสกัดกลุ่มหัวรุนแรง การสู้รบกับไอเอสในซีเรียและอิรัก จะทำให้กลุ่มก่อการร้ายเหล่านี้จำเป็นต้องหาฐานที่มั่นใหม่ ซึ่งอินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ล้วนเป็นเป้าหมายสำคัญ

ขณะที่ทางด้านพลโทคาร์ลิโต กัลเวซ ผู้บัญชาการทหารฟิลิปปินส์ในแถบมาราวี ได้เปิดเผยว่าการต่อสู้ในมาราวีจะยากลำบากและนองเลือดที่สุด และอาจใช้เวลาอีกหลายวันและหลายเดือนในการกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธ
 


ส่วนทางด้านสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในกรุงมะนิลาเผยว่า สหรัฐฯได้ให้ความช่วยเหลือให้แก่กองทัพฟิลิปปินส์เพื่อปราบปรามกลุ่มติดอาวุธในมาราวี แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดโดยอ้างเหตุผลด้านความปลอดภัย ขณะที่ทางกองทัพฟิลิปปินส์ ให้ข้อมูลว่าเป็นความช่วยเหลือด้านเทคนิค และยืนยันว่า ไม่มีทหารสหรัฐฯร่วมรบภาคพื้นดิน ขณะที่ผู้นำฟิลิปปินส์ ยืนยันว่าไม่ได้ขอให้ทางสหรัฐฯสนับสนุน และไม่ทราบว่า มีหน่วยรบพิเศษของสหรัฐฯมาร่วมให้การช่วยเหลือแต่อย่างใด อลัน ปีเตอร์ คาเยทาโน รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ ได้สำทับว่ารัฐบาลไม่ต้องการมีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจเรื่องการมีส่วนร่วมของสหรัฐฯ เนื่องจากเมื่อพิจารณาถึงข้อตกลงทางการทหารทวิภาคีและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามเวลาจริง รัฐบาลเชื่อว่า ควรปล่อยให้กองทัพและกระทรวงกลาโหมเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องดังกล่าวเอง

 

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล : สำนักข่าวทีนิวส์