lasted posts

Popular

2281701

ท่าน ศาสดามุฮัมมัด(ศ็อลฯ) กล่าวว่า

“ใครก็ตามที่ ทำร้ายฟาฏิมะฮฺ (ทางร่างกายหรือจิตใจ) ถือว่า เขาทำร้ายฉันด้วย และใครก็ตามที่ทำร้ายฉัน เขาได้ปองร้ายต่ออัลลอฮฺ และใครก็ตามที่ปองร้ายต่ออัลลอฮฺ เท่ากับเป็นผู้ปฏิเสธ โอ้ฟาฏิมะฮฺ ถ้าเธอโกรธ ก็จะทำให้อัลลอฮฺทรงโกรธ และถ้าเธอพอใจ ก็จะทำให้อัลลออฺทรงพึงพอพระทัยด้วยเช่นกัน”

 

นับตั้งแต่วันที่บิดาของท่านจากไป ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ(อ.) ต้องใช้ชีวิตอย่างขมขื่นและจดจ่อรอคอยลมหายใจสุดท้าย วิธีเดียวที่ทำให้ท่านหญิงสามารถทนกับชีวิตที่เหลืออยู่ได้คือการหันพึ่งบิดาของท่านและได้อยู่ใกล้ชิดกับท่านเมื่อความศรัทธาและจิตวิญญาณของท่านหญิงท่วมท้นไปด้วยข้อร้องเรียนและความเจ็บปวด

 

ทั้งที่รู้แล้วว่าท่านหญิงจะได้ไปพบกับบิดาของท่านในเวลาไม่นาน แต่ทุกวินาทีได้สร้างความเจ็บปวดระทมทุกข์และขมขื่นในใจท่านหญิงจนยากที่จะทนได้ เวลาเก้าสิบห้าวันมันช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้าสำหรับท่านหญิง

 

และแล้ว วันนั้นก็มาถึง มันตรงกับวันจันทร์ที่ 3 เดือนญะมาดิล ษานี ปีฮิจเราะฮฺที่ 11 ซึ่งเป็นปีที่บิดาของท่านหญิงได้จากไป ท่านหญิงจุมพิตลูกๆ ของท่านทีละคน คือ อิมามฮะซัน (อ.) วัย 7 ขวบ, อิมามฮุเซน (อ.)

6 ขวบ ท่านหญิงซัยนับ (อ.) 5 ขวบ และท่านหญิงอุมมุลกุลซุม 3 ขวบ

 

และเมื่อถึงเวลาที่ ท่านต้องเอ่ยคำอำลาต่ออิมามอะลี(อ.) ท่านหญิงนอนอยู่บนเตียงที่จัดตั้งไว้กลางห้อง หันหน้าสู่กะอฺบะฮฺ และรอคอย