lasted posts

Popular

สำนักข่าวฟาร์ส – ทำเนียบขาวและหน่วยข่าวกรองของอเมริกา ตั้งใจที่จะเปิดเผยเอกสารลับ 28 หน้า ซึ่งในเอกสารนี้กล่าวถึงการสนับสนุนของซาอุดีอาระเบียในการโจมตีของกลุ่มผู้ก่อการร้าย เกี่ยวกับเหตุการณ์ 11 กันยายน 2001

ตามรายงานของเว็บไซต์ เดอะฮิล (The hill) ของรัฐสภาสหรัฐอเมริกา ว่า ประเด็นเกี่ยวกับเอกสารนี้ ถูกเก็บเป็นความลับมาถึง 14 ปีได้มีการถกเถียงกันขึ้นมา ขณะที่ประธานาธิบดี “บารัก โอบามา” ของอเมริกา มีแผนการที่จะเดินทางไปเยือนประเทศซาอุดีอาระเบีย ภายในเดือนเมษายนนี้

อดีตวุฒิสมาชิกของอเมริกา “บ๊อบ เกรแฮม” Bob Graham เขาได้ช่วยเขียนรายงานข่าวนี้ ซึ่งเขาได้กล่าวใน รายการ “60 นาที” (60 Minutes) ว่า ข้อมูลที่เป็นความลับนี้ เป็นแผนการณ์ที่มีเครือข่ายเชื่อมโยงมาจากผู้ที่ให้การสนับสนุน โดยที่เขาเชื่อว่า คนเหล่านี้คือผู้ที่ร่วมสนับสนุนในการจี้เครื่องบิน เหตุการณ์ 11 กันยายน 2011

เขาตั้งข้อสังเกตว่า บรรดาโจรที่จี้เครื่องบินในเหตุการณ์ครั้งนั้น  เมื่อเวลาที่พวกเขาอยู่ในอเมริกา  กลับได้รับการสนับสนุน “อย่างมีเลศนัย” จากซาอุดิอาระเบีย , องค์กรการกุศลต่างๆและบรรดาบุคคลที่ร่ำรวยชาวซาอุฯอีกด้วย

“ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเชื่อว่า ทั้ง 19 คน ซึ่งส่วนมากของพวกเขาไม่ได้พูดภาษาอังกฤษ และไม่เคยพักอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกามาก่อน และอีกหลายคนก็ไม่ได้รับการศึกษาระดับมัธยมศึกษา จะสามารถดำเนินการดังกล่าว ที่เป็นการกระทำที่ซับซ้อนโดยปราศจากการสนับสนุนภายในจากอเมริกาไม่ได้” เกรแฮมกล่าว

เอกสารลับ 28 หน้านี้ รายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์การโจมตี 11 กันยายน 2001 โดยรัฐบาลจอร์จ บุช เพื่อตอบสนองต่อผลประโยชน์และความมั่นคงแห่งชาติของอเมริกา

“พอร์เตอร์ กอสส์” (Porter Goss) หัวหน้าฝ่ายการพิจารณาคดีเหตุการณ์การโจมตี 11 กันยายน กล่าวว่า “เอฟบีไอ” ได้สั่งห้ามการเปิดเผยเอกสารลับฉบับนี้

กอสส์ ซึ่งต่อมาหลังจากนั้น เขาก็ได้กลายเป็นผู้อำนวยการของซีไอเอ ได้กล่าวในรายการ “60 นาที” ว่า ไม่มีเหตุผลใดที่ผมจะไม่เห็นเอกสารลับฉบับนี้หรือว่า ขณะนี้ เอกสารนี้จะที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี

กอสส์และเกรแฮม เขาทั้งสองได้เข้าพบกับผู้อำนวยการเอฟบีไอ โดยต้องการโน้มน้าวให้เปิดเผยเอกสารฉบับนี้ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ

เกรแฮม กล่าวว่า เขาเชื่อว่า อเมริกาต้องการเก็บรักษาเอกสารลับ 28 หน้านี้ เพื่อการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีที่มีกับซาอุดิอาระเบียในฐานะที่เป็นพันธมิตรกับอเมริกา

 

ที่มา – http://www.farsnews.com/13950123000419