lasted posts

Popular

187

องค์กรสิทธิมนุษยชนเผยรายงานการสืบสวนเหตุโจมตีทางอากาศมัสยิดทางตอนเหนือของซีเรีย เมื่อเดือนมีนาคม ทำให้ประชาชนที่กำลังละหมาดจำนวนมากเสียชีวิต

กองกำลังสหรัฐฯ ล้มเหลวในการใช้มาตรการทางการทหารที่จำเป็น ก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจส่งโดรนเข้าโจมตีทางอากาศ มัสยิดแห่งหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยผู้ที่กำลังละหมาดในช่วงเวลาค่ำ ทางตอนเหนือของซีเรีย ตามรายงานจากการสืบสวนเหตุการโจมตีดังกล่าว

Human Rights Watch (HRW), สภาบันนิติวิทยาศาสตร์ในกรุงลอนดอน และหน่วยสืบสวน Bellingcat ได้เปิดเผยผลสอบสวนกรณีการโจมตีทางอากาศที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา ในมัสยิดที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ทางตะวันตกของเมืองอเลปโป ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 38 คน และอีกหลายสิบคนได้รับบาดเจ็บ โดยที่สหรัฐอ้างเป็นการโจมตีกลุ่มเครือข่ายอัลกออิดะห์

เลือดเย็น!! ผลสอบชัดเจน สหรัฐจงใจทิ้งระเบิดมัสยิดในซีเรีย
แต่จากการสัมภาาณ์ และเก็บข้อมูลของคณะสืบสวนจากชาวเมืองท้องถิ่น ประกอบหลักฐานจากภาพถ่าย และวิดีโอของมัสยิด แสดงให้เห็นว่ามัสยิดประจำหมู่บ้าน al-Jinah นี้เป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คน และผู้คนที่เสียชีวิตในวันนั้นล้วนเป็นพลเรือน

ข้อมูลที่ได้มาจากการสัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์บุคคล 14 คน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตี ในจำนวนนี้มี 4 คนที่อยู่ในเหตุกาณ์วันนั้นด้วย และรอดชีวิตมาได้ โดยพยานในเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่าการโจมตีเกิดขึ้น 1 ชั่วโมงหลังเข้าเวลาละหมาดมักริบ และจากการตรวจสอบซากปรักหักพังของมัสยิดหลังการโจมตี ก็ปรากฏไม่พบอาวุธใดๆ ดังที่สหรัฐกล่าวอ้างปฏิบัติการว่าเป็นการจัดการกับกลุ่มก่อการร้าย

Eric Pahon โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯแก้ต่างครั้งใหม่โดยอ้างว่า มัสยิดดังกล่าวเป็นสถานที่ซึ่งผู้นำของกลุ่มอัลกออิดะห์ใช้ในการปลูกฝังแนวคิดหัวรุนแรงแก่บรรดานักรบของพวกเขา ขณะที่ก่อนหน้านี้สหรัฐฯอ้างว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นจากการที่กลุ่มอัลกออิดะห์จัดประชุมใกล้มัสยิด

ขณะที่ HRW ออกมาเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการโจมตีครั้งนี้อย่างละเอียดที่สุดอีกครั้ง 

 

 

 

 

ที่มา             i-newsmedia.net