lasted posts

Popular

images (9)

แผนการณ์ร้ายของอเมริกาในภูมิภาคตะวันออกกลางเริ่มเห็นชัดยิ่งขึ้น เมื่ออเมริกาได้แสดงออกถึงความต้องการที่จะใช้การแทรกแซงของกลุ่มก่อการร้ายไอเอสในการลดบทบาทของอีหร่านด้วยกับการใช้ความได้เปรียบบางอย่างกับกรุงมอสโค

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จะเห็นว่าวันนี้อเมริกาได้มีการเตรียมวางแผนการณ์ร้ายสำหรับอนาคตของภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันกับมีวิสัยทัศน์ที่มากกว่าและโดยเฉพาะในประเด็นการเจรจากับซีเรีย เกี่ยวกับการโจมตีฐานทัพอากาศชุอัยรอต

และมีอะไรใหม่ๆเกิดขึ้นในการวางแผนการณ์ร้ายนี้ของอเมริกากระนั้นหรือ?

 เว็บไซต์อัล-นัชเราะฮฺ เลบานอน ได้เขียนในการรายงานว่า :

เป็นที่เชื่อมั่นว่า จากการเปิดเผยถึงวิสัยทัศน์ของอเมริกากับสื่อต่างๆ ซึ่งตรงกับเวลาที่ เจมส์ แมตติส รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ออกเดินทางไปยังภูมิภาคนี้ มิได้ถือว่าเป็นอุบัติเหตุแต่อย่างใด  ขนาดระดับผู้นำทางทหารของสหรัฐได้เดินทางมาด้วยตัวเองเพื่อที่จะเตรียมการเจรจากับประเทศต่างๆ และคาดว่า จะมีส่วนร่วมในแผนการณ์ดังกล่าว

แผนการณ์ร้ายนี้มี 4 ขั้นตอนด้วยกัน ดังนี้:

-กำจัดกลุ่มต่างๆของกลุ่มผู้ก่อการร้ายไอเอสในพื้นที่ของซีเรีย

-ปฏิบัติการเพื่อรักษาจุดยืนของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไอเอสและฝ่ายต่อต้าน

-ในขั้นตอนที่สามคือ คาดว่าจะมีความพยายามในการปลด บัชชาร อะซัด ออกจากการเป็นประธานาธิบดีซีเรีย

-และในขั้นตอนสุดท้าย หลังจากผ่านมาตรการเปลี่ยนผ่าน จะเข้าสู่การจัดระเบียบการดำเนินชีวิตของประชาชนทั่วไป

เว็บไซต์อัลนุชเราะฮ์ยังรายงานจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า :

วิสัยทัศน์ของอเมริกาที่มีต่อภูมิภาคนี้ มิได้การเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด นับตั้งแต่ปี 2003 หมายถึง ปีที่ซัดดัมได้ล่มสลาย แต่ในประเด็นซีเรียนั้น ด้วยกับการเข้าร่วมของรัสเซีย ทำให้สหรัฐอเมริกานั้นเกิดความไม่พอใจและไม่ต้องการที่จะเผชิญหน้ากับรัสเซีย ด้วยกับการให้สัญญาต่างๆที่เรียกว่า เป็นการติดสินบน เพื่อต้องการควบคุมอำนาจให้อยู่ในกำมือของตน และการเชิญ”บอริส จอห์นสัน” รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ มายังกรุงมอสโค ก็เพื่อให้เข้าร่วมกับพันธมิตรกลุ่มนานาชาติ ในการต่อสู้กับการก่อการร้าย

อเมริกาไม่ได้มีการเสนอแผนการณ์ใหม่ๆแต่อย่างใด โดยตั้งแต่ตอนต้นแล้ว มีความพยายามที่จะแบ่งแยกประเทศต่างในภูมิภาคนี้ เป็นภูมิภาคทางศาสนาและลัทธิจากการทำลายกลุ่มก่อการร้ายไอเอส โดยขั้นตอนต่อไป คือ การเปลี่ยนแปลงสู่รัฐบาลสหพันธรัฐ Federalism และในรูปแบบภูมิภาค

ความแตกต่างระหว่าง”รัฐบาลบารัค โอบามา”กับ”รัฐบาลของโดนัล ทรัมป์” ก็คือในยุคโอบามานั้นชอบที่จะให้มีการปฏิบัติการณ์อย่างลับๆและไม่นิยมในการใช้การส่งกองกำลังและการแทรกแซงทางการทหารโดยตรง

รายงานยังเขียนอีกว่า : ในกรณีการสร้างภูมิภาคให้มีความมั่นคงในซีเรีย โอบามา ก็เช่นกัน พยายามที่จะให้เกิดปฏิบัติการณ์นั้นช้าลง แต่ทรัมป์ต้องการที่จะให้มีการปฏิบัติการณ์นั้นเกิดขึ้นโดยรวดเร็ว และการติดสินบนกับรัสเซียด้วยก็เช่นกัน  แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ยังรายงานว่า แผนการณ์ของอเมริกา มิใช่เฉพาะกับการพยายามลดบทบาทของอิหร่านที่มีต่อภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะในประเด็นเยเมน ซีเรียและอิรัก โดยใช้ความขัดแย้งของเตหะรานกับกลุ่มประเทศชาติอาหรับในภูมิภาคเป็นหลัก แต่ทว่าพยายามที่จะทำให้ความสัมพันธ์ของบัชชาร อะซัดที่มีกับเตหะรานนั้นอ่อนลงโดยทำให้ประเทศมิตรนั้นออกห่างจากเขาในอันดับแรก แต่จะไม่มีการเกิดขึ้นในประเด็นนี้กับรัสเซียอย่างแน่นอน นอกจากจะต้องใช้วิธีการแทรกแซงในควบคุม ซึ่งคาดการณ์ว่า จะมีการส่งสาสน์ถึงอิหร่านโดยที่มิได้ผ่านในขั้นตอนการเผชิญหน้ากันโดยตรง

ตามรายงานของแหล่งข่าวนี้ อ้างว่า กรุงมอสโคเป็นสายเชื่อมที่แข็งแกร่งในการตอบคำถามเกี่ยวกับแผนการณ์ร้ายนี้ ซึ่งในความเป็นจริง ก็คือ รัสเซียก็ได้เข้าร่วมสงครามในซีเรียแล้ว เพื่อขัดขวางแผนการณ์นี้ของอเมริกา และในอีกด้านหนึ่ง หลังจากที่มอสโคได้เข้ามาจัดระเบียบในภูมิภาคนี้ พวกเขาก็ไม่ยอมที่จะอยู่ภายใต้การควบคุมของอเมริกาด้วยเช่นกัน ในท้ายที่สุดแล้ว แผนการณ์ของอเมริกาก็ได้เผยให้เห็นว่า ประเทศนี้ได้มองระบบของโลก จะต้องมีระบบหลักเพียงฝ่ายเดียวและไม่ยอมให้มีฝ่ายอื่นใดเกิดขึ้น ซึ่งจะต้องมีการปฏิบัติกับฝ่ายนั้นอย่างชาญฉลาดอีกด้วย

 

ที่มา http://siampublic.com