lasted posts

Popular

2017-02-10_10-36-45-696x501

การปฏิวัติของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดบนโลกนี้ ประกอบจากการรวมกลุ่มกันของผู้คนมากหน้าหลายตา ซึ่งมาจากถิ่นฐานดินแดนที่ต่างกันทว่าสิ่งที่ยึดพวกเขาไว้ด้วยกัน คือ โลกทัศน์ และ อุดมการณ์ และจากสองสิ่งนี้ แนวคิดทางการเมืองของกลุ่ม หรือ องค์กรจึงปรากฏขึ้น การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่านก็เช่นกัน มีแนวคิดทางการเมืองที่เป็นผลผลิตมาจากโลกทัศน์ และ อุดมการณ์อยู่ และเนื่องด้วยช่วงนี้เป็นช่วงที่เข้าสู่วันครบรอบการปฏิวัติอิสลามในอิหร่าน ผู้เขียนจึงขอเสนอ”แนวคิดทางการเมืองของ ซัยยิดรูฮุลลอฮมูซาวี หรือ ที่รู้จักกันในนาม อยาตุลลอฮ โคมัยนี ผู้นำการปฏิวัติอิสลาม ด้วยภาษาที่อ่านง่าย และเนื้อความที่กระชับ มา ณ โอกาสนี้

แนวคิดที่หนึ่ง : ศาสนาไม่แยกออกจากการเมือง

แนวคิดแรกเป็นแนวคิดที่เสนอว่า “ศาสนา” จะต้องไม่แยกจาก”การเมือง” โดยอิมามโคมัยนี ได้พิสูจน์ และยกหลักฐานหลายประการในแต่ละวาระด้วยกัน โดยท่านพิสูจน์ว่า

1.ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาสังคม :คำสอนของศาสนาจึงครอบคลุมทุกแง่มุมของชีวิต และการเมืองก็เป็นแง่มุมหนึ่งในทางสังคม

2.การเมือง และ ศาสนา ต่างมีเป้าหมายเหมือนกัน  : โดยท่านพิสูจน์ว่า ทั้งศาสนา และการเมือง ต่างมีจุดประสงค์สูงสุดคือ ความสุข และ ความยุติธรรมในสังคม ด้วยเหตุนี้ทั้งสองจึงไม่อาจแยกออกจากกัน ในประเด็นนี้ ในมุมมองของท่าน ท่านถือว่า มนุษย์เราเล่นการเมืองกันสามแบบ หนึ่ง คือ การเมืองแบบซาตาน หมายถึง การเมืองที่รากฐานของมันวางอยู่บนคำโกหก การหลอกลวง มายาคติต่างๆ  สองคือ การเมืองแบบสัตว์ หมายถึง การเมืองที่ดำเนินไปเพื่อตอบสนองความต้องการแบบสัตว์ของมนุษย์ และสามคือการเมืองแบบพระเจ้า หมายถึง การเมืองที่รากฐานวางอยู่บนคุณธรรม ซึ่งอิมามโคมัยนีถือว่า มีเพียงการเมืองที่รากของมัน คือ คุณธรรม เท่านั้น จึงจะสามารถสร้างความผาสุกให้กับมนุษย์ได้

3.ความสัมพันธ์ระหว่างโลกนี้กับโลกหน้า :โดยข้อนี้มาจากโลกทัศน์ที่ว่า ชีวิตของมนุษย์ ไม่ได้สิ้นสุดแค่โลกนี้ ไม่ว่าเขาจะทำสิ่งใด ย่อมส่งผลกระทบต่อโลกหน้า ในเรื่องการเมืองก็เช่นกัน และเมื่อพิสูจน์ว่า”ทุกสิ่งที่มนุษย์ทำ ย่อมมีผลต่อชีวิต ในโลกหน้า เรื่องการเมือง ก็เป็น การกระทำหนึ่งของมนุษย์เช่นกัน

4.ศาสนากับการเมืองมีความสัมพันธ์กันในทัศนะของอัลกุรอ่าน และ ฮาดิษ:โดยท่านได้พิสูจน์ว่า ในอัลกุรอ่านได้มีการนำเสนอ การเมือง การปกครอง โดยมีคุณธรรมเป็นรากฐาน และจากประวัติศาสตร์อิสลาม ยังยืนยันให้เห็นว่า แนวทางการเคลื่อนไหวของศาสดา เป็นแนวทางการเคลื่อนไหวที่นำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาล

แนวคิดที่สอง : ความจำเป็นต่อการมีรัฐบาลในยุคเร้นกายของอิมามมะฮดีย์(อ)

ในแนวคิดนี้ เป็นผลผลิตจากความเชื่อของชีอะฮ์ ที่ว่า จะมีบุรุษผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้น นามว่า มูฮัมมัด มะฮดีย์ ผู้นำคนสุดท้ายจากเชื้อสายของศาสดามูฮัมมัด(ศ) เพื่อเติมเต็มความยุติธรรม และขจัดความอธรรมให้หมดไปจากโลกนี้[1] เพื่อรองรับการมาของบุรุษผู้นั้น การจัดตั้งรัฐบาล และปูพื้นฐานการมาของท่านจึงเป็นสิ่งจำเป็นโดยท่านได้ให้เหตุผลถึงสาเหตุที่จัดตั้งรัฐบาลอิสลามดังนี้

1.การปฏิรูปสังคม ด้วยการใช้ศาสนาบัญญัติ เป็นกฎมาย จำต้องมีรัฐบาลรองรับ เพื่อทำให้นิติบัญญัติเชิงศาสนา สามารถนำมาปฏิบัติได้อย่างเต็มรูปแบบ

2.การสร้างรัฐบาลโดยศาสดา ในอดีต :ในประเด็นนี้ท่านได้ชีให้เห็นว่า ระบบศาสดา คือ ระบบที่เคลื่อนไหวโดยมีจุดมุ่งหมายหนึ่ง คือ การสร้างรัฐบาลอันทรงธรรม

3.การกำหนดผู้ปกครองอิสลาม และ ตัวแทนของศาสนา โดยศาสดา :ในข้อนี้ท่านได้ให้เหตุผลว่า ตามแบบฉบับของศาสดา จะมีการแต่งตั้งผู้นำขึ้นเพื่อปกครองโลก สังคม หรือ ประเทศ นั่นย่อมพิสูจน์ว่า ศาสดาเล็งเห็นถึงความสำคัญทางการเมือง การปกครอง ภายหลังจากยุคของท่าน

4.จัดตั้งแนวทางการเมืองที่ไม่ใช่ฏอฆูต:คำว่าฏอฆูต หมายถึง ผู้นำที่ละเมิดฝ่าฝืน และสร้างความหายนะ ความเสียหายให้กับสังคมมนุษย์ โดยท่านชี้ว่า การจะทำให้สังคมมนุษย์เกิดความเป็นธรรมได้นั้น ระบบทางการเมืองจะต้องไม่เป็นไปในแบบฏอฆูต แต่จะต้องเป็นไปในแบบคุณธรรม

5.ปลดปล่อยดินแดนมุสลิม จากการล่าอาณานิคม และตกเป็นเมืองคนของรัฐบาลอื่น :ท่านถือว่า จะต้องจัดตั้งรัฐบาลเพื่อปลดแอกสังคมจากการรุกรานของนักล่าอาณานิคม และประเทศ ไม่อาจมีเสรีได้อย่างแท้จริง หากปราศจาก รัฐบาลที่เหมาะสม

abnewstoday.com