lasted posts

Popular

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯเดินทางมาถึงกรุงริยาดห์ของซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ในการเยือนต่างประเทศครั้งแรกของเขานับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง

พรมแดงและบันไดถูกจัดวางเชื่อมสู่เครื่องบินแอร์ฟอร์ชวันไม่กี่นาทีหลังจากที่มันลงจอดก่อนเวลา 9.50 น.ตามเวลาท้องถิ่น ( 13.50 น. ตามเวลาประเทศไทย) นายโดนัลด์ ทรัมป์ และภรรยาของเขา เมลาเนีย อิวานกา ทรัมป์ บุตรสาวของทรัมป์และที่ปรึกษาประธานาธิบดีและ จาเร็ด คุชเชอร์ ลูกเขยของเขาและที่ปรึกษาอาวุโส ร่วมเดินทางมาด้วยในครั้งนี้

ซึ่งได้รับการต้อนรับจาก สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานแห่งซาอุดีอาระเบีย
ประธานาธิบดีสหรัฐฯและกษัตริย์ซาอุดีอาระเบียเดินทางไปยังห้องรับรองที่สนามบินนานาชาติสมเด็จพระราชาธิบดีคาลิดซึ่งพวกได้พูดคุยกันพร้อมกับดื่มกาแฟ การเยือนครั้งนี้ของผู้นำสหรัฐฯ จะมีการพูดคุยกันเรื่อง “ความคาดหวังถึงอนาคตที่สงบสุขของศาสนาอิสลาม” ต่อผู้นำอาหรับและมุสลิม 50 ประเทศ ในวันที่ 21 พฤษภาคม

 
ทางด้านนาย ฌอน สไปเซอร์ โฆษกทำเนียบขาว , ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ แกรี คอห์น และที่ปรึกษาด้านความมั่นคง ดินา พอเวลล์ ได้ร่วมเดินทางในการเยือนครั้งนี้ด้วย โดยการเดินทางครั้งนี้ มีกำหนดการนานหกวันของเขาซึ่งมีจุดหมายที่นครวาติกันและนครเยรูซาเล็มด้วย

การเยือนต่างประเทศครั้งแรกของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นบททดสอบสำคัญทางการทูตสำหรับประธานาธิบดีรายนี้ในขณะที่ข่าวฉาวเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่ว่าทีมของเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับรัสเซียกำลังคุกรุ่นในประเทศ
ความสัมพันธ์กับกลุ่มรัฐอ่าวอาหรับในสมัยของเขาคาดว่าจะดีกว่าในสมัยของ บารัค โอบามา ซึ่งเริ่มการรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับอิหร่าน ศัตรูทางนิกายของซาอุดีอาระเบีย สร้างความไม่พอใจให้กับทางซาอุดีอาระเบีย นอกจากนั้นแล้ว นายโดนัลด์ ทรัมป์ ยังหันมาใช้การสงบปากสงบคำเกี่ยวกับเรื่องสิทธิมนุษยชนมากขึ้นด้วย

 



ก่อนการเดินทางเยือนครั้งนี้ ก็มีข่าวออกมาว่า สหรัฐฯ เตรียมขายอาวุธให้แก่ซาอุดีอาระเบีย รวมมูลค่ากว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ มูลค่าอาวุธที่สหรัฐฯจะขายให้แก่รัฐบาลซาอุดีอาระเบีย ในช่วง 10 ปีข้างหน้าอาจสูงกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการป้องกันตนเองของซาอุฯแต่ขณะเดียวกันสหรัฐฯ ก็จะยังอุดหนุนพันธมิตรหลักอย่างอิสราเอลให้มีแสนยานุภาพทางทหารที่เหนือชั้นกว่าประเทศเพื่อนบ้านเช่นกัน  ซาอุดีอาระเบียจะเป็นจุดหมายปลายทางแรกในการไปเยือนต่างประเทศหนแรกของนายโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากรับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา โดยสหรัฐฯ หวังที่จะผลักดันข้อตกลงจำหน่ายอาวุธแก่ซาอุฯ ทั้งใหม่และเก่ารวมมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ ก่อนที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ จะออกเดินทางไปเยือนซาอุฯ ในวันที่ 19 พฤษภาคมนี้

สหรัฐฯ เป็นผู้จัดส่งอาวุธยุทธภัณฑ์ให้กับซาอุฯ รายใหญ่ที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินรบ F-15 ระบบการควบคุมทางอากาศ และอื่น ๆ อีกมากมาย สร้างรายได้มหาศาลให้แก่สหรัฐฯ

ข้อตกลงขายอาวุธให้ซาอุฯ ล่าสุดนั้น จะประกอบไปด้วย อาวุธยุทโธปกรณ์และบริการซ่อมบำรุงจากอเมริกา, เรือรบ, ระบบป้องกันภัยทางอากาศ รวมถึงระบบที่ช่วยเสริมความมั่นคงทางทะเล โดยการขายอาวุธล็อตใหญ่นี้ จะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเพิ่มศักยภาพกองทัพซาอุฯ ให้สามารถรับมือภัยคุกคามในภูมิภาคได้อย่างเหมาะสม ในขณะที่อิสราเอลก็จะยังมีแสนยานุภาพที่เหนือชั้นกว่า


 

นอกจากนั้น กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ ข้อตกขายระบบขีปนาวุธแพทริออต 3 จำนวนมูลค่ากว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 70,000 ล้านบาท ให้กับรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งจะซื้อระบบขีปนาวุธแพทริออต ของบริษัทล็อคฮีด มาร์ติน จำนวน 60 ชุด และขีปนาวุธแพทริออตรุ่น ( GEM-T ) ที่ผลิตโดยบริษัทเรย์เธียน อีก 100 ชุด

โดยการทำข้อตกลงซื้อขายอาวุธกับรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในครั้งนี้ ซึ่งได้รับการอนุมัติจากกระทรวงการต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยสหรัฐฯ ต้องการส่งเสริมความสามารถของประเทศพันธมิตรในการป้องกันประเทศให้มีศักยภาพมากขึ้นนั่นเอง

ถึงเวลานี้ สหรัฐฯ เดินหน้าขายอาวุธให้พันธมิตรตะวันออกกลาง เป็นว่าเล่น ไม่ใช่เพื่อรักษาเสถียรภาพของภูมิภาคอย่างที่หลายคนคิด แต่เนื่องจากภาวะถังแตกของสหรัฐฯต่างหากจำเป็นต้องหางบประมาณก้อนใหญ่เข้ามาสนับสนุนการบริหารประเทศ เพราะไม่อย่างนั้นสหรัฐฯจะล้มราบเป็นหน้ากลอง อย่างแน่นอน

 


 

 

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล : สำนักข่าวทีนิวส์