lasted posts

Popular

isis_01

7.ทำไมกองทัพอิรักที่มีความเหนือกว่าทั้งปริมาณและศักยภาพจึงไม่อาจต้านทานกลุ่ม ISIS ซึ่งมีจำนวนน้อยได้

 

เหตุการณ์ลือลั่นที่สร้างชื่อให้กับกลุ่ม ISIS คือการที่กลุ่ม ISIS กรีฑาทัพเข้ายึดเมืองโมซุล ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ ลำดับสองของอิรัก เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ค.ศ. 2014 การต่อสู้ในวันนั้นทหารอิรักที่มีจำนวนมากกว่า 30,000 นาย ต้องทิ้ง อาวุธ วิ่งหนี และพ่ายแพ้ต่อกองกำลัง ISIS ที่มีจำนวนเพียง 800 คน (อัตราส่วน 40:1) นอกจากนั้นยังมีตัวเลข ทหารอิรักที่หนีทัพในแต่ละเดือนนับร้อยคนอีกด้วย

 

สาเหตุหลักของความพ่ายแพ้อย่างราบคาบของทหารอิรักนอกเหนือจากความแข็งแกร่งของกลุ่ม ISIS ก็คือ ทหาร อิรักไม่ต้องการสู้และตายเพื่อรัฐบาลอิรัก[32] อีกทั้งความแตกต่างทางนิกายศาสนาได้นำไปสู่ความแตกแยกในหมู่ทหาร ซึ่งมีทั้งชาวมุสลิมนิกายชีอะฮ์และซุนนี นายเจสัน ลูออล (Jason Lyall) ผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อการร้าย มหาวิทยาลัยเยล กล่าวว่า จากการที่กองทัพอิรักแตกออกตามนิกายศาสนา ทำให้ทหารอิรัก ที่เป็นซุนนี ไม่ต้องการจะต่อสู้กับกลุ่ม ISIS ที่เป็น ชาวซุนนีเช่นเดียวกัน พวกเขาไม่ต้องการต่อสู้เพื่อรัฐบาลอิรักซึ่งกดขี่ชาวซุนนี มีรายงานว่าในเมืองโมซุลที่มีประชากร ส่วนใหญ่เป็นชาวซุนนีนั้น แต่การสู้รบนั้นดำเนินในเขตชาวชีอะฮ์

 

อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์มองว่าท้ายที่สุดแล้วกลุ่ม ISIS คงไม่อาจยึดครองอิรักทั้งประเทศได้ ด้วยข้อจำกัดด้าน ศักยภาพ ทั้งนี้กลุ่ม ISIS มีกำลังในอิรักเพียง 7,000 คน (ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นเมื่อร่วมสู้กับกลุ่มติดอาวุธกลุ่มอื่น) ในขณะที่ทหาร อิรักมีมากกว่า 250,000 คน(รวมทั้งตำรวจ) ซึ่งมีความเหนือกว่ามากทางด้านอาวุธ ปฏิบัติการของกลุ่ม ISIS จะกินพื้นที่ ได้เพียงนอกเมืองแบกแดด ส่วนทางภาคใต้ซึ่งเป็นพื้นที่ของชาวชีอะฮ์จะไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากเหตุความขัดแย้งนี้

 

ดังนั้นสาเหตุหลักที่ทำให้กองทัพอิรักอ่อนแอกว่ากลุ่ม ISIS คือความยุ่งเหยิง ไม่เป็นเอกภาพภายในกองทัพ ขาดการจัดการที่ดี และอ่อนด้อยประสบการณ์ และแรงต้านจากประชาชนที่นับถือนิกายซุนนีนั่นเอง