lasted posts

Popular

58cfc984710fb1250808201

ความรู้ของบรรดาอิม่าม แห่งอะฮ์ลุลบัยต์นบี

//////////////////////////////////////////////////////////////

 

ประการแรกอัลกุรอ่าน กล่าวว่า ความรู้มี สองชนิด คือ

 

หนึ่ง – อิลมุล เฆบ(ความเร้นลับ)ที่อัลลอฮ์ (ซ.บ)ทรงรู้แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น

สอง – อิลมู ที่อัลลอฮ์(ซ.บ)ทรงถ่ายทอดให้กับรอซูลของพระองค์ (รอซูลในที่นี้หมายถึง มลาอิกะฮ์และบรรดาศาสดา)

 

อัลลอฮ์ (ตะอาลา) ตรัสว่า

عَالِمُ الْغَيْبِ فَلَا يُظْهِرُ عَلَى غَيْبِهِ أَحَدًا  إِلَّا مَنِ ارْتَضَى مِنْ رَسُولٍ

พระองค์คือ ผู้ทรงรอบรู้สิ่งเร้นลับ พระองค์ไม่ทรงเปิดเผยให้ผู้ใดรู้ต่อสิ่งเร้นลับของพระองค์

ยกเว้น ผู้ที่พระองค์ทรงพอพระทัยจากรอซูล

ซูเราะฮ์ อัลญิน : 26 – 27  และอัลลอฮ์ (ตะอาลา) ตรัสว่า

يَمْحُوا اللَّهُ مَا يَشَاءُ وَيُثْبِتُ وَعِنْدَهُ أُمُّ الْكِتَابِ

อัลลอฮ์ ทรงลบสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ และทรงให้มันคงไว้ (สิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์) และที่พระองค์คือ อุมมุลกิตาบ(แม่บทแห่งคัมภีร์ คือเลาฮุลมะห์ฟูซ)

ซูเราะฮ์อัลเราะอ์ดุ : 39

///////////////////////////////////////////////

 

อัลฆ็อยบุ(อัลเฆบ) ทางหลักภาษาศาสตร์แปลว่า

وكل ما غاب عنك

ทุกสิ่งที่ เร้นหายไปจากท่าน (คือท่านไม่สามารถรับรู้ได้ในสิ่งนั้น) ดู กอมูส มุฮีฏ เล่ม 1 : 155

เช่นอัลกุรอ่านกล่าวว่า

 

يُؤْمِنُوْنَ بِالْغَيْبِ

พวกเขา ศรัทธาต่อ อัลเฆบ

 

หมายถึง  พวกเขาศรัทธาต่อสิ่งที่พ้นญาณวิสัยไปจากพวกเขา จากสิ่งที่ท่านนบี(ศ)ได้แจ้งข่าวสิ่งนั้นไว้ให้กับพวกเขาเช่น  เรื่อง วันฟื้นคืนชีพ  เรื่องสวรรค์/นรก เป็นต้น

 

นิยามของ อัลเฆบ 

ความรู้ที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้มันได้ นอกจากอัลลอฮ์ (ซ.บ)เท่านั้น  และไม่มีหนทางใดแสวงหามันได้ นอกจาก ผ่านสื่อกลางของพระองค์  ถ้าหากผู้ใดก็ตามได้ล่วงรู้มันได้ ก็ไม่ใช่เป็นการตรัสรู้ด้วยตัวเอง แต่ที่จริงมันคือการประทานมาให้จากอัลลอฮ์ (ซ.บ)

 

ความสำคัญของการอีหม่านต่อ อัลเฆบ

การมีศรัทธาต่อเรื่อง พ้นญาณวิสัยของมนุษย์ (อัลเฆบ) คือคุณสมบัติประการหนึ่งของมนุษย์ ที่พิเศษกว่ามัคโลคอื่นๆ กล่าวคือ สัตว์จะมีส่วนร่วมกับคนในการรับรู้ด้วยประสาทสัมผัส

ส่วนเรื่อง อัลเฆบ คนเท่านั้นที่คู่ควรต่อความเชื่อนี้ ซึ่งแตกต่างจากสัตว์อย่างสิ้นเชิง

ด้วยเหตุนี้ ความเชื่อเรื่องอัลเฆบคือ หลักศรัทธาประการหนึ่งของศาสนาที่ถูกประทานลงมาจากฟากฟ้าทั้งหมด

แน่นอนมีบทบัญญัติมากมายทกี่ยวกับเรื่องเร้นลับ ที่ไม่มีหนทางใดสำหรับมนุษย์จะไปถึงความรู้นั้น ยกเว้น โดยทาง วะฮีย์ที่อยู่ในคัมภีร์กุรอ่าน และฮะดีษที่มั่นคงไม่ขัดกับกุรอ่าน

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ  ซ๊าตและซิฟัตของอัลลอฮ์(ซ.บ)

เกี่ยวกับการงานของพระองค์

เกี่ยวกับชั้นฟ้าทั้งเจ็ดและสิ่งที่อยู่ในมัน

เกี่ยวกับมลาอิกะฮ์

เกี่ยวกับบรรดานบี

เกี่ยวกับสวรรค์/นรก

เกี่ยวกับชัยตอนและญิน

และสิ่งเร้นลับอื่นจากนี้

อันเป็นส่วนหนึ่งของสารัตถะความจริงแห่งการอีหม่านต่อสิ่งเร้นลับ ที่ไม่มีทางใดจะรับรู้มันได้นอกจาก ด้วยการบอกเล่าจากผู้ทรงสัจจะเท่านั้น นั่นคือจาก

อัลเลาะฮ์ และ รอซูล ของพระองค์

 

ประเภทของ อัลเฆบ(เรื่องเร้นลับ)

หนึ่ง – อัลเฆบ มุฎตะลัก(ไม่มีขีดจำกัด)

۩۩۩۩۩

 

เป็นความรู้ที่ ไม่มีหนทางใดสำหรับมนุษย์ไปถึงอิลมูนี้ได้ ไม่ว่าจะอาศัยสื่อสารต่างๆทางการสัมผัสรับรู้ใดๆก็ตาม

 

และความรู้นี้ ยังแบ่งออกเป็นสองชนิด

 

ชนิดที่หนึ่ง۞

สิ่งที่อัลลอฮ์ ตะอาลา ได้ประกาศให้มนุษย์บางส่วนได้รับรู้ จากการมีวะฮีย์ไปยังรอซูล ที่ทำหน้าที่ประกาศสาส์นของพระองค์แก่มนุษย์     อัลลอฮ์ (ตะอาลา) ตรัสว่า

عَالِمُ الْغَيْبِ فَلَا يُظْهِرُ عَلَى غَيْبِهِ أَحَدًا  إِلَّا مَنِ ارْتَضَى مِنْ رَسُولٍ

พระองค์คือ ผู้ทรงรอบรู้สิ่งเร้นลับ พระองค์ไม่ทรงเปิดเผยให้ผู้ใดรู้ต่อสิ่งเร้นลับของพระองค์

ยกเว้น ผู้ที่พระองค์ทรงพอพระทัยจากรอซูล   ซูเราะฮ์ อัลญิน : 26 – 27

 

มี อิลมุลเฆบ บางส่วนที่ชัยตอนกับพวกญินได้ล่วงรู้มัน ดังที่กุรอ่านกล่าวว่า

 

قُلْ أُوحِيَ إِلَيَّ أَنَّهُ اسْتَمَعَ نَفَرٌ مِنَ الْجِنِّ فَقَالُوا إِنَّا سَمِعْنَا قُرْآَنًا عَجَبًا يَهْدِي إِلَى الرُّشْدِ فَآَمَنَّا بِهِ وَلَنْ نُشْرِكَ بِرَبِّنَا أَحَدًا

จงกล่าวเถิดมุฮัมมัดว่า ได้มีวะฮีย์มายังฉันว่า แท้จริงพวกญินจำนวนหนึ่งได้ฟังฉัน (อ่านกุรอาน) และพวกเขากล่าวว่า แท้จริงเราได้ยินกุรอานที่แปลกประหลาด นำไปสู่ทางที่ถูกต้อง ดังนั้นพวกเราจึงศรัทธาต่ออัลกุรอานนั้น และเราจะไม่ตั้งสิ่งใดเป็นภาคีต่อพระเจ้าของเรา

ซูเราะฮ์ อัลญิน : 1-2

 

ชนิดที่สอง۞

เป็น อิลมูพิเศษ ที่อัลลอฮ์ ตะอาลาเท่านั้นทรงรู้เพียงพระองค์เดียว ไม่มีมนุษย์คนใดล่วงรู้ได้เลย ไม่ว่าจะเป็น นะบี รอซูล มลาอิกะฮ์ ซึ่งความรู้นี้คือ เป้าหมายของโองการนี้

 

وَعِنْدَهُ مَفَاتِحُ الْغَيْبِ لَا يَعْلَمُهَا إِلَّا هُوَ

และที่พระองค์นั้น มีบรรดากุญแจแห่งความเร้นลับ โดยที่ไม่มีใครรู้กุญแจเหล่านั้น นอกจากพระองค์เท่านั้น  ซูเราะฮ์ที่ 6 : 59

 

ตัวอย่างของอิลมูพิเศษนี้เช่น

ช่วงเวลาที่จะเกิดวันกิยามัต  หรือสิ่งที่อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสไว้เช่น

إِنَّ اللَّهَ عِنْدَهُ عِلْمُ السَّاعَةِ وَيُنَزِّلُ الْغَيْثَ وَيَعْلَمُ مَا فِي الْأَرْحَامِ وَمَا تَدْرِي نَفْسٌ مَاذَا تَكْسِبُ غَدًا وَمَا تَدْرِي نَفْسٌ بِأَيِّ أَرْضٍ تَمُوتُ

แท้จริงอัลลอฮฺนั้น ความรู้แห่งวันอวสานมีอยู่ ณ. ที่พระองค์  และพระองค์ทรงประทานฝนลงมาและพระองค์ทรงรอบรู้สิ่งที่อยู่ในมดลูก…  และไม่มีชีวิตใดรู้ว่า ณ. แผ่นดินใด มันจะตาย

ซูเราะฮ์ที่ 31 : 34

พอกล่าวมาถึงตรง

จึงทำให้เรารู้ว่า อัลเลาะฮ์ ตะอาลา ทรงมี ความรู้สองประเภท

หนึ่ง – อิลมู คอศ  พิเศษเฉพาะอัลลอฮ์ เท่านั้น

สอง – อิลมู  ที่มาถึง บรรดานบีและรอซูล และสิ่งนี้บรรดามุสลิมมีมติตรงกัน

 

 

อิบนิฮะญัร อัลอัสเกาะลานีย์ ได้อธิบายโองการนี้

عَالِمُ الْغَيْبِ فَلَا يُظْهِرُ عَلَى غَيْبِهِ أَحَدًا  إِلَّا مَنِ ارْتَضَى مِنْ رَسُولٍ

พระองค์คือ ผู้ทรงรอบรู้สิ่งเร้นลับ พระองค์ไม่ทรงเปิดเผยให้ผู้ใดรู้ต่อสิ่งเร้นลับของพระองค์

ยกเว้น ผู้ที่พระองค์ทรงพอพระทัยจากรอซูล   ซูเราะฮ์ อัลญิน : 26 – 27   ว่า

 

الْآيَة فَيُمْكِن أَنْ يُفَسَّر بِمَا فِي حَدِيث الطَّيَالِسِيِّ ، وَأَمَّا مَا ثَبَتَ بِنَصِّ الْقُرْآن أَنَّ عِيسَى عَلَيْهِ السَّلَام قَالَ : إِنَّهُ يُخْبِرهُمْ بِمَا يَأْكُلُونَ وَمَا يَدَّخِرُونَ وَأَنَّ يُوسُف قَالَ : إِنَّهُ يُنَبِّئهُمْ بِتَأْوِيلِ الطَّعَام قَبْلَ أَنْ يَأْتِيَ إِلَى غَيْر ذَلِكَ مِمَّا ظَهَرَ مِنْ الْمُعْجِزَات وَالْكَرَامَات فَكُلّ ذَلِكَ يُمْكِن أَنْ يُسْتَفَاد مِنْ الِاسْتِثْنَاء فِي قَوْله : ( إِلَّا مَنْ اِرْتَضَى مِنْ رَسُول ) فَإِنَّهُ يَقْتَضِي اِطِّلَاع الرَّسُول عَلَى بَعْض الْغَيْب وَالْوَلِيّ التَّابِع لِلرَّسُولِ عَنْ الرَّسُول يَأْخُذ وَبِهِ يُكَرَّم ، وَالْفَرْق بَيْنَهُمَا أَنَّ الرَّسُول يَطَّلِع عَلَى ذَلِكَ بِأَنْوَاعِ الْوَحْي كُلّهَا وَالْوَلِيّ لَا يَطَّلِع عَلَى ذَلِكَ إِلَّا بِمَنَامٍ أَوْ إِلْهَام وَاَللَّه أَعْلَم

โองการนี้ สามารถอธิบายตามรายงานฮะดีษของท่านอัฏเฏาะยาลีซีย์  ส่วนกรณี สิ่งที่ได้ยืนยันด้วยหลักฐานของอัลกุรอานที่ว่า ท่านนบีอีซา(อ)กล่าวว่า ท่านจะแจ้งข่าวกับพวกเขาต่อสิ่งที่พวกเขารัปทานและสิ่งที่พวกเขาตระเตรียมเอาไว้(ในบ้าน)  และนบียูสุฟ(อ)กล่าวว่า ท่านจะบอกข่าวให้พวกเขารู้ถึงการตีความเรื่องอาหาร ก่อนที่จะมาถึงยังสิ่งอื่นจากนั้น อันเป็นส่วนหนึ่งจากมุอ์ญิซ๊าตและกะรอม๊าตต่างๆที่ได้แสดงออกมา  สิ่งทั้งหมดนั้นสามารถได้รับประโยชน์(ความเข้าใจ) จากการ  มีข้อยกเว้น ในพระดำรัสของพระองค์ที่ตรัสว่า

إِلَّا مَنِ ارْتَضَى مِنْ رَسُولٍ

ยกเว้น ผู้ที่พระองค์ทรงพอพระทัยจากรอซูล

 

ดังนั้นจึงเป็นเหตุทำให้ท่านรอซูลได้รับรู้ถึง อัลเฆบ(ความเร้นลับ)บางส่วน และคนวะลีย์ที่ปฏิบัติตามท่านรอซูล ก็พลอยได้รับ(ความรู้นี้)จากท่านรอซูลไปด้วย และด้วยความรู้นี้เอง เขาจึงได้รับเกียรติ

ความแตกต่างๆ ระหว่างทั้งสอง(คือระหว่างท่านรอซูล กับวะลีย์) คือ

ท่านรอซูล ได้รับรู้ต่อสิ่งนั้นโดยผ่านการวะฮีย์มาทั้งหมด

แต่คนวะลีย์ จะไม่ได้รับรู้ต่อสิ่งนั้นเลย ยกเว้นโดยผ่านการฝันและการดลใจ อิลฮาม เท่านั้น

วัลลอฮุ อะอ์ลัม

ดูหนังสือ ฟัตฮุลบารีย์ เล่ม 8 : 514  ฮะดีษที่ 4405