lasted posts

Popular

Jamkaran8

ตำราชีอะฮ์ที่รายงานว่า อิม่ามมะฮ์ดี สืบเชื้อสายจากอิม่ามฮูเซน

 

4.13. หนังสือ กะมาลุดดีน เล่ม 1 : 262 ฮะดีษที่ 9  หนังสือ อุยูน อัคบาร อัลริฎอ เล่ม 1 : 41 ฮะดีษที่ 17 หนังสือ อัลคิศ็อล เล่ม 2 : 475 ฮะดีษที่ 38 และหนังสือกิฟายะตุล-อะษัร ของเชคอาลี บิน มุฮัมมัด อัลค็อซซาซ หน้า 45

حَدَّثَناَ أَبِيْ رَضِيَ اللهُ عَنْهُ قاَلَ : حَدَّثَناَ سَـعْدُ بْنُ عَبْدِ اللَّهِ قاَلَ : حَدَّثَناَ يَعْقُوبُ بْنُ يَزِيْدَ، عَنْ حَماَّدِ بْنِ عِيْسَى عَنْ عَبْدُ اللهِ بْنِ مُسْكاَنَ، عَنْ أَباَنَ بْنِ تَغْلِبَ، عَنْ سُلَيْمِ بْنِ قَيْسٍ الْهِلاَلِيُّ، عَنْ سَـلْماَنَ الْفاَرِسِيُّ رَضِيَ اللهُ عَنْهُ، قاَلَ : دَخَلْتُ عَلَى النَّبِيِّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَآلِهِ، فَإِذاَ الْحُسَيْنُ بْنُ عَلِيٍّ عَلَى فَخِذِهِ، وَهُوَ يُقَبِّلُ عَيْنَيْهِ وَيَلْثَمُ فاَهُ، وَيَقُوْلُ : أَنْتَ سَيِّدٌ اِبْنُ سَيِّدٍ، أَنْتَ إِماَمٌ اِبْنُ إِماَمٍ أَبُوْأَئِمَّةٍ، أَنْتَ حُجَّةُ اللهِ اِبْنُ حُجَّتِهِ، وَأَبُوْحُجَجٍ تِسْـعَةُ مِنْ صُلْبِكَ، تاَسِعُهُمْ قاَئِمُهُمْ

เชคศอดูก ได้รายงานจากพ่อของเขา จากสะอัด บิน อับดุลลอฮ์ จากยะอ์กูบ บิน ยะซีด จากฮัมมาด บิน อีซา จากอับดุลลอฮ์ บิน มุสกาน จากอะบาน บิน ตัฆลิบ จากสุลัยม์ บิน ก็อยส์ จากท่านซัลมาน อัลฟาริซี(ร.ฎ) เล่าว่า ฉันได้เข้ามาหาท่านนบี(ศ) แล้วมีท่านฮูเซน บินอาลี อยู่บนตักของท่าน ซึ่งท่านกำลังจูบดวงตาทั้งสองของเขาและริมฝีปากของเขา พลางกล่าวว่า เจ้าคือประมุข บุตรของประมุข เจ้าคืออิม่าม บุตรของอิม่าม คือบิดาของบรรดาอิม่าม เจ้าคือหลักฐานของอัลลอฮ์ บุตรของบรรดาฮุจญัตของพระองค์ และคือบิดาของบรรดาฮุจญัต  คนที่เก้าที่สืบมาจากไขสันหลังของเจ้า ลำดับคนที่เก้าคือ กออิม(มะฮ์ดี)ของพวกเขา

วิจารณ์ นักรายงานฮะดีษ เชื่อถือได้ทั้งหมด ยกเว้น ระหว่างอะบานกับสุลัยม์ ไม่ได้พบกัน

4.14. กิตาบ สุลัยม์ บิน เกส หน้าที่ 958  ฮะดีษที่ 91

أَبُوْ مُحَمَّدٍ الْفَضْلُ بْنُ شاَذاَنَ بْنُ خَلِيْلٍ فِي إِثْباَتِ الرَّجْعَةِ : حَدَّثَناَ الْحَسَنُ بْنُ عَلِيٍّ بْنِ فَضاَّلٍ وَابْنُ أَبِي نَجْراَنَ عَنْ حَماَّدِ بْنِ عِيْسَى عَنْ عَبْدِ اللهِ بْنِ مُسْكاَنَ عَنْ أَباَنَ بْنِ تَغْلِبَ عَنْ سُلَيْمِ بْنِ قَيْسٍ الْهِلاَلِيِّ عَنْ سَلْماَنَ الْفاَرِسِيَّ، قَالَ : قاَلَ رَسُوْلُ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَآلِهِ : أَلاَ أُبَشِّرُكُمْ أَيُّهَا النَّاسُ بِالْمَهْدِيِّ ؟ قَالُوْا بَلَى قاَلَ : فَاعْلَمُوْا أَنَّ اللَّهَ تَعاَلَى يَبْعَثُ فِي أُمَّتِيْ سُلْطاَناً عاَدِلاً وَإِماَماً قاَسِطاً يَمْلَأُ الْأَرْضَ قِسْطاً وَعَدْلاً كَماَ مُلِئَتْ جَوْراً وَظُلْماً وَهُوَ التاَّسِعُ مِنْ وُلْدِ وَلَدِي الْحُسَيْنِ، اِسْمُهُ اِسْمِيْ وَكُنْيَتُهُ كُنْيَتِيْ  أَلاَ وَلاَ خَيْرَ فِي الْحَياَةِ بَعْدَهُ، وَلاَ يَكُوْنُ اِنْتِهاَءُ دَوْلَتُهُ إلاَّ قَبْلَ الْقِياَمَةِ بِأَرْبَعِيْنَ يَوْماً

อบูมุฮัมมัด อัลฟัฎลุ บินชาซาน บิน ค่อลีล ได้บันทึกไว้ในหนังสืออิษบ๊าต อัลร็อจญ์อะฮ์  อัลฮาซัน บินอาลี บินฟัฎฎ็อล และอิบนุ อบีนัจญ์รอน ได้เล่าให้เราฟัง จากฮัมมาด บินอีซา จากอับดุลลอฮ์ บินมุสกาน จากอะบาน บินตัฆลิบ จากสุลัยม์ บิน เกส อัลฮิลาลี จากซัลมาน อัลฟาริซี เล่าว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)กล่าวว่า โอ้ประชาชนเอ๋ย ฉันจะบอกข่าวดีให้กับพวกท่านเรื่องอัลมะฮ์ดี เอาไหม  พวกเขากล่าวว่า เอาครับ  ท่านกล่าวว่า พวกท่านพึงรู้เถิดว่า แท้จริงอัลลอฮ์ ตะอาลา < จะทรงส่ง > ผู้ปกครองที่มีคุณธรรมคนหนึ่ง และเป็นอิม่ามที่ยุติธรรม ไปในหมู่ประชาชาติของฉัน เขาจะทำให้โลกเปี่ยมไปด้วยความยุติธรรมและความเที่ยงธรรม ดั่งที่มันเคยเต็มไปด้วยการกดขี่และความอธรรม  และเขาคือคนที่เก้า ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากบุตรหลานของลูกชายของฉันคืออัลฮูเซน ชื่อของเขาคือชื่อของฉัน(มุฮัมมัด)และฉายาของเขาคือฉายาของฉัน(อบุลกอซิม)  พึงรู้เถิดว่า จะไม่มีความดีใดๆเลยในชีวิตหลังจากเขา และรัฐของเขาจะยังไม่สิ้นสุด เว้นแต่ ก่อนวันกิยามะฮ์(ประมาณ)สี่สิบวัน

สายรายงานฮะดีษนี้ เชื่อถือได้หมด ยกเว้น ระหว่างอะบานกับสุลัยม์ ไม่ได้พบกัน

 

4.15. กิตาบอุยูนอัคบาร อัลริฎอ เล่ม 1 : 60 ฮะดีษ 25  สายรายงานฮะดีษเชื่อถือได้

เชคศอดูก (305 – 381 ฮ.ศ.) รายงาน

حَدَّثَنَا ْ أَحْمَدُ بْنُ زِيَادِ بْنِ جَعْفَرٍ الْهَمَذَانِي‏ قَالَ : حَدَّثَنَا عَلِىُّ بْنُ اِبْرَاهِيْمَ بْنِ هَاشِمٍ عَنْ أَبِيْهِ عَنْ مُحَمَّدِ بْنِ أَبِي عُمَيْر عَنْ غِيَاثِ بْنِ إِبْرَاهِيْمَ عَنِ الصَّادِقِ جَعْفَرِ بْنِ مُحَمَّدٍ عَنْ أَبِيْهِ مُحَمَّدِ بْنِ عَلِىٍ عَنْ أَبِيْهِ عَلِىِّ بْنِ الْحُسَيْنِ عَنْ أَبِيْهِ الْحُسَيْنِ بْنِ عَلِىٍّ عَلَيْهِ السَّلاَمِ قَالَ : سُئِلَ أَمِيْرُ الْمُؤْمِنِيْنَ عَلَيْهِ السَّلاَمِ عَنْ مَعْنَى قَوْلِ رَسُوْلِ اللهِ (صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَآلِهِ) إِنِّىْ مُخَلِّفٌ فِيْكُمُ الثَّقَلَيْنِ كِتَابُ اللهِ وَعِتْرَتِيْ مَنِ الْعِتْرَةُ ؟ فَقَالَ : أَنَا وَالْحَسَنُ وَالْحُسَيْنُ وَالْأَئِمَّةُ التِّسْعَةُ مِنْ وُلْدِ الْحُسَيْنِ تَاسِعُهُمْ مَهْدِيُّهُمْ وَقَائِمُهُمْ لاَ يُفَارِقُوْنَ كِتَابَ اللهِ وَلاَ يُفَارِقُهُمْ حَتَّى يَرِدَوْا عَلَى رَسُوْلِ اللهِ (صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَآلِهِ) حَوْضَـهُ

อะหมัด บิน ซิยาด บินญะอ์ฟัร อัลฮะมะดานีเล่าให้เราฟัง จากอาลี บิน อิบรอฮีม บิน ฮาชิมจากพ่อของเขา(อิบรอฮีม บิน ฮาชิม) จากมุฮัมมัด บิน อบีอุมัยริน จากฆิยาษ บิน อิบรอฮีม เล่าว่า  จากญะอ์ฟัร บินมุฮัมมัด จากมุฮัมมัด บินอาลี จากอาลี บินฮูเซน จากฮูเซน บินอาลี เล่าว่า  ท่านอะมีรุลมุอ์มินีน ถูกถามถึงความหมายวจนะที่ท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)กล่าวว่า แท้จริงฉันได้มอบสองสิ่งหนักไว้ในหมู่พวกท่าน สิ่งแรกคือคัมภีร์ของอัลลอฮ์และอิตเราะฮ์ของฉัน, ว่าใครคืออิตเราะฮ์(ของท่าน) ท่านอาลีตอบว่าคือ ฉัน, ฮาซัน, ฮูเซน และอิม่ามผู้นำอีก 9 คนที่สืบเชื้อสายจากบุตรของฮูเซน  คนที่ 9 คือมะฮ์ดี และคือกออิมของพวกเขา  พวกเขาจะไม่แยกจากคัมภีร์ของอัลลอฮ์ และคัมภีร์ของอัลลอฮ์จะไม่แยกจากพวกเขา จนทั้งสองจะกลับคืนมายังท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)ที่สระเกาษัรของท่าน

 

4.16. กิตาบ กิฟายะตุล อะษัร หน้าที่ 81 – 85 ของเชค อาลี อัลค็อซซ๊าซ

(رَوَاهُ الشَّيْخُ عَلِيُّ بْنُ مُحَمَّدٍ الْخَـزَّازُ) حَدَّثَناَ مُحَمَّدُ بْنُ عَبْدِ اللهِ الشَّيْبَانِيُّ وَالْقاَضِيُّ أَبُو الْفَرَجِ الْمُعَافَى اِبْنُ زَكَرِياَّ الْبَغْداَدِيُّ وَالْحَسَنُ بْنُ مُحَمَّدِ بْنِ سَعِيْدٍ وَالْحُسَيْنُ بْنُ عَلِيِّ بْنِ الْحَسَنِ الرَّازِيُّ، جَمِيْعاً قاَلُوْا حَدَّثَناَ أَبُوْ عَلِيٍّ مُحَمَّدُ بْنُ هَماَّمِ بْنِ سُهَيْلٍ الْكاَتِبُ، قاَلَ حَدَّثَنِي الْحَسَنُ بْنُ مُحَمَّدِ بْنِ جُمْهُوْرِ الْعَمَي، عَنْ أَبِيْهِ مُحَمَّدِ بْنِ جُمْهُوْرِ، قاَلَ حَدَّثَنِيْ عُثْماَنُ بْنُ عُمَرَ، قاَلَ حَدَّثَنِيْ شُعْبَةُ عَنْ سَعِيدِ بْنِ إِبْرَاهِيمَ عَنْ عَبْدِ الرَّحْمَنِ الْأَعْرَجِ

عَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ قَالَ كُنْتُ عِنْدَ النَّبِيِّ (صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَآلِهِ وَسَلَّمَ) وَأَبُو بَكْرٍ وَعُمَرُ وَالْفَضْلُ بْنُ عَبَّاسٍ وَزَيْدُ بْنُ حَارِثَةَ وَعَبْدُ اللَّهِ بْنُ مَسْعُودٍ ، إِذْ دَخَلَ الْحُسَيْنُ بْنُ عَلِيٍّ (ع) فََأَخَذَهُ النَّبِيُّ (ص) وَقَبَّلَهُ ثُمَّ قاَلَ : حَزْقَةً حَزْقَةً تَرِقُّ عَيْنٍ بَقَه، وَوَضَعَ فَمَهُ عَلَى فَمِهِ ثُمَّ قاَلَ : اللّهُمَّ إِنِّيْ أُحِبُّهُ فَأَحِبَّهُ وَأَحِبَّ مَنْ يُحِبُّهُ، ياَ حُسَيْنُ أَنْتَ الْإِماَمُ اِبْنُ الْإِماَمِ أَبُو الْأَئِمَّةِ تِسْـعَةُ مِنْ وَلَدِكَ أَئِمَّةً أَبْرَاراً  فَقاَلَ لَهُ عَبْدُ اللهِ بْنُ مَسْعُوْدٍ : ماَ هَؤُلاَءِ الْأَئِمَّةُ الَّذِيْنَ ذَكَرْتَهُمْ ياَ رَسُوْلَ اللهِ فِي صُلْبِ الْحُسَيْنِ ؟ فَأَطْرَقَ مَلِياًّ ثُمَّ رَفَعَ رَأْسَهُ فَقاَلَ : ياَ عَبْدَ اللهِ سَـأَلْتَ عَظِيْماً وَلَكِنِّيْ أُخْبِرُكَ، إِنَّ ابْنِيْ هَذاَ (وَوَضَعَ يَدَهُ عَلَى كَتِفِ الْحُسَيْنِ) يَخْرُجُ مِنْ صُلْبِهِ وَلَدٌ مُباَرَكٌ سَمَّي جَدُّهُ عَلِيٌّ(ع) يُسَمَّى الْعاَبِدُ وَنُوْرُ الزَّهاَّدِ، وَيَخْرُجُ مِنْ صُلْبِ عَلِيٍّ وَلَدٌ اِسْمُهُ اِسْمِيْ وَأَشْبَهُ الناَّسِ بِيْ، يَبْقَرُ الْعِلْمَ بَقْراً وَيَنْطِقُ بِالْحَقِّ وَيَأْمُرُ بِالصَّواَبِ، وَيُخْرِجُ اللهُ مِنْ صُلْبِهِ كَلِمَةَ الْحَقِّ وَلِساَنَ الصِّدْقِ. فَقاَلَ لَهُ ابْنُ مَسْعُوْدٍ : فَماَ اسْمُهُ ياَ نَبِيَّ اللهِ ؟ قاَلَ : يُقاَلُ لَهُ جَعْفَرٌ صاَدِقٌ فِي قَوْلِهِ وَفِعْلِهِ ، الطاَّعِنُ عَلَيْهِ كاَلطاَعِنِ عَلَيَّ وَالرَّادُّ عَلَيْهِ كَالرَّادِّ عَلَيَّ. ثُمَّ دَخَلَ حَسَّانُ بْنُ ثَابِتٍ وَأَنْشَدَ فِيْ رَسُوْلِ اللهِ (ص) شِعْراً وَانْقَطَعَ الْحَدِيْثُ، فَلَماَّ كاَنَ مِنَ الْغَدِ صَلَّى بِناَ رَسُوْلُ اللهِ (ص) ثُمَّ دَخَلَ بَيْتُ عاَئِشَةَ وَدَخَلْناَ مَعَهُ أَناَ وَعَلِيُّ بْنُ أَبِي طَالِبٍ وَعَبْدُ اللَّهِ بْنُ الْعَبَّاسِ، وَكاَنَ مِنْ دَأْبِهِ عَلَيْهِ السَّلاَمُ إِذاَ لَمْ يَسْأَلْ اِبْتَدَأَ،

فَقُلْتُ لَهُ : بِأُمِّيْ أَنْتَ وَأَبِيْ ياَ رَسُوْلَ اللهِ أَلاَ تُخْبِرُنِي بِباَقِي الْخُلَفاَءِ مِنْ صُلْبِ الْحُسَيْنِ(ع). قاَلَ : نَعَمْ ياَ أَباَ هُرَيْرَةَ ويُخْرِجُ اللهُ مِنْ صُلْبِهِ (مِنْ صُلْبِ جَعْفَرٍ) مَوْلُوْداً طاَهِراً أَسْمَرَ رِبْعَةً سُمِّيَ مُوْسَى بْنُ عِمْراَنَ ثُمَّ قاَلَ لَهُ ابْنُ عَباَّسٍ ثُمَّ مَنْ ياَ رَسُوْلَ اللهِ ؟ قاَلَ : يَخْرُجُ مِنْ صُلْبِ مُوْسَي عَلِيٌّ اِبْنُهُ يُدْعَى بِالرِّضاَ مَوْضِعُ الْعِلْمِ وَمَعْدِنُ الْحِكَمِ ثُمَّ قاَلَ عَلَيْهِ السَّلاَمُ : بِأَبِي الْمَقْتُوْلُ فِيْ أَرْضِ الْغُرْبَةِ وَيَخْرُجُ مِنْ صُلْبِ عَلِيٌّ اِبْنُهُ مُحَمَّدٌ الْمَحْمُوْدُ أَطْهَرُالناَّسِ خَلْقاً وَأَحْسَنُهُمْ خُلُقاً، وَيَخْرُجُ مِنْ صُلْبِ مُحَمَّدٍ اِبْنُهُ عَليٌّ طاَهِرُ الْجَيْبِ صاَدِقُ الْلَهْجَةِ وَيَخْرُجُ مِنْ صُلْبِ عَلِيٍّ الْحَسَـنُ الْمَيْمُوْنُ التَّقِيُّ الطاَّهِرُ الناَّطِقُ عَنِ اللهِ وَأَبُوْ حُـجَّةِ اللهِ، وَيَخْرُجُ مِنْ صُلْبِ الَحَسَنِ قاَئِمُناَ أَهْلِ الْبَيْتِ يَمْلَأُهاَ قِسْطاً وَعَدْلاً كَماَ مُلِئَتْ جَوْراً وَظُلْماً، لَهُ غَـيْبَةُ مُوْسَى وَحُكْمُ دَاوُدَ وَبَهاَءُ عِيْسىَ

ثُمَّ تَلاَ عَلَيْهِ السَّلاَمُ {ذُرِّيَّةً بَعْضُهَا مِنْ بَعْضٍ وَاللَّهُ سَمِيعٌ عَلِيمٌ} (سورة آل عمران : 34) فَقاَلَ لَهُ عَلِيُّ بْنُ أَبِيْ طاَلِبٍ(ع) : بِأَبِيْ أَنْتَ وَأُمِّيْ ياَرَسُوْلَ اللهِ مَنْ هَؤُلاَءِ الَّذِيْنَ ذَكَرْتَهُمْ

قاَلَ : ياَ عَلِيُّ أَساَمَي الْأَوْصِياَءِ مِنْ بَعْدِكَ وَالْعِتْرَةُ الطاَّهِرَةُ وَالذُّرِّيَةُ الْمُباَرَكَةُ.

ثُمَّ قاَلَ : وَالَّذِي نَفْسُ مُحَمَّدٍ بِيَدِهِ لَوْ أَنَّ رَجُلاً عَبَدَ اللهَ أَلْفَ عاَمٍ ثُمَّ أَلْفَ عاَمٍ ماَ بَيْنَ الرُّكْنِ وَالْمَقَامِ ثُمَّ أَتاَنِيْ جاَحِداً بِوِلاَيَتِهِمْ لَأَكَبَّهُ اللهُ فِي الناَّرِ كاَئِناً مَنْ كاَنَ

เชคอาลี บิน มุฮัมมัด อัลค็อซซ๊าซ  รายงานจาก  1.มุฮัมมัด บิน อับดุลลอฮ์ อัชชัยบานี และ 2.อัลกอฎี อบุลฟะร็อจญ์ อัลมุอาฟา อิบนิซะกะรียา อัลบัฆดาดี และ 3.อัลฮาซัน บิน มุฮัมมัด บิน สะอีด และ 4.อัลฮูเซน บิน อาลี บิน อัลฮาซัน อัลรอซี ทั้ง 4 คนนี้ได้รายงานจาก อบูอาลี มุฮัมมัด บิน ฮัมมาม บิน สุฮัยล์ อัลกาติบเล่าให้เราฟังว่า อัลฮาซัน บิน มุฮัมมัด บิน ญุมฮูร อัลอะมา จากพ่อของเขาคือ มุฮัมมัด บิน ญุมฮูร เล่าให้ฉันฟังว่า อุษมาน บิน อุมัร เล่าให้ฉันฟังว่า ชุอ์บะฮ์รายงานจากสะอีด บิน อิบรอฮีม จากอับดุลเราะห์มาน อัลอะอ์ร็อจญ์จาก

ท่านอบีฮุร็อยเราะฮ์ เล่าว่า ฉันอยู่กับท่านนบี(ศ)และมีท่านอบูบักร,อุมัร,อัลฟัฎลุ บิน อับบาส, เซด บิน ฮาริษะฮ์และอับดุลลอฮ์ บิน มัสอู๊ด(อยู่ด้วย) ทันใดนั้นท่านฮูเซน บุตรท่านอาลี(อ)ได้เดินเข้ามาหา ท่านนบี(ศ)ได้จับเขาไว้และได้จูบเขา แล้วท่านกล่าวว่า ฮัซเกาะฮ์ๆ(เป็นคำปรารภที่บ่งนัยยะว่า จงอดทนต่อความรุนแรงที่จะมาประสบ) ทำให้น้ำตาต้องหลั่งริน และท่านได้วางริมฝีปากของท่านบนริมฝีปากของฮูเซน จากนั้นท่านได้วิงวอนว่า

اللّهُمَّ إِنِّيْ أُحِبُّهُ فَأَحِبَّهُ وَأَحِبَّ مَنْ يُحِبُّهُ، ياَ حُسَيْنُ أَنْتَ الْإِماَمُ اِبْنُ الْإِماَمِ أَبُو الْأَئِمَّةِ تِسْـعَةُ مِنْ وَلَدِكَ أَئِمَّةً أَبْرَاراً

โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงฉันมีความรักต่อเขา ดังนั้นขอพระองค์โปรดรักเขาและรักผู้ที่รักเขาด้วยเถิด โอ้ฮูเซนเอ๋ย เจ้าคือประมุข บุตรของประมุข คือบิดาของบรรดาอิม่าม อีกเก้าคนที่สืบมาจากบุตรของเจ้า (พวกเขาคือ)บรรดาอิม่าม คือคนดี

ท่านอับดุลลอฮ์ บินมัสอู๊ดได้กล่าวกับท่าน(ศ)ว่า โอ้ท่านรอซูลุลลอฮ์ บรรดาอิม่ามเหล่านี้ที่ท่านได้กล่าวถึงพวกเขาว่า อยู่ในไขสันหลังของอัลฮูเซนคืออะไรหรือ  ท่านรอซูล(ศ)ได้ก้มศรีษะลงพักหนึ่งจากนั้นได้เงยศรีษะขึ้นพลางกล่าวว่า โอ้อับดุลลอฮ์ เจ้าได้ถามคำถามที่สำคัญยิ่ง แต่ฉันขอบอกให้เจ้ารู้ว่า แท้จริงบุตรชายของฉันคนนี้(แล้วท่านได้วางมือของท่านไว้ที่บ่าของฮูเซน) จะออกมาจากไขสันหลังของฮูเซน บุตรชายอันจำเริญคนหนึ่ง ปู่ของเขาคืออาลี(บินอบีตอลิบ)ได้ตั้งชื่อเขาว่า อาบิ๊ด(ผู้คงแก่การอิบาดัต) และรัศมีแห่งผู้สมถะ

และจะออกมาจากไขสันหลังของอาลี(ซัยนุลอาบิดีน) บุตรชายคนหนึ่ง ชื่อของเขาตรงกับชื่อของฉัน และเขาคือคนที่เหมือนฉันมากที่สุด เขาจะเปิดเผยความรู้อย่างมากมาย และจะพูดด้วยถ้อยคำสัจธรรม และจะสั่งให้ทำสิ่งที่ถูกต้อง และจะออกมาจากไขสันหลังของมุฮัมมัด(อัลบาเก็ร) เขาคือถ้อยคำความจริง และคำพูดสัจจะ

แล้วท่านอิบนุมัสอู๊ด ได้กล่าวกับท่าน(ศ)ว่า  โอ้ท่านศาสดาแห่งอัลลอฮ์ เขาชื่ออะไรครับ ท่านรอซูล(ศ)ตอบว่า เขามีชื่อว่า ญะอ์ฟัร คือผู้สัตย์จริงในคำพูดและการกระทำของเขา  คนที่ตำหนิเขา เปรียบเหมือนคนที่ตำหนิฉัน และคนที่ปฏิเสธเขา เปรียบเหมือนคนที่ปฏิเสธฉัน จากนั้นฮัซซาน บิน ษาบิต ได้เข้ามาอ่านกลอนบทหนึ่งเกี่ยวกับท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ) และการสนทนาได้ยุติลง

พอเช้าวันใหม่ ท่านรอซูล(ศ)ได้นำนมาซพวกเรา แล้วท่านได้เดินเข้าบ้านของท่านหญิงอาอิชะฮ์ และพวกเราได้เข้าไปพร้อมกับท่านด้วย มีฉัน(คืออบูฮุร็อยเราะฮ์), อาลี บิน อบีตอลิบและอับดุลลอฮ์ บิน อับบาส และเป็นปกติวิสัยของท่านคือ เมื่อไม่มีใครถามท่าน ท่านก็จะเป็นฝ่ายเริ่ม

ฉัน(อบูฮุร็อยเราะฮ์) จึงกล่าวกับท่าน(ศ)ว่า โอ้ท่านรอซูลุลลอฮ์ ฉันขอเอามารดาและบิดาของฉันเสียสละแทนท่าน ท่านจะไม่บอกให้ฉันรู้ถึงเรื่องที่ยังค้างคาอยู่กระนั้นหรือ เกี่ยวกับบรรดาคุละฟาอ์ที่สืบมาจากไขสันหลังของอัลฮูเซน ท่านรอซูล(ศ)กล่าวว่า ได้สิ  โอ้อบูฮุร็อยเราะฮ์  และอัลลอฮ์จะทรงให้ออกมาจากไขสันหลังของเขา(คือจากญะอ์ฟัร) บุตรชายคนหนึ่ง ผู้บริสุทธิ์ ผิวสีน้ำตาล สูงปานกลาง เขามีนามว่า มูซา บุตร อิมรอน

แล้วท่านอิบนุอับบาส ได้กล่าวกับท่าน(ศ)ว่า โอ้ท่านรอซูล และต่อจากเขาล่ะคือใคร  ท่านรอซูล(ศ)กล่าวว่า จะออกมาจากไขสันหลังของมูซา(อัลกาซิม) คืออาลี เป็นบุตรชายของเขา เรียกขานด้วยนาม อัลริฎอ เขาคือสถานที่แห่งความรู้และแหล่งของฮิกมะฮ์ ต่อจากนั้นท่าน(ศ)ได้กล่าวว่า ขอสาบานด้วยเกียรติของบิดาผู้ถูกสังหารที่แผ่นดินอันห่างไกล(จากบ้านเกิด)ว่า

และจะออกมาจากไขสันหลังของอาลี(อัลริฎอ) บุตรชายคนหนึ่งของเขาชื่อ มุฮัมมัด(อัลญะวาด) ผู้ได้รับการสรรเสริญ ผู้มีรูปลักษณ์สะอาดที่สุด ผู้มีอัคล๊าก งดงามที่สุด

และจะออกมาจากไขสันหลังของมุฮัมมัด(อัลญะวาด)  บุตรชายคนหนึ่งชื่อ อาลี(อัลฮาดี) ผู้มีหัวอกบริสุทธิ์ ผู้มีวาจาสัตย์ และจะออกมาจากไขสันหลังของอาลี(อัลฮาดี) คืออัลฮาซัน(อัลอัสกะรี) ผู้บอกข่าวดี ผู้มีตักวา ผู้บริสุทธิ์ ผู้พูดจากอัลลอฮ์ และเขาคือบิดาแห่ง ฮุจญะตุลเลาะฮ์(หลักฐานของอัลลอฮ์) และจะออกมาจากไขสันหลังของอัลฮาซัน(อัลอัสกะรี) คือ กออิม ของพวกเราอะฮ์ลุลบัยต์นบี เขาจะทำให้มัน(โลกใบนี้)เต็มไปด้วยความยุติธรรมและความเที่ยงธรรม ดั่งที่มันเคยเต็มไปด้วยการกดขี่และความอธรรม สำหรับผู้นี้จะมีการฆ็อยบะฮ์(คือหายตัวไปจากสายตาของประชาชนแบบ)นบีมูซา และจะมีการปกครองแบบนบีดาวูด และจะมีความสวยงามแบบนบีอีซา แล้วต่อจากนั้นท่านรอซูล(ศ)ได้อ่านโองการ

ذُرِّيَّةً بَعْضُهَا مِنْ بَعْضٍ وَاللَّهُ سَمِيعٌ عَلِيمٌ

เป็นลูกหลานซึ่งสืบเชื้อสายมาจากกันและกัน และอัลลอฮ์คือผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงรอบรู้ ( 3 : 34 )

ท่านอาลี บินอบีตอลิบได้กล่าวกับท่าน(ศ)ว่า โอ้ท่านรอซูลุลลอฮ์ ขอสาบานด้วยเกียรติของบิดาและมารดาของฉัน บุคคลที่ท่านได้กล่าวถึงพวกเขาเหล่านั้นคือใครกันหรือ ท่านรอซูล(ศ)กล่าวว่า โอ้อาลี คือรายชื่อบรรดาวะซี ที่จะสืบหลังจากเจ้า คืออิตเราะฮ์ และคือลูกหลานผู้มีความจำเริญ ต่อจากนั้นท่าน(ศ)ได้กล่าวว่า ฉันขอสาบานต่อพระเจ้าผู้ซึ่งชีวิตของมุฮัมมัดอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ว่า  มาตรแม้นว่า มีชายคนหนึ่งได้ทำอิบาดะฮ์ต่ออัลลอฮ์ เป็นเวลาหนึ่งพันปี ต่อจากนั้นก็ทำอีกหนึ่งพันปีอยู่ตรงระหว่างมุมหินดำกับมะกอมอิบรอฮีม(อันเป็นสถานที่ๆประเสริฐสุด)แล้วต่อจากนั้นเขาได้มาพบฉัน ในสภาพคนญาฮิ๊ด(คือคนที่ปฏิเสธ,คัดค้าน,ดื้อดึง)ต่อวิลายะฮ์ของพวกเขา แน่นอนอัลลอฮ์(ซ.บ)จะทรงให้เขาคว่ำหน้าเข้าไปในไฟนรก ไม่ว่าเขาจะเป็นใครก็ตาม

อบูอาลี บิน ฮัมมาม ได้กล่าวว่า  น่าแปลกใจ กว่าทุกสิ่งที่น่าแปลกใจ จากท่านอบีฮุร็อยเราะฮ์ กล่าวคือเขารายงานฮะดีษเช่นนี้ไว้ แล้วเขาก็ปฏิเสธฟะดีลัตต่างๆของอะฮ์ลุลบัยต์(อ)

 

สรุป ฮะดีษที่ 4292 ในหนังสือ สุนันอะบีดาวูด ไม่สามารถนำมาเป็นหลักฐานอ้างอิงได้ด้วยเหตุผลดังตอไปนี้

  1. มีรายงานที่แตกต่างออกไปจากรายงานของอบีดาวูด เช่น ในหนังสือชื่อ อิกดุด ดุร็อร และหนังสือเล่มอื่นๆตามที่อ้างอิงไปแล้ว

2.มีการคัดลอกผิด ตรงคำว่า ฮูเซน เป็น ฮาซัน เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นได้ในการคัดลอก

3.รายงานของท่านอบีดาวูด ค้านกับรายงานที่มีสายรายงานถูกต้อง กว่า

4.การที่ท่านอบูดาวูด รายงานจาก “มัจฮู้ล” คือคนที่เขาไม่รู้จักว่า เป็นใคร ตามที่ท่านอบูดาวูดพูดว่า (มีคนเล่าให้ฉันฟัง จากฮารูน) ถือว่าเพียงพอแล้วที่จะกล่าวว่า ฮะดีษนี้ ใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงไม่ได้

5.อบูอิสฮาก ได้เห็นอิม่ามอาลีแค่หนึ่งครั้ง และไม่มีการยืนยันว่าเขาเคยรายงานจากอิม่ามอาลีเลย เพราะตอนอิม่ามอาลีเสียชีวิต อบูอิสฮากมีอายุแค่ 7 ขวบ ระหว่างสองคนนี้จะต้องมีผู้รายงานอีกคนหนึ่งที่ตกหล่นอยู่ ดังนั้นฮะดีษบทนี้จึงถือเป็น “ฮะดีษที่ ดออีฟ คือ มีสถานะอ่อนแอเชื่อไม่ได้”