ประวัติย่อเยเมน

12036924_777441545735827_5011817662450559049_n

ประเทศเยเมนเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ใน ตะวันตกเฉียงใต้ของเอเซีย หรือ ทางภาคใต้ของคาบสมุทรอาหรับ มีพื้นที่ประมาณ 536,869 ตร.กม. มี 20 จังหวัด โดยมีเมืองหลวงคือ กรุงซานา นับเป็นประเทศที่มีความเก่าแก่และมีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานอีกประเทศ หนึ่ง มีประชากรประมาณ 24 ล้านคน โดย 99 เปอร์เซ็น เป็นชาวมุสลิม โดยมี 65 เปอร์เซน เป็นชาวอะฮลิซุนนะฮ มัซฮับ ชาฟีอีย์ และ 35-40 เปอร์เซน เป็น ชีอะฮ ซัยดียะฮ และส่วนที่เหลือ คือ อิสมาอีลียะฮ และ อิมามียะฮ ประชากรส่วนใหญ่เป็น อาหรับ และ อาหรับแอฟริกัน มีเผ่าตามเทือกเขาต่างๆประมาณ 400 เผ่า
ภูมิศาสตร์ทางการเมือง และความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของประเทศเยเมน

เยเมนนับเป็น หนึ่งในประเทศที่มีความสำคัญ และนับเป็นจุดยุทธศาสตร์ ประเทศหนึ่งของคาบสมุทรอาหรับ และนับเป็นประเทศเป้าหมายของนักล่าอาณานิคม ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เพราะประเทศนี้ ในภาคใต้ของเยเมน คือ ภาคเหนือของตะวันตก และยังครอบคลุมภาคตะวันออก โดยมี ช่องแคบบาบุลมันดิบ (Bab-el-Mandeb) เป็นที่ตั้ง ช่องแคบนี้ ยังอยู่ระหว่างทะเลแดง และมหาสมุทรอินเดีย และยังเป็นน่านน้ำที่ใกล้ที่สุดระหว่างตะวันตก และตะวันออก อีกด้วย

จึงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ประเทศเยเมน เป็นประเทศจุดยุทธศาสตร์ระหว่าง ตะวันตก และตะวันออกเลยทีเดียว และไม่แปลกที่เหล่ามหาอำนาจ ต่างหมายปองที่จะครอบครองแผ่นดินนี้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายตะวันออกหรือตะวันตกก็ตาม เพราะหากใครสามารถยึด ช่องแคบมันดิบได้ เขาก็จะสามารถยึดทะเลแดงได้ และยังสามารถปิดเกาะสำคัญอย่าง “บัรยัม” อย่างง่ายดาย โดยเกาะนี้ ได้แบ่งทางเดินน้ำของช่องแคบ มันดิบ ออกเป็นสองส่วน คือ ทางเดินน้ำตะวันออก และทางเดินน้ำตะวันตก โดยทางตะวันออกเรียกว่า “บาบุลอิสกันดาร์” และทางเดินน้ำตะวันตกเรียกว่า “มีวัน” อย่างไรก็ตามเราสามารถวิเคราะห์เพิ่มเติมถึงการเป็นจุดยุทธศาสตร์ของเยเมน ได้ดังนี้

1 เยเมนเป็นประเทศที่ใกล้กับแหลมของแอฟริกามากที่สุด ซึ่งในช่วงกลางของสองศตวรรษล่าสุด เนื่องจากความขัดแย้งของมหาอำนาจ จึงทำให้แผ่นดินนี้ เป็นแผ่นดินที่มีสถานการณ์ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

2 การปิดล้อม ช่องแคบบาบุลมันดิบ ในปี 1946 โดยกองทัพอิยิปต์ ในสงคราม 6 วัน ถือเป็นประบการณ์สำคัญของรัฐเถื่อนไซออนิสต์ ถึงความสำคัญของช่องแคบนี้ ดังนั้น ประเด็นเรื่องความมั่นคงของเยเมน จึงมีผลต่ออิสราเอลเป็นอย่างยิ่ง

3 เยเมนเป็นประเทศที่อยู่ทางภาคเหนือของแผ่นดินอาหรับ ซึ่งมีชายแดนร่วมกันระหว่างซาอุดิอาราเบีย และยังมีความสำคัญต่อซาอุดิอาราเบีย ในด้านการผลิตน้ำมัน ซึ่งตั้งแต่ปี 1962-1970 ซาอุได้สนับสนุน ฝ่ายนิยมซาร์เพื่อชนกับ พรรคลิพับลิกัน ซึ่งทางอิยิปต์ได้หนุนหลังอยู่ช่วงเวลานั้น เนื่องด้วยความวิตกว่า ทางอิยิปต์จะขยายอิทธิพล ในทางภาคใต้ และก่อความไม่สงบขึ้น

4เยเมนเป็นประเทศที่มีระยะของชายหาดยาวกว่าประเทศอื่นๆ ทั้งทะเลแดง ทะเลอาหรับ และเนื่องด้วยการมีอ่าวสำคัญๆอย่าง เอเดน ,ฮะดีด ฟุฮาอฺ จึงทำให้ประเทศนี้มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ไม่น้อยเลยทีเดียว
ความสำคัญทางด้านกำลังพลและประชากร

ตามสถิติของปี 1993 เยเมนมีประชากรประมาณ 13 ล้านคน จึงทำให้เยเมนกลายเป็นประเทศที่มีประชากรมากในคาบสมุทรอาหรับ และเพราะประชากรส่วนใหญ่ล้วนมาจากเผ่าต่างๆที่ติดอาวุธ และเป็นนักรบ มีประสบการณ์เกี่ยวกับสงครามมาแล้ว เรื่องนี้จึงบอกกับเราว่า หากมีสถานการณ์ฉุกเฉิน รัฐบาลเยเมนสามารถจัดทหารอาสามากกว่าล้านคนได้ในทันที ซึ่งสำหรับซาอุดิอาราเบีย ความพร้อมในด้านนี้ จึงเป็นสิ่งที่น่าวิตก เพราะเมื่อถึงยามคับขัน เยเมนสามารถจัดทับตามเขตชายแดนได้เร็วกว่า ซาอุ ได้ถึงหลายเท่า ในการจัดทัพเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่ง่ายนักสำหรับซาอุดิอาราเบียแต่อย่างใด
ความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ

เนื่องจากเยเมนเป็นประเทศที่มีระยะชายหาดยาวกว่าประเทศอื่นๆ จึงทำให้สามารถกอบโกยผลประโยชน์จากธุรกิจทางด้านการประมงได้เป็นอย่างดี แต่เนื่องจากสงครามยาวนาน ,ความขัดแย้งภายใน และการแย่งชิงอำนาจของเหล่ามหาอำนาจ ทำให้ประเทศนี้ไม่มีโอกาศใช้ประโยชน์จากทรัพยากรล้ำค่าเหล่านี้ ตามข้อมูลจากธนาคารโลกปี 2013 ชาวเยเมนมากกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ดำรงชีพด้วยเงินน้อยกว่า 2 ดอลล่าร์ต่อวัน เนื่องจากความยากจน การทุจริตที่แพร่หลาย ความไม่มั่นคงและความไร้เสถียรภาพทางการเมือง ทำให้เยเมนเป็นประเทศที่อยู่ในขอบนรกและความวุ่นวายทางเศรษฐกิจสังคม นอกจากนี้ การขุดเจาะน้ำมันยังทำให้ เยเมน และ ซาอุดิอาราเบีย มีความขัดแย้งกันมาโดยตลอด และทางซาอุพยายามที่จะครอบครองผลประโยชน์จากคลังน้ำมันของเยเมนมาครอบครอง เป็นของตัวเอง อีกด้วยเช่นกัน
ความสำคัญทางด้านวัฒนธรรม

เยเมนเป็นประเทศที่มีอารยธรรมเก่าแก่ และเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของศาสนา ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมบางส่วนก็มีกล่าวไว้ในอัลกุรอ่าน เช่นกัน เหล่านักค้นคว้าพยายามค้นหาร่องรอยเหล่านี้ และนอกจากนี้ ยังมีห้องสมุดที่เก็บตำราทางประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่และทรงคุณค่า ซึ่งช่วยเพิ่มความสำคัญของประเทศนี้ในอีกด้านหนึ่ง
ศาสนาและนิกาย

อิสลาม คือ ศาสนาอย่างเป็นทางการของประเทศเยเมน มีศาสนาอื่นปะปนอยู่เช่นกันแต่ถือว่าน้อยมาก ประชากรส่วนใหญ่คือ มุสลิม โดยมีนิกายต่างๆ อย่างเช่น ซัยดียะฮ ชาฟีอีย์
การเมืองศาสนา และการปกครอง

ก่อนการรวมกันระหว่าง เยเมนทั้งสองฝ่าย ในปี 1990 ชาวเยเมนทางตอนใต้นิยมในระบบสังคมนิยม แต่ก็มีการเข้าร่วมการประชุมเสวนาอิสลาม และภายหลังจากการรวมเยเมนเป็นหนึ่ง จึงมีการประกาศ ให้อิสลามเป็นศาสนาอย่างเป็นทางการ โดยประชาชนสามารถนับถือศาสนาได้อย่างเสรี
อิทธิพลทางศาสนาต่อการเมืองและวัฒนธรรมสังคม

ภายหลังจากชัยชนะของการปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน ผลคือ ศาสนาได้เข้ามามีอิทธิในเวทีการเมืองและสังคมของเยเมน แน่นอนว่า ศาสนาอิสลามได้แผ่ขยายตั้งแต่ยุคสมัยแรก แต่การหารือให้ใช้ ชะรีอัตอิลาม ในเวทีการเมือง เริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจัง ภายหลังจากการปฏิวัติอิสลามในอิหร่าน ชาวเยเมนนับเป็นกลุ่มแรกที่เดินทางมายังอิหร่าน และเข้าพบกับอิม่ามโคมัยนี ต่อมาการมีอิทธิพลของอิสลาม จึงเป็นหนึ่งในความต้องการของประชาชนที่จะนำชะรีอัตเป็นพื้นฐานในการร่างรัฐ ธรรมนูญ