lasted posts

Popular

1

อิม่ามฮูเซน ในทัศนะของอัลลอฮ์และรอซูล  ตอนที่ 5

 

ตอนที่แล้ว ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ)ได้สั่งประชาชาติอิสลามว่า อย่าโกรธอย่าชิงชังอะฮ์ลุลบัยต์ของท่าน เพราะผลร้ายของความชิงชังนี้ จะนำไปสู่การทำสิ่งที่ฮะร่าม สอง ประการ

หนึ่ง -การด่าทอสาปแช่ง อะฮ์ลุลบัยต์นบี

สอง – ทำร้ายหรือสังหาร อะฮ์ลุลบัยต์นบี

 

หลังจากมุอาวียะฮ์ตาย ยะซีดบุตรชายได้ขึ้นครองราชย์ต่อจากบิดา และส่งสารไปหาท่านอิม่ามฮูเซนว่า จงมอบบัยอัตสัตยาบันให้กับเขา

 

ฝ่ายอิม่ามฮูเซนได้ปฏิเสธที่จะมอบบัยอัตให้กับยะซีดโดยท่านกล่าวว่า

إِنّا للّهِِ وَإِنّا إِلَيْهِ راجِعُونَ، وَ عَلَى الاِْسْلامِ السَّلامُ، إِذْ قَدْ بُلِيَتِ الاُْمَّةُ بِرَاعٍ مِثْلِ يَزِيْدِ، وَلَقَدْ سَمِعْتُ جَدِّى رَسُولَ اللّهِ (ص) يَقُولُ : الْخِلاَفَةُ مُحَرَّمَةٌ عَلَى آلِ أَبِى سُفْياَنَ

อินนาลิลลาฮิว่าอินนาอิลัยฮิรอญิอูน เราคงจะต้องกล่าวคำอำลาต่ออิสลามเสียแล้ว หากอุมมะฮ์อิสลามจะต้องให้สัตยาบันต่อคนอย่างยะซีด เพราะแท้จริงฉันได้ยินท่านตาของฉันคือท่านรอซูล(ศ)ได้กล่าวว่า ตำแหน่งคอลีฟะฮ์นั้นเป็นที่ต้องห้ามสำหรับลูกหลานของตระกูลอบีสุฟยาน

ในที่สุดยะซีดจึงต้องออกคำสั่งให้สังหารอิม่ามฮูเซน ที่กัรบาลา อย่างโหดเหี้ยม

 

ความขัดแย้งระหว่างพวกอุมัยยะฮ์กับตระกูลฮาชิม ไม่ใช่เรื่องการเมืองการปกครอง อย่างที่บางคนเข้าใจผิด

แต่ความจริงคือพวกอุมัยยะฮ์ขาดความรักต่ออะฮ์ลุลบัยต์นบี พวกอุมัยยะฮ์ชิงชังอาฆาต ตระกูลฮาชิม มาโดยตลอดนั่นเอง

หากบุคคลใดกล่าวว่า การยกย่องตระกูลฮาชิม คือมรดกที่ได้รับมาจากคนยุคญาฮิลียะฮ์  เท่ากับบุคคลนั้นตำหนิอัลลอฮ์และรอซูลนั่นเอง เพราะท่านรอซูล()กล่าวว่า

แท้จริงเพื่อการเป็นนบี อัลลอฮ์ทรงคัดเลือกเผ่ากินานะฮ์มาจากลูกหลานของอิสมาอีล และทรงเลือกเผ่ากุเรชมาจากกินานะฮ์  และทรงคัดเลือกตระกูลฮาชิมมาจากเผ่ากุเรช และทรงคัดเลือกฉันมาจากตระกูลฮาชิมให้เป็นนบี   ดูซอฮิฮ์มุสลิม หะดีษที่ 6077

 

การแสดงความรักต่ออะฮ์ลุลบัยต์นบี คือฟัรฎู

เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การแสดงความรักต่ออะฮ์ลุลบัยต์นบี คือ “ฟัรฎู คือ วายิบ” ใช่ หรือ ไม่ใช่

ในซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ : 165  อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสว่า

وَالَّذِينَ آَمَنُوا أَشَدُّ حُبًّا لِلَّهِ

บรรดาผู้ศรัทธาที่แท้จริง จะมีความรักต่ออัลลอฮ์มากที่สุด

 

และในซูเราะฮ์อาลิ อิมรอน : 31 อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสว่า

قُلْ إِنْ كُنْتُمْ تُحِبُّونَ اللَّهَ فَاتَّبِعُونِي يُحْبِبْكُمُ اللَّهُ

จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด)ว่า หากพวกท่านรักอัลลอฮ์ ก็จงปฏิบัติตามฉัน อัลลอฮ์ก็จะทรงรักพวกท่าน

ฮุบบุลเลาะฮ์ คือ اِتِّباَعُ النبي หมายถึง การปฏิบัติตามท่านนบี(ศ)

ฮุบบุน-นบี คือ اِتِّباَعُ أَهْلُ بَيْتِ النَّبِيّ หมายถึงการปฏิบัติตามอะฮ์ลุลบัยต์นบี

 

ความรักที่มีต่ออะฮ์ลุลบัยต์นบี คือความรัก لله เพื่ออัลลอฮ์ และ في اللهเกี่ยวกับอัลลอฮ์

การปฏิบัติตามอะฮ์ลุลบัยต์นบี คือการแสดงความรักต่ออัลลอฮ์และรอซูลของพระองค์

ซึ่งนั่น คือเป้าหมายสูงสุดของมวลผู้ศรัทธา

 

ในซูเราะฮ์อัชชูรอ : 23  อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสว่า

قُلْ لَا أَسْأَلُكُمْ عَلَيْهِ أَجْرًا إِلَّا الْمَوَدَّةَ فِي الْقُرْبَى وَمَنْ يَقْتَرِفْ حَسَنَةً نَزِدْ لَهُ فِيهَا حُسْنًا

จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด) ฉันมิได้ขอร้องค่าตอบแทนใดๆ เพื่องานนี้(การประกาศอิสลาม) เว้นแต่ เพื่อความรักในญาติสนิท และผู้ใดกระทำความดี เราจะเพิ่มพูนความดีในนั้นให้แก่เขา

 

ท่านฟัครุดดีน อัลรอซีย์ มรณะ 606 ได้กล่าวใน

التفسير الكبير ج 27 ص 166

ตอนท้ายของซูเราะฮ์อัชชูรอ : 23 ว่า

وأنا أَقُول : ولا شكّ أنَّ فاطمة وعليّاً والحسنَ والحسينَ، كان التَّعَلُّقُ بَيْنَهُم وَبَينَ رَسُولِ الله (ص) أشَدَّ التعلُّقاَتِ، وهَذا كَالْمَعلُومِ بِالنَّقْلِ الْمُتَوَاتِر

ฉันขอกล่าวว่า ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ฟาติมะฮ์,อาลี ฮาซันและฮูเซน ระหว่างพวกเขากับท่านรอซูล(ศ)นั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างมากที่สุด สิ่งนี้เป็นที่นู้กันดีด้วยรายงานฮะดีษที่เป็นมุตะวาติร