lasted posts

Popular

924105_1398388857123431_1464729528_n

ส่วนกรณี  ฮะดีษต่างๆ ที่มีรายงานไว้ในตำราแม่บทของมัซฮับชีอะฮ์ เช่น

 

บรรดาอิม่าม มีความรู้ในศาสตร์ต่างๆ ที่ถูกถ่ายทอดให้กับบรรดามลาอิกะฮ์ บรรดานบีและบรรดารอซูล(อ)เช่น

 

อัลกุลัยนี (เกิด 259 ตาย 329 ฮ.ศ.) รายงานจาก

أَبُو عَلِيٍّ الْأَشْعَرِيُّ عَنْ مُحَمَّدِ بْنِ عَبْدِ الْجَبَّارِ عَنْ مُحَمَّدِ بْنِ إِسْمَاعِيلَ عَنْ عَلِيِّ بْنِ النُّعْمَانِ عَنْ سُوَيْدٍ الْقَلَّاءِ عَنْ أَبِي أَيُّوبَ عَنْ أَبِي بَصِيرٍ عَنْ أَبِي جَعْفَرٍ (ع) قَالَ

อบูอาลี อัลอัชอะรีย์ (ชื่อคืออะหมัด บิน อิดรีส ตาย ฮ.ศ.306 ) จากมุฮัมมัด บิน อับดุลญับบาร จากมุฮัมมัด บิน อิสมาอีล จากอาลี บิน อันนุอ์มาน จากสุวัยด์ อัลก็อลลาอ์ จากอบีอัยยูบ จากอบีบะศีร จากอบีญะอ์ฟัร ในที่นี้คือ

 

อิม่ามมุฮัมมัด อัลบาเก็ร บุตรชายอิม่ามซัยนุลอาบิดีน บุตรอิม่ามฮูเซน ได้กล่าวว่า

إِنَّ لِلَّهِ عَزَّ وَ جَلَّ عِلْمَيْنِ عِلْمٌ لَا يَعْلَمُهُ إِلَّا هُوَ

แท้จริงสำหรับอัลลอฮ์ (อัซซะวะญัลละ) ทรงมี(อิลมู)ความรู้สองชนิด

อิลมูหนึ่ง→ไม่มีผู้ใดรู้ได้นอกจากพระองค์เท่านั้น

وَ عِلْمٌ عَلَّمَهُ مَلَائِكَتَهُ وَ رُسُلَهُ فَمَا عَلَّمَهُ مَلَائِكَتَهُ وَ رُسُلَهُ فَنَحْنُ نَعْلَمُهُ

อีกอิลมูหนึ่ง→พระองค์ได้สอนมันแก่บรรดามะลาอิกะฮ์และบรรดารอซูลของพระองค์

ฉะนั้น สิ่งใดที่พระองค์ได้สอนมันแก่บรรดามะลาอิกะฮ์และบรรดารอซูลของพระองค์พวกเราก็รู้เรื่องนั้น

 

ดูหนังสือ อุซูล กาฟีย์ เล่มที่ 1 หน้าที่ 256 ฮะดีษที่ 4

 

วิจารณ์ – คุณแปลวรรคนี้ผิดนะครับ

และ สิ่งที่ไม่ได้สอน แก่บรรดามะลาอิกะห์และบรรดารอซูลของพระองค์นั้น พวกเราได้รู้ในเรื่องนั้น

 

ที่ถูก ต้องแปลว่า

ฉะนั้น สิ่งใดที่พระองค์ได้สอนมัน  แก่บรรดามะลาอิกะฮ์และบรรดารอซูลของพระองค์  พวกเราได้รู้ในเรื่องนั้น

 

ตกลงจะคุยเรื่อง สายรายงาน ของฮาดีษนี้ไหมครับ

อัลกุลัยนีย์→ อบูอาลี อัลอัชอะรีย์ →มุฮัมมัด บิน อับดุลญับบาร→มุฮัมมัด บิน อิสมาอีล→อาลี บิน อันนุอ์มาน →สุวัยด์ อัลก็อลลาอ์ →อบีอัยยูบ →อบีบะศีร จาก อิม่ามมุฮัมมัด อัลบาเก็ร

 

ในหนังสือ  อุซูล กาฟีย์ เล่มที่ 1 หน้าที่  255- 256

بَابُ أَنَّ الْأَئِمَّةَ(ع) يَعْلَمُونَ جَمِيعَ الْعُلُومِ الَّتِي خَرَجَتْ إِلَى الْمَلَائِكَةِ وَ الْأَنْبِيَاءِ وَ الرُّسُلِ(ع)

ซึ่งในหมวดนี้มีรายงานไว้ 4 ฮะดีษ   สายรายงานของฮะดีษที่ 1,3,4 มีสถานะซอฮิฮ์ ยกเว้นฮะดีษที่ 2 มีสถานะแค่ มุวัษษั๊ก

 

ฮะดีษที่

อิม่ามญะอ์ฟัร(อ)กล่าวว่า

إِنَّ لِلَّهِ تَبَارَكَ وَ تَعَالَى عِلْمَيْنِ عِلْماً أَظْهَرَ عَلَيْهِ مَلَائِكَتَهُ وَ أَنْبِيَاءَهُ وَ رُسُلَهُ فَمَا أَظْهَرَ عَلَيْهِ مَلَائِكَتَهُ وَ رُسُلَهُ وَ أَنْبِيَاءَهُ فَقَدْ عَلِمْنَاهُ وَ عِلْماً اسْتَأْثَرَ بِهِ فَإِذَا بَدَا لِلَّهِ فِي شَيْ‏ءٍ مِنْهُ أَعْلَمَنَا ذَلِكَ وَ عَرَضَ عَلَى الْأَئِمَّةِ الَّذِينَ كَانُوا مِنْ قَبْلِنَا

แท้จริงสำหรับอัลลอฮ์ (ตะบาร่อกะวะตะอาลา) ทรงมี(อิลมู)ความรู้สองชนิด

อิลมูหนึ่ง→ทรงเปิดเผยมันแก่บรรดามลาอิกะฮ์ บรรดานบีและบรรดารอซูลของพระองค์

ดังนั้น สิ่งใดที่พระองค์ทรง(อิซฮ๊าร)เปิดเผยมันแก่บรรดามลาอิกะฮ์ บรรดารอซูลและบรรดานบีของพระองค์ แน่แท้พวกเราได้รู้ถึงมัน

อีกอิลมูหนึ่ง→ทรงเจาะจงเอาไว้เฉพาะพระองค์เท่านั้น

ดังนั้นเมื่อปรากฏต่ออัลลอฮ์ในสิ่งใดจากมัน พระองค์ก็จะทรงทำให้เราได้รับรู้ และมันจะถูกนำมาเสนอแก่บรรดาอิม่ามที่อยู่ก่อนหน้าพวกเรา

 

ฮะดีษที่ 2

อิม่ามญะอ์ฟัร(อ)กล่าวว่า

إِنَّ لِلَّهِ عَزَّ وَ جَلَّ عِلْمَيْنِ عِلْماً عِنْدَهُ لَمْ يُطْلِعْ عَلَيْهِ أَحَداً مِنْ خَلْقِهِ وَ عِلْماً نَبَذَهُ إِلَى مَلَائِكَتِهِ وَ رُسُلِهِ فَمَا نَبَذَهُ إِلَى مَلَائِكَتِهِ وَ رُسُلِهِ فَقَدِ انْتَهَى إِلَيْنَا

แท้จริงสำหรับอัลลอฮ์ (อัซซะวะญัลละ) ทรงมี(อิลมู)ความรู้สองชนิด

อิลมูหนึ่ง→อยู่ที่พระองค์เท่านั้น ไม่มีใครจากมัคโลคของพระองค์ได้ล่วงรู้เลย

อีกอิลมูหนึ่ง→พระองค์ทรงมอบมันไปยังบรรดามลาอิกะฮ์และบรรดารอซูลของพระองค์

ดังนั้น สิ่งใดที่พระองค์ได้มอบมันไปยังบรรดามลาอิกะฮ์และบรรดารอซูลของพระองค์ แน่แท้มันได้มาสิ้นสุดยังที่พวกเรา

 

ฮะดีษที่ 3 

อิม่ามมุฮัมมัด บินญะอ์ฟัร(อ)กล่าวว่า

إِنَّ لِلَّهِ عَزَّ وَ جَلَّ عِلْمَيْنِ عِلْمٌ مَبْذُولٌ وَ عِلْمٌ مَكْفُوفٌ فَأَمَّا الْمَبْذُولُ فَإِنَّهُ لَيْسَ مِنْ شَيْ‏ءٍ تَعْلَمُهُ الْمَلَائِكَةُ وَ الرُّسُلُ إِلَّا نَحْنُ نَعْلَمُهُ وَ أَمَّا الْمَكْفُوفُ فَهُوَ الَّذِي عِنْدَ اللَّهِ عَزَّ وَ جَلَّ فِي أُمِّ الْكِتَابِ إِذَا خَرَجَ نَفَذَ

แท้จริงสำหรับอัลลอฮ์ (อัซซะวะญัลละ) ทรงมี(อิลมู)ความรู้สองชนิด

อิลมูหนึ่ง→ชื่อว่า อิลมู มับซู้ล และอีกอิลมูหนึ่งชื่อ→อิลมู มักฟู๊ฟ

อิลมู มับซู้ล→แท้จริงแล้วมันหาใช่สิ่งใดไม่ บรรดามลาอิกะฮ์และบรรดารอซูลก็มีความรู้ต่อมัน ยกเว้นพวกเราก็มีความรู้ต่อมัน

ส่วนอิลมู มักฟู๊ฟ→คือสิ่งที่มีอยู่ ณ.ที่ อัลลอฮ์ (อัซซะวะญัลละ)เท่านั้น อยู่ในอุมมุลกิตาบ เมื่อใดที่เผยออกมา พระองค์ก็จะทรงมอบให้

 

ฮะดีษที่ 4  (คือที่คุณยกมา)

อิม่ามมุฮัมมัด อัลบาเก็ร กล่าวว่า

แท้จริงสำหรับอัลลอฮ์ (อัซซะวะญัลละ) ทรงมี(อิลมู)ความรู้สองชนิด

อิลมูหนึ่ง→ไม่มีผู้ใดรู้ได้นอกจากพระองค์เท่านั้น

อีกอิลมูหนึ่ง→พระองค์ได้สอนมันแก่บรรดามะลาอิกะฮ์และบรรดารอซูลของพระองค์

ฉะนั้น สิ่งใดที่พระองค์ได้สอนมันแก่บรรดามะลาอิกะฮ์และบรรดารอซูลของพระองค์พวกเราก็รู้เรื่องนั้น

 

คำพูดของอิม่ามมุฮัมมัดบากิร และ อิม่ามญะอ์ฟัร ในสี่ฮะดีษดังกล่าวนี้ ได้รับมาจากปู่ทวดของท่านนั่นเอง กล่าวคือ

 

ท่านอิม่ามอาลี(อ) ได้กล่าวว่า

الْعِلْمُ عِلْماَنِ فَعِلْمٌ عَلَّمَهُ اللهُ مَلاَئِكَتَهُ وَرُسُلَهُ فَماَ عَلَّمَهُ مَلاَئِكَتَهُ وَرُسُلَهُ فَاِنَّهُ يَكُوْنُ وَلاَ يَكْذِبُ نَفْسَهُ وَلاَ مَلاَئِكَتَهُ وَلاَ رُسُلَهُ وَعِلْمٌ عِنْدَهُ مَخْزُوْنٌ لَمْ يَُطْلِعْ عَلَيْهِ اَحَداُ مِنْ خَلْقِهِ

يُقَدِّمُ مِنْهُ ماَ يَشاَءُ وَيُؤَخِّرُ مِنْهُ ماَ يَشاَءُ  وَيَمْحُوْ ماَ يَشاَءُ وَيُثْبِتُ ماَ يَشاَءُ

อิลมู(ความรู้)นั้นมีสองชนิด

อิลมูหนึ่ง→อัลลอฮ์ทรงสอนมันแก่บรรดามลาอิกะฮ์และบรรดารอซูลของพระองค์

ฉะนั้นสิ่งใดที่พระองค์ทรงสอนมันให้แก่บรรดามลาอิกะฮ์และบรรดารอซูลของพระองค์

ดังนั้นมันก็จะเกิดขึ้น และพระองค์นั้นจะไม่ทรงมุสาต่อตัวของพระองค์เอง ต่อบรรดามลาอิกะฮ์และต่อบรรดารอซูลของพระองค์ด้วย

อีกอิลมูหนึ่ง→มีอยู่กับพระองค์เท่านั้น ถูกพิทักษ์รักษาเอาไว้ ไม่มีใครจากมัคโลคของพระองค์ล่วงรู้มันได้เลย

พระองค์จะทรงให้มันเกิดก่อนในสิ่งที่ทรงประสงค์ และจะทรงให้มันล่าช้าออกไปในสิ่งที่ทรงประสงค์ และจะทรงลบออกสิ่งที่ทรงประสงค์ หรือจะทรงให้มันคงไว้สิ่งที่ทรงประสงค์

ดูหนังสือ อุยูน อัคบาร อัลริฎอ เล่ม 2 : 161 ฮะดีษที่ 1

 

วิเคราะห์

คำพูดของอิม่ามอาลี ของอิม่ามมุฮัมมัดบากิรและของอิม่ามญะอ์ฟัร ทั้งห้ารายงาน ล้วนกล่าวเหมือนกันคือ

สำหรับอัลลอฮ์ (ซ.บ) ทรงมีความรู้สองชนิดคือ

หนึ่ง→มีอยู่กับพระองค์เท่านั้น ไม่มีใครล่วงรู้มันได้เลย

สอง→อัลลอฮ์ทรงถ่ายทอดให้กับมลาอิกะฮ์และบรรดารอซูล

ซึ่งทั้งสองอิลมู อิม่ามได้ระบุชัดว่า “ ลิลละฮ์ ”  คือเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮ์

อิม่ามทั้งสามไม่ได้บอกว่า ท่านไปล่วงรู้ ความรู้ชนิดที่หนึ่ง ซึ่งเป็นของอัลลอฮ์(ซ.บ)

แต่อิม่ามบอกว่า พวกเขามีความรู้ในชนิดที่สอง

 

ชีอะฮ์อาลีเชื่อว่า ความรู้ชนิดที่สองนี้ ท่านรอซูล(ศ)ได้ถ่ายทอดให้กับท่านอาลีและท่านอาลีได้ถ่ายทอดให้กับลูกหลาน จากรุ่นสู่รุ่นคือ จากพ่อสู่ลูก และจากลูกสู่หลาน

 

อิม่ามอาลี ได้ระบุว่า

(สิ่งใดที่อัลลอฮ์ได้สอนมันแก่บรรดามลาอิกะฮ์และบรรดารอซูลของพระองค์ ดังนั้นมันก็จะเกิดขึ้น)

 

หมายความว่า   มีเรื่องราวเหตุการณ์อีกมากมาย ที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นในสมัยท่านรอซูล(ศ) แต่มันจะไปเกิดขึ้นหลังจากท่านวะฟาตแล้ว

และมันจะแปลกอะไร ที่บรรดาอิม่ามจะได้รับการถ่ายทอดเรื่องราวหรือเหตุการณ์เหล่านั้นมาจากท่านรอซูล(ศ)

 

ฮุมรอน รายงานว่า อิม่ามมุฮัมมัด บุตรอิม่ามอาลีซัยนุลอาบิดีน กล่าวว่า

إِنَّ رَسُولَ اللَّهِ (ص) لَمَّا قُبِضَ وَرِثَ عَلِيٌّ(ع) عِلْمَهُ وَ سِلَاحَهُ وَ مَا هُنَاكَ ثُمَّ صَارَ إِلَى الْحَسَنِ ثُمَّ صَارَ إِلَى الْحُسَيْنِ (ع) فَلَمَّا خَشِينَا أَنْ نُغْشَى اسْتَوْدَعَهَا أُمَّ سَلَمَةَ ثُمَّ قَبَضَهَا بَعْدَ ذَلِكَ عَلِيُّ بْنُ الْحُسَيْنِ (ع) قَالَ فَقُلْتُ نَعَمْ ثُمَّ صَارَ إِلَى أَبِيكَ ثُمَّ انْتَهَى إِلَيْكَ وَ صَارَ بَعْدَ ذَلِكَ إِلَيْكَ قَالَ نَعَمْ

ท่านรอซูล(ศ)ขณะที่จะเสียชีวิต ท่านอาลีได้รับมรดกของท่าน คือความรู้และอาวุธของท่าน(ศ) แล้วมันได้ตกมาอยู่กับท่านฮาซัน จากนั้นมันได้ตกมาอยู่กับท่านฮูเซน

(อิม่ามฮูเซนกล่าวว่า)เมื่อเราหวั่นเกรงว่าจะต้องถูกสังหาร  จึงเอามันไปฝากไว้กับท่านหญิงอุมมุสะละมะฮ์

แล้วหลังจากนั้น ท่านอาลี บุตรอิม่ามฮูเซน ได้ไปรับเอามันมาจากนาง

ฮุมรอนกล่าวว่า

ใช่แล้วครับ ต่อจากนั้นมันได้ตกมาอยู่กับท่านบิดาท่าน แล้วจากนั้นมันก็มาถึงท่าน และหลังจากนั้นมันได้ตกมาอยู่กับท่าน

อิม่ามบาเก็รกล่าวว่า ใช่แล้ว

ดูหนังสือ อุซูล กาฟีย์ เล่มที่ 1 หน้าที่ 235 ฮะดีษที่ 7  สายรายงาน เชื่อถือได้

 

อิม่ามญะอ์ฟัร ได้กล่าวว่า

اِنَّ رَسُولَ الله (صلى الله عليه وآله) اُعْطِىَ عِلْمٌ ماَ كاَنَ وَماَ هُوَ كاَئِنٌ إلَى يَوْمِ القِياَمَةِ فَوَرَثْناَهُ مِنْ رَسُوْلِ الله (صلى الله عليه وآله) وَرَاثَةً

แท้จริงท่านรอซูล(ศ)ได้รับความรู้หนึ่ง ให้รู้สิ่งที่ได้เกิดขึ้นในอดีต และสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปัจจุบัน จนถึงวันสิ้นโลก

แล้วพวกเราก็ได้รับ มรดกความรู้ อันนั้นจากท่านรอซูล(ศ)ด้วย

 

ดูหนังสือ บะซออิรุดดะร่อญ๊าต หน้าที่ 156

باب 7 في الائمة عليهم السلام انهم اعطوا علم

เรียบเรียงโดย เชคมุฮัมมัด บิน อัลฮาซัน อัศ-ศ็อฟฟ้าร  มรณะ ฮ.ศ.290

เขาเป็นศิษย์คนหนึ่งของอิม่ามฮาซันอัสการี่(อ)

เชคนะญาชีกล่าวว่า เขาเป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งในบรรดาเชคชาวเมืองกุม เชื่อถือได้ในการรายงาน เป็นผู้ทรงคุณวุฒิระดับสูง มีน้ำหนักด้านความรู้ มีการรายงานตกหล่นเล็กน้อย

ดูริญาลอันนะญาชี  1 : 251 อันดับที่  948

อัลลามะฮ์ฮิลลีกล่าวว่า :  เชื่อถือได้ในการรายงาน ดูคุลาเศาะตุลอักวาล  27 : 18 อันดับที่ 112

 

คำพูดอิม่ามข้างต้น ชี้ให้เห็นว่า  ความรู้ของบรรดาอิม่ามแห่งอะฮ์ลุลบัยต์ คือ มรดกที่ได้รับมาจากท่านนะบี(ศ)

เนื่องจากบรรดาอิม่าม คือ ฮุจญัตของอัลลอฮ์ ที่มีต่อบรรดาผู้ศรัทธา

ดังที่ท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)ได้สั่งเสียให้ปฏิบัติตามอะฮ์ลุลบัยต์ของท่านว่า

 

يَا أَيُّهَا النَّاسُ إِنِّى قَدْ تَرَكْتُ فِيكُمْ مَا إِنْ أَخَذْتُمْ بِهِ لَنْ تَضِلُّوا كِتَابَ اللَّهِ وَعِتْرَتِى أَهْلَ بَيْتِى

โอ้ประชาชนทั้งหลาย ฉันทิ้งไว้ให้แก่พวกท่านถึงสิ่งซึ่งหากพวกท่านยึดมั่นต่อสิ่งนั้น  พวกท่านจะไม่หลงทางโดยเด็ดขาด สิ่งนั้นคือ

คัมภีร์ของอัลลอฮฺ และ อิตเราะตี คืออะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน

สถานะฮะดีษ  ซอฮิฮ์   ดูซอฮิฮ์ติรมีซีย์  ฮะดีษที่ 2978    ฉบับตรวจทานโดย เชคอัลบานี

 

จึงเป็นไปไม่ได้ ที่อะฮ์ลุลบัยต์นบีผู้อยู่ในฐานะตัวแทนความรู้ของท่าน แต่พวกเขากลับ ญาเฮ้ล(ไม่มีความรู้)ต่อเรื่องราวต่างๆ หรือสิ่งที่จำเป็นต่อประชาชน

ดังนั้น อะฮ์ลุลบัยต์นบี จะต้องมีความรู้ชนิดหนึ่ง (ที่ไม่ใช่วะฮีย์) แต่เป็นอิลมู เป็นมะอ์ริฟัต ที่จำเป็นต่อประชาชนในยุคของพวกเขา

แต่ “อิลมู” ที่ว่านี้ ไม่ใช่ อิลมูชนิดที่หนึ่ง ซึ่งเป็นความเร้นลับของอัลลอฮ์ เท่านั้นที่ทรงรู้เพียงพระองค์เดียว

 

จึงอยากกล่าวว่า ฐานข้อมูลความรู้ของอิม่ามแห่งอะฮ์ลุลบัยต์นบี แหล่งแรกเลยคือ พวกเขาได้รับมาจากจากท่านรอซูล(ศ)นั่นเอง

สรุปตรงนี้ว่า 

บรรดาอิม่ามจะรู้แค่ไหนก็ตาม แต่ความรู้นั้นได้รับการถ่ายทอดมาจากท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ)

 

ตำราฮะดีษชีอะฮ์รายงานว่า  อิม่ามอาลีและบรรดาอิม่ามแห่งอะฮ์ลุลบัยต์ มีความรู้ ในเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตและอนาคต ซึ่งเป็นเรื่อง กะรอม๊าต ของพวกเขา

 

พวกวาฮาบีย์กลับมองว่า เป็นเรื่องตลกขบขัน และตำหนิว่า พวกชีอะฮ์ตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ พวกชีอะฮ์ปั้นแต่งมันขึ้นมาเอง ซึ่งล้วนเป็นเรื่องมุสา เป็นไปไม่ได้ที่ อิม่ามแห่งอะฮ์ลุลบัยต์จะรู้สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตและอนาคต ทั้งๆที่อะฮ์ลุลบัยต์คือ บุคคลที่ใกล้ชิดกับท่านรอซูล(ศ)มากที่สุดกว่าบรรดาซอฮาบะฮ์

 

บัดนี้เราจึงอยากให้พวกวาฮาบีย์ได้ศึกษาตำราซอฮิฮ์ของตัวเองบ้างว่า มีฮะดีษมากมาย รายงานว่า บรรดาซอฮาบะฮ์หลายคนมีความรู้ ในเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตและอนาคต  แล้วที่สำคัญมันเป็น สายรายงานที่ซอฮิฮ์เสียด้วย ดังนั้นพวกวาฮาบีย์จะอธิบายอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่น