lasted posts

Popular

 hamka030

 

 

 

 

 

 

 

เปิดสมองวะฮาบีตอนการจัดฉลองวันเกิดบรรดาเอาลิยาของอัลลอฮฺ

 

 

 

 

การให้เกียรติและรำลึกถึงบ่าวที่ดีของอัลลอฮฺ อาทิเช่น การจัดพิธีเฉลิมฉลองเนื่องในวันเกิด ตามทรรศนะของนักปราชญ์แล้วเป็นที่ชัดเจน ทว่าเพื่อขจัดความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ไคร่ขอนำเสนอเหตุผลเชิงตัวบทศาสนาบางประการ

 

 

๑. การจัดงานเฉลิมฉลองเป็นสื่อแห่งความรัก

 

อัล-กุรอานได้กล่าวเชิญชวนให้บรรดามุสลิมทั้งหลายมีความรักต่อบรรดาอหฺลุลบัยตฺ (วงศ์วาน) ของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) กล่าวว่า..

 

قُل لَّا أَسْأَلُكُمْ عَلَيْهِ أَجْرًا إِلَّا الْمَوَدَّةَ فِي الْقُرْبَى
จงกล่าวเถิดมุฮัมมัด ฉันมิได้ขอรางวัลตอบแทนใด ๆ เพื่อการนี้ นอกเสียจากความรักที่มีต่อลูกหลาน[๒๐๒]

 

 

ไม่เป็นที่สงสัยว่าการจัดงานเฉลิมฉลองให้กับบรรดาเอาลิยาของอัลลอฮฺ เป็นภาพลักษณ์หนึ่งแห่งความรักของประชาชนที่มีต่อบรรดาท่านเหล่านั้น ซึ่งหากพิจารณาอย่างละเอียดจะพบว่าเป็นที่ยอมรับอัล-กุรอาน

 

 

๒. การจัดงานเฉลิมฉลองวันเกิดให้ท่านศาสดา (ศ็อลฯ)

 

อัล-กุรอาน นอกจากจะให้ช่วยเหลือท่านศาสดา (ศ็อลฯ) แล้วยังได้กล่าวยกย่องเกียรติยศของท่านศาสดาและถือว่า ตำแหน่งอันสูงส่งของท่านเป็นมาตรฐานของความดีงามและความเจริญรุ่งเรือง

 

فَالَّذِينَ آمَنُواْ بِهِ وَعَزَّرُوهُ وَنَصَرُوهُ وَاتَّبَعُواْ النُّورَ الَّذِيَ أُنزِلَ مَعَهُ أُوْلَئِكَ هُمُ الْمُفْلِحُونَ
ดังนั้นบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่อเขา ให้ความสำคัญและช่วยเหลือเขา และปฏิบัติตามรัศมีที่ถูกประทานลงมาพร้อมกับเขา แน่นอนชนเหล่านี้แหละคือผู้ประสบความสำเร็จ [๒๐๓]

 

โองการข้างต้นได้กล่าวอย่างชัดเจนว่าการให้เกียรติกับท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ในทรรศนะของอิสลามเป็นที่ยอมรับ ตลอดจนการจัดพิธีเฉลิมฉลองเพื่อเป็นการรำลึกถึงความรุ่งเรืองที่ท่านเป็นผู้สถาปนาไว้ และพึงรักษาให้สิ่งนี้ดำรงอยู่ตลอดไปแน่นอนเป็นที่พึงพอพระทัยของอัลลอฮฺ (ซบ.) เนื่องจากโองการข้างต้นได้อธิบายถึงคุณลักษณะของผู้ประสบความสำเร็จไว้สี่ประการดังนี้

 

๑. มีศรัทธามั่นคง (อัลละซีนะอามะนู -บรรดาผู้ศรัทธา)

๒. เป็นผู้ปฏิบัติตามรัศมีทางนำของศาสดา (วัตตะบะอุนนูรอลละซีอุนซิละมะอะฮู – และปฏิบัติตามรัศมีที่ถูกประทานลงมาพร้อมกับเขา)

๓. เป็นผู้ให้การช่วยเหลือท่านศาสดา (วะนะศ่อรูฮุ – และช่วยเหลือเขา)

๔.เป็นผู้ให้ความสำคัญต่อตำแหน่งของท่านศาสดา (วะอัซซะรูฮุ – เทิดเกียรติ)

ด้วยเหตุนี้ การให้เกียรติและยกย่องฐานันดรของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) นอกเหนือไปจากการช่วยเหลือ และการปฏิบัติตามคำสั่งของท่าน ถือว่าเป็นความจำเป็น ส่วนการให้ความสำคัญต่อท่านเท่ากับได้ปฏิบัติตามอัล-กุอานที่กล่าวว่า (วะอัซซะรูฮุ)

 

 

๓. การจัดงานเฉลิมฉลองเท่ากับเป็นการปฏิบัติตามพระผู้เป็นเจ้า

 

 

อัลลอฮฺ (ซบ.) ได้ให้ความสำคัญแก่ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ว่า

وَ رَ فَعْنَا لَكَ ذِكْرَكَ
และเราได้ยกย่องการรำลึกแก่เจ้าแล้ว [๒๐๔]

 

โองการได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่าอัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงต้องการให้ความรุ่งโรจน์และภาพลักษณ์ของท่านศาสดาขจรขจายกว้างไปทั่วทั้งโลก ดังนั้น จึงเห็นว่าพระองค์ได้ทำการยกย่องท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ด้วยพระองค์เอง

 

เมื่ออัล-กุรอานยืนว่าพระองค์ได้ยกย่องฐานันดรอันสูงศักดิ์ ซึ่งเป็นแบบอย่างที่สมบูรณ์ และมีเกียรติยิ่งแก่ท่านศาสดา มุสลิมในฐานะที่เป็นผู้ปฏิบัติตามอัล-กุรอานของพระองค์ จึงได้แสดงการยกย่องท่านศาสดาตามแบบฉบับของพระองค์
เป็นที่ชัดเจนว่าจุดประสงค์ของบรรดามุสลิมในการจัดพิธีเฉลิมฉลองรำลึกถึง ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ไม่ได้มีสิ่งใดเกินเลยไปจากการยกย่องเกียรติยศของท่าน

 

 

 

๔. การประทานอัล-กุรอาน มิได้เล็กน้อยไปกว่าการประทานอาหาร

 

 

อัล-กุรอานได้กล่าวถึงคำพูดของท่านศาสดาอีซา (อ.) ว่า

 

قَالَ عِيسَى ابْنُ مَرْيَمَ اللَّهُمَّ رَبَّنَا أَنزِلْ عَلَيْنَا مَآئِدَةًمِّنَ السَّمَاء تَكُونُ لَنَا عِيداً لِّأَوَّلِنَا وَآخِرِنَا وَآيَةً مِّنكَ وَارْزُقْنَا وَأَنتَ خَيْرُ الرَّازِقِينَ
อีซาบุตรของมัรยัม ได้กล่าวว่า โอ้ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า พระผู้อภิบาลของเรา โปรดประทานอาหารจากฟากฟ้าลงมาแก่พวกเรา เพื่อจะได้เป็นวันรื่นเริงแก่พวกเราทั้งหมดตั้งแต่คนแรกของพวกเราจนคนสุดท้าย และเพื่อเป็นสัญญาณหนึ่งจากพระองค์ โปรดประทานปัจจัยยังชีพแก่พวกเราพระองค์คือผู้ที่ดีเยี่ยมในหมู่ผู้ประทานปัจจัยยังชีพทั้งหลาย[๒๐๕]

 

ท่านศาสดาอีซา (อ.) ได้เสนอต่ออัลลอฮฺ (ซบ.) ว่าให้พระองค์ประทานอาหารจากฟากฟ้าแก่พวกเขา เพื่อจะได้จัดให้วันนั้นเป็นวันอีด (วันรื่นเริง)

 

คำถาม ขณะที่ท่านศาสดอีซา (อ.) ได้รับริสกีซึ่งเป็นอาหารที่ถูกประทานจากฟากฟ้าและเป็นสาเหตุทำให้ร่างกาย เจิญเติบโตอิ่มหนำสำราญ ท่านศาสดาอีซาได้จัดเฉลิมฉลองวันนั้นให้เป็นวันอีดทันที และวันนี้เนื่องจากเป็นวันแห่งการประทานอัล-กุรอานหรือวันประสูติของท่าน ศาสดา (ศ็อลฯ) ผู้ซึ่งได้ช่วยเหลือให้มนุษย์รอดพ้นจากสภาพของความเป็นเดรัจฉาน และได้ให้ชีวิตใหม่แก่สังคมมนุษย์ถ้าหากมุสลิมจะจัดพิธีเฉลิมฉลอง หรือมอบให้เป็นวันอีดแก่มวลมุสลิมทั้งหลายถือว่าเป็นชิริกและบิดอะฮฺหรือ ?

 

 

๕. แบบฉบับของมุสลิม

 

 

ผู้ปฏิบัติตามคำสอนของศาสนาอิสลามนับตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน ได้มีการจัดพิธีเฉลิมฉลองรื่นเริงเพื่อรำลึกถึงท่านศาสดา (ศ็อลฯ) มาโดยตลอด อาทิเช่น
ท่านฮุซัยนฺ บิน มุฮัมมัด ดิยารฺบักรีย์ ได้บันทึกไว้ในหนังสือ ตารีคุลค่อมีส ว่า

 

ولا يزال أهل الاسلام يحتفلون بشهر مولده عليه السلام و يعملون الولائم و يتصدقون فى لياليه بأنواع الصدقات و يظهرون السرو ويزيدون فى المبرات و يعتنون بقرائته مولده الكريم و يطهر عليهم من بركاته كل فصل عميم
บรรดามุสลิมได้จัพิธีเฉลิมฉลองเนื่องในเดือนประสูติของท่านศาสดา ได้มีการเลี้ยงฉลอง มีการบริจาคทานในคืนนั้น สร้างความสนุกสนานรื่นเริง ได้ปกคลุมบรรยากาศด้วยการทำคุณงามความดีต่าง ๆ ได้ให้ความสำคัญต่อการอ่านสาส์นรำลึกถึงวันประสูติของท่าน ความเมตตาและความจำเริญต่าง ๆ ของเขาเป็นที่ประจักษ์แก่วิญญูชนทั้งหลาย[๒๐๖]

 

 

จากคำพูดข้างต้นบ่งชี้ถึงหลักการพื้นฐานที่ระบุว่าการจัดพิธีเฉลิมฉลองเพื่อรำลึกถึงท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ในทรรศนะของอัล-กุรอานและแบบฉบับของบรรดามุสลิมถือเป็นที่อนุมัติ ดังนั้น เป็นที่แน่ชัดว่าคำพูดที่กล่าวหาว่าการกระทำดังกล่าวผิด เป็นชิริก และบิดอะฮฺจึงเป็นคำใส่ไคล้ที่เลื่อนลอย เนื่องจากว่า บิดอะฮฺ นั้นหมายถึงการกระทำที่ไม่ได้อิงอาศัยอัล-กุรอานแม้แต่นิดเดียว ขณะที่กฎเกณฑ์ของเรื่องที่กำลังกล่าวถึงอยู่นี้ได้อิงอาศัยอยู่กับอัล-กุ รอานและแบบฉบับดั้งเดิมของบรรดามุสลิมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

 

การจัดงานเฉลิมฉลองลักษณะเช่นนี้เพียงเพื่อแสดงความเคารพและยกย่องเกียรติคุณของบ่าวผู้มีความบริสุทธิ์ของอัลลอฮฺ และด้วยความเชื่อที่ว่าพวกเขาก็ต้องแสดงความเคารพภักดีและพึ่งพิงอัลลอฮฺ ด้วยเช่นกัน

 

ด้วยเหตุนี้ การกระทำที่กล่าวมาถือว่าเข้ากันกับรากของความเป็นเอกภาพแห่งพระผู้เป็นเจ้า และทำให้รู้ว่าคำกล่าวอ้างของบางคนที่ว่า การจัดพิธีเฉลิมฉาลองรื่นเริงเนื่องในวันประสูติของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) เป็นชิริกและบิดอะฮฺนั้น ไม่ถูกต้องและไม่มีรากที่มาของคำพูดเว้นเสียแต่ว่าอคติที่ฝังแน่นอยู่ภายในจิตใจ

 

 

 

 

 

al-shia.org

anti-salafi.com